มีบัญชีอยู่แล้ว?
หายใจให้พ้นน้ำ
1.
หลายครั้งผมคิดว่า "เงิน" คือ "หมอก" ที่บดบังความคิด ทำให้เราคิดอย่างอื่นไม่ออก ...เปล่าครับ ผมไม่ได้บอกว่าเงินคือสิ่งชั่วร้าย หรือเราไม่ควรคิดถึงเรื่องเงิน เพราะทุกคนอยู่ในโลกของ "ทุนนิยม" ที่ "นิยมทุน" จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินสำคัญ
1
ภาพถ่ายโดย mali maeder จาก Pexels
แต่ที่เขียนเรื่องนี้ เพราะผมได้ดูหนังเรื่องหนึ่ง เด็กชาย 5 ขวบถามแม่ว่า "แม่ครับ วันคริสต์มาส เด็กขอของเล่นจากซานตาคลอส แล้วผู้ใหญ่ล่ะครับ ขออะไรจากซานต้า?" ผู้เป็นแม่ยิ้มแล้วตอบว่า "เงินสิลูก ผู้ใหญ่อยากได้เงิน จะได้ซื้ออะไรก็ได้"
นั่นล่ะครับที่ผมบอกว่า "เงิน" คือ "หมอก" ที่บดบังความคิด เราผู้ใหญ่หลายคนมักคิดว่าเงินนั้นจะเป็นดังแก้วสารพัดนึก ทำให้เรามีความสุขทุกอย่าง ชีวิตนี้คือการหาเงินมาเพื่อตอบสนองความต้องการ ...ทั้งที่จริงแล้ว เงินเป็นแค่ "สะพาน" ไปสู่อะไรสักอย่างที่เราต้องการ
เราไม่ได้ต้องการเงิน เราต้องการสิ่งนั้นที่เราต้องการ เพียงแต่สิ่งที่ต้องการนั้น...มันต้องใช้เงิน
2.
จริงอยู่ ชีวิตมีความหมายมากกว่าเกิดมาเพื่อ "หาเงิน" แต่ต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่หมดเวลาไปกับการทำมาหากิน เพียงเพื่อให้อยู่รอดไปเดือน ๆ จึงไม่มีเวลาคิดว่า "ฉันเกิดมาเพื่อทำอะไร?"
ผมอยากเล่าวิธีคิดที่จะทำให้พอรู้ว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่ออะไร เพราะวิธีนี้ทำให้เราได้เวลาชีวิตคืนมา ผมใช้กับตัวเองและเรียกมันว่า "การตั้งเป้าหมายหายใจพ้นน้ำให้เร็วที่สุด" ดังนี้
หนึ่ง สรุปค่าใช้จ่ายต่อเดือน เราต้องมีเงินเท่าไหร่จึงอยู่รอดได้ เช่น สมมติ 20,000 บาทต่อเดือน เท่านี้จะเพียงพอจ่ายทุกค่าใช้จ่าย
สอง ตั้งโจทย์ว่าทำอย่างไรฉันจะหาเงินจำนวนนั้นได้โดยใช้เวลา "น้อยที่สุด" ย้ำว่าใช้เวลาน้อยที่สุด เช่น เพื่อให้ได้เงิน 20,000 บาท/เดือน นอกจากทำงานประจำที่ใช้เวลาวันละ 8-10 ชั่วโมงแล้ว ยังมีวิธีไหนได้อีกบ้าง?
1
รับงานนอก ที่ใช้เวลาทำ 30 ชั่วโมง แต่ได้รายได้ 20,000 บาท เป็นไปได้มั้ย? ขายของออนไลน์ ที่ดูแลวันละ 2 ชั่วโมง แต่ได้ 20,000 บาท เป็นไปได้มั้ย? ฯลฯ
จากนั้นเมื่อเราใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อหารายได้ที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่อเดือนแล้ว
เราจะมีเวลาเหลือเพื่อไป "คิดเรื่องอื่น" ...เพราะเรารอดแล้ว
3.
ใครมาถึงจุดที่ใช้เวลาน้อย แต่มีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายรายเดือน จุดนี้ล่ะครับคือจุดวัดใจ เพราะเราเลือกได้ระหว่าง "เอาเวลาที่เหลือไปกินเที่ยวเล่น" หรือ "เอาเวลาที่เหลือไปคิดว่าฉันเกิดมาเพื่อทำอะไร?"
รับรองว่าถ้าเราเอาเวลาไปคิดใค่รครวญหาความหมาย เราจะไม่ได้คำตอบประเภท "อ๋อ! ฉันเกิดมาเพื่อหาเงิน" แต่เราจะค่อย ๆ รู้จักตัวเองมากขึ้นว่าอยากทำอะไร
และหลายครั้งคำตอบนั้นมักออกมาว่า "ฉันอยากมีประโยชน์กับผู้อื่น" เพราะเมื่อแก้วน้ำเราเต็มแล้ว ไม่มีทางที่เราจะไม่อยากแบ่งปันให้ผู้อื่นที่ยังกระหายน้ำ
"ทำอย่างไรจึงจะใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อให้ได้เงินที่จำเป็นต้องใช้ต่อเดือน จะได้เหลือเวลาใคร่ครวญคำตอบสำคัญของชีวิต" คำตอบของคำถามนี้ไม่ง่าย (แต่ก็ไม่ยากเกินไป เพราะมีคนทำได้ไม่น้อย)
4
สำคัญก็คืออย่ารอให้คำตอบชัดเจนแล้วจึงค่อยลงมือทำ เพราะเรื่องแบบนี้วางแผนได้ระดับหนึ่ง จากนั้นต้องลองลงมือทำ แล้วปรับแก้หน้างานไปเรื่อย ๆ จนเข้าที่เข้าทางในที่สุด
1
รีบหายใจให้พ้นน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อที่ "เงิน" จะได้ไม่เป็น "หมอก" บดบังความคิด ...เมื่อไม่ต้องคิดเรื่องเงินแล้ว เราจะมีเวลาไปคิดเรื่องอื่นได้อีกมากมาย
2
เงินไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต แต่ชีวิตก็ต้องใช้เงิน เพียงแต่อย่าใช้ทั้งชีวิตไปแลกเงิน
1
มาตั้งเป้าหมายการเงิน แล้วเริ่มลงมือตั้งแต่วันนี้กันนะครับ.
    Buss Sao
    ขอบคุณค่ะ ชอบและติดตามบทความดีๆ ของคุณบอยนะคะ เอามาเติมพลังใจทุกวัน
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ไม่ใส่รองเท้า ถุงเท้า เดินในบ้านมีผลเสียต่อกระดูกและม้ามได้นะ 🔹ช่วงนี้ก็เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว หลายพื้นที่อากาศก็เริ่มเย็นกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสาน
      บูสต์โพสต์ใน Blockdit ฉบับเข้าใจง่ายเริ่มบูสต์ได้ทันที บูสต์โพสต์คืออะไร?
      [ #ให้ความเงียบนำทาง ] ถึงตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเกมพรีเมียร์ลีกดวลอาร์เซน่อลวันพฤหัสบดีที่จะถึง ไมเคิ่ล คาร์ริค จะสวมบทผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดต่อไป
      คาถาพ่อ-แม่รวยสอนลูก จาก “เจ้าสัวเจริญ” ถึงทายาท "สิริวัฒนภักดี" ส่องคาถามหาเศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองไทย "เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี" มีวลี วรรคทองอะไรใช้สอนบรรดา "ทายาท" ทั้ง 5 ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนอาณาจักรไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น จนเติบใหญ่เป็นอาณาจักรหลายแสนล้านบาท
      ดูทั้งหมด