มีบัญชีอยู่แล้ว?
รู้จัก OpenSea ตลาดซื้อขาย NFT อันดับหนึ่งของโลก
ถ้าพูดถึงเทคโนโลยี ที่เป็นกระแสร้อนแรงในช่วงปีที่ผ่านมา
หลายคนน่าจะเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เรียกว่า “NFT”
1
NFT ย่อมาจาก Non-Fungible Token ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีประเภทหนึ่ง เหมือนกับ Bitcoin แต่ต่างกันตรงที่ แต่ละเหรียญจะมีลักษณะเฉพาะตัว ไม่สามารถทดแทนได้ ทำให้มีเพียงชิ้นเดียวในโลก และมีมูลค่าในตัวเอง
พอเป็นแบบนี้ เราจึงได้เห็น NFT ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ, กราฟิก, ไอเทมเกม หรือคลิปวิดีโอ ถูกประมูลกันด้วยมูลค่ามหาศาลบนโลกออนไลน์
ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจที่เป็นตลาดกลางสำหรับซื้อขายสินทรัพย์ NFT กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
โดยแพลตฟอร์มที่ครองส่วนแบ่งเกือบทั้งหมดของตลาดอยู่ในเวลานี้ มีชื่อว่า “OpenSea”
เรื่องราวของ OpenSea มีความเป็นมาอย่างไร ถึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำวงการได้
แล้วปัจจุบัน แพลตฟอร์มมีมูลค่าการซื้อขาย NFT สูงแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
1
OpenSea ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 หรือ 4 ปีที่แล้ว โดยคุณ Devin Finzer และคุณ Alex Atallah
คุณ Finzer ซึ่งเป็นซีอีโอของ OpenSea นั้นมีประสบการณ์ในแวดวงเทคโนโลยีพอสมควร โดยเขาเป็นอดีตพนักงาน Pinterest และเคยปั้นแพลตฟอร์มบริการเรียกคืนเงิน ชื่อว่า Claimdog ขายให้กับบริษัทบริการข้อมูลเครดิตอย่าง Credit Karma ได้สำเร็จ
 
ต่อมา คุณ Finzer เริ่มสนใจเกี่ยวกับ เทคโนโลยีบล็อกเชน และคริปโทเคอร์เรนซี เลยลองศึกษาข้อมูล จนหลงใหลอยากทำธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้
เขาจึงร่วมมือกับคุณ Atallah นำเสนอไอเดียธุรกิจแชร์สัญญาณ Wi-Fi ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งก็ได้รับเงินทุนจาก Y Combinator ที่เป็นสตาร์ตอัป Accelerator ชื่อดัง เพื่อไปเริ่มต้นกิจการ
แต่ระหว่างนั้น คุณ Finzer ได้เห็นข่าวของ CryptoKitties เกมเลี้ยงแมวออนไลน์ ที่สามารถนำของภายในเกมมาซื้อขายต่อด้วยสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซี บนเครือข่ายบล็อกเชนได้ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ NFT โปรเจกต์แรก ๆ ของโลก
4
และเขารู้สึกประหลาดใจมาก ที่คอลเลกชันในเกมชื่อว่า Genesis ถูกซื้อขายกันในราคา 247 ETH หรือคิดเป็นเงินมูลค่าสูงถึงราว ๆ 3.8 ล้านบาท ในขณะนั้น
ทำให้เขามองว่าในอนาคต หากเทคโนโลยีนี้แพร่หลายมากขึ้น ก็น่าจะมี NFT ประเภทอื่น ๆ เกิดขึ้นมากมาย และมีมูลค่าการซื้อขายสูงยิ่งกว่านี้อีก
คุณ Finzer จึงตัดสินใจเปลี่ยนธุรกิจ จากเดิมจะทำธุรกิจแชร์สัญญาณ Wi-Fi ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน
หันมาสร้างแพลตฟอร์มตลาดสำหรับซื้อขายสินทรัพย์ NFT แทน
โดยตั้งชื่อแบรนด์ว่า “OpenSea”
อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกบริษัทไม่ได้เร่งขยายกิจการสักเท่าไร โดยมีพนักงานแค่ 7 คน จนถึงปี 2020 เนื่องจากต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย และพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีคุณภาพดีเสียก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมรอวันเวลาที่กระแส NFT เริ่มติดตลาดจริง ๆ
1
ซึ่ง OpenSea ได้ออกแบบแพลตฟอร์ม ให้ผู้คนสามารถเข้ามาวางขายผลงาน NFT ประเภทใดก็ได้ โดยจะมีการแบ่งหมวดหมู่ไว้ชัดเจน เช่น คอลเลกชันสิ่งของที่มาจากแพลตฟอร์ม Sandbox, คอลเลกชันสิ่งของที่มาจากแพลตฟอร์ม Decentraland
การแบ่งหมวดหมู่ชัดเจนแบบนี้ ทำให้ค้นหาสะดวก รวมทั้งเก็บประวัติการซื้อขาย และความเคลื่อนไหวของราคาในอดีต เพื่อให้ติดตามข้อมูลของสินทรัพย์ได้อย่างละเอียด
ผ่านมาถึงปี 2020 การซื้อขาย NFT บน OpenSea ยังมีมูลค่าอยู่ที่เพียง 3,000 ล้านบาท
แต่เข้าสู่ปี 2021 กระแสของ NFT ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ OpenSea ที่บุกเบิกตลาดมาหลายปี และมีแพลตฟอร์มใช้งานง่าย กลายเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่คนเข้ามาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลกัน
มูลค่าการซื้อขาย NFT บน OpenSea ในปี 2021
ไตรมาสที่ 1 อยู่ที่ 8,200 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 7,600 ล้านบาท
แต่พอครึ่งปีหลัง มูลค่าการซื้อขายก็พุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
เดือนกรกฎาคม อยู่ที่ 10,700 ล้านบาท
เดือนสิงหาคม อยู่ที่ 112,000 ล้านบาท
เดือนกันยายน อยู่ที่ 98,000 ล้านบาท
เดือนตุลาคม อยู่ที่ 86,000 ล้านบาท
โดยปัจจุบัน OpenSea มีมูลค่าซื้อขาย NFT สะสมรวมตั้งแต่เปิดตัว อยู่ที่ราว ๆ 340,000 ล้านบาท
อ้างอิงจากเว็บไซต์ Tokenist
OpenSea มีส่วนแบ่งตลาด คิดเป็น 97% ของมูลค่าการซื้อขายรายเดือน
บนเครือข่ายของ Ethereum ซึ่งเป็นระบบบล็อกเชนหลักของตลาด NFT
ทีนี้ คำถามที่หลายคนน่าจะสนใจคือ แล้ว OpenSea มีรายได้และมูลค่าบริษัทเท่าไร ?
ต้องบอกว่า OpenSea มีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมในการดำเนินธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์ม อยู่ที่ 2.5% ของมูลค่าการซื้อขายในแต่ละครั้ง
ถึงแม้บริษัทไม่ได้เปิดเผยผลประกอบการ
แต่จากข้อมูลยอดซื้อขายสะสมราว 340,000 ล้านบาท เราก็พอประเมินได้คร่าว ๆ ว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา OpenSea มีรายได้รวมประมาณ 8,500 ล้านบาท
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงประสบความสำเร็จในการระดมทุนไปแล้วทั้งหมดกว่า 4,100 ล้านบาท
โดยในรอบล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2021 ซึ่งเป็น Series B บริษัทถูกประเมินมูลค่าธุรกิจไว้อยู่ที่ 49,000 ล้านบาท ถือเป็นสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น
ซึ่งคงต้องบอกว่า นับเป็นช่วงเวลาระดมทุนที่เหมาะเจาะพอดี เพราะตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2021 ยอดการซื้อขาย NFT บนแพลตฟอร์ม ก็เพิ่มขึ้นราว 10 เท่า ทำให้หากมีการระดมทุนในครั้งถัดไป มูลค่าประเมินของบริษัท ก็น่าจะพุ่งสูงขึ้นมากเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความนิยม คือ ต่อไปก็น่าจะมีคู่แข่งเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ
เช่น ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่อย่าง Coinbase เพิ่งประกาศเปิดตัวตลาดซื้อขาย NFT ของตัวเองเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2021 ที่ผ่านมา
นอกจากนั้น ส่วนใหญ่แล้ว OpenSea ใช้งานระบบ Smart Contract บนเครือข่ายของ Ethereum ซึ่งมีค่าธรรมเนียม หรือที่เรียกกันว่า ค่า Gas ค่อนข้างแพง
ในขณะที่แพลตฟอร์มคู่แข่ง ได้เพิ่มการใช้งานระบบบนเครือข่ายบล็อกเชนอื่น ๆ เช่น Solana, Cardano ซึ่งมีค่า Gas ถูกกว่ามาก
อีกประเด็นสำคัญ คือ เครดิตความน่าเชื่อถือ เพราะเมื่อเดือนกันยายน ปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดกำลังร้อนแรง มีข่าวว่าพนักงานของ OpenSea ใช้ข้อมูลภายใน ซื้อ NFT ที่บริษัทมีแผนโปรโมตเก็บเอาไว้ ก่อนที่จะขายทำกำไรมหาศาลในภายหลัง
ซึ่งแม้ OpenSea ครองตลาดอยู่เกือบทั้งหมดในตอนนี้
แต่ถ้าไม่ระวังปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ให้ดี ก็อาจสูญเสียส่วนแบ่งไปได้ เพราะในตลาดเสรีอย่างคริปโทเคอร์เรนซี และ NFT ผู้บริโภคย่อมมีสิทธิ์เปลี่ยนไปใช้งานแพลตฟอร์มอื่นได้อยู่เสมอ
จากเรื่องราวนี้ คงเป็นแง่คิดที่น่าสนใจว่า
ในบางครั้ง เราอาจต้องเชื่อมั่นและอดทนเฝ้ารอ จนกว่าโอกาสที่คาดหวังจะมาถึง
2
เหมือนกรณีของ OpenSea ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของ NFT ตั้งแต่แรก
แต่ก็รู้ดีว่า ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีใหม่นี้ จึงค่อย ๆ พัฒนาแพลตฟอร์มให้มีคุณภาพดี พร้อมรองรับการซื้อขายที่จะเติบโตในอนาคต
1
และเมื่อเวลานั้นมาถึง บริษัทจึงสามารถเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นรายใหญ่สุด ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวงการไปแล้วนั่นเอง
ที่ผ่านมา
ถ้าพูดถึงเซิร์ชเอนจิน คนมักนึกถึง Google
ถ้าพูดถึงโซเชียลมีเดีย คนมักนึกถึง Facebook
ถ้าพูดถึงศูนย์รวมคริปโทเคอร์เรนซี คนอาจนึกถึง Binance
และถ้าพูดถึงหัวข้อเกี่ยวกับ NFT ในตอนนี้ คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึง OpenSea เป็นชื่อแรก นั่นเอง..
2
References
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ไปต่อไม่ไหว.. LINE TV โบกมือลา ประกาศหยุดให้บริการ 31 ธ.ค. นี้ กลายเป็นข่าวใหญ่ของคนที่ชอบเสพคอนเทนต์ผ่าน LINE TV ไม่น้อย เมื่อล่าสุด LINE TV ได้ออกโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า LINE TV ให้บริการถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 หรือสิ้นปีนี้ เป็นวันสุดท้าย และได้กล่าวขอบคุณผู้รับชมและเหล่าพาร์ตเนอร์ที่ได้สนับสนุน LINE TV มาโดยตลอด
      ปัจจุบันโลกเปิดกว้างมากขึ้น ที่เห็นเด่นๆในช่วงนี้ก็จะเป็นเรื่องรูปร่างคนเรารูปร่างแตกต่างกันและมีความสวยที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขอแชร์ไอเดียร์สำหรับสาวอวบหรือสาวพลัสไซส์ ยุคสมัยนี้เสื้อผ้าแฟชั่นมีมากมาย ง่ายต่อการจับจ่ายใช้สอยมากๆ หลายร้านหรือหลายแบรนด์ก็ผลิตหรือขายเสื้อผ้าสำหรับสาวอวบมากขึ้นเปิดโลกในการแต่งตัวได้มากขึ้น📍📍 แต่บางคนก็ไม่กล้าที่จะใส่ ฉันมีปัญหาตรงนี้ แขนฉันใหญ่ ขาฉันใหญ่ฉันมีพุง ขอแชร์อยากบอกค่ะเราต้องเริ่มจากการมีความมั่นใจค่ะ อย่างที่บอกคนเราทุกคนมีความสวยในแบบของเราขอแค่เรามั่นใจจะใส่อะไรก็ดู ความสวยของเราเราคือคนตัดสินใจ😄
      โจมตีชุมชนจีนในโซโลมอน โดย
      “โอไมครอน” ทำเหตุ ญี่ปุ่นประกาศระงับการเข้าประเทศของผู้ที่ถือวีซ่าใหม่ทุกประเภทอีกครั้ง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นลดลง รัฐบาลประเทศญี่ปุ่นเพิ่งประกาศผ่อนปรนให้ผู้ที่ถือวีซ่านักธุรกิจ นักศึกษาต่างชาติ ผู้ฝึกงานด้านเทคนิค ฯ ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศได้ตามเงื่อนไขไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมานี้เอง
      ดูทั้งหมด