มีบัญชีอยู่แล้ว?
ลงทุนแค่บางส่วน หรือ ซื้อทั้งบริษัท ต่างกันอย่างไร ?
ในช่วงที่ผ่านมา เราน่าจะมีโอกาสได้เห็นดีลการลงทุนเกิดขึ้นมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อกิจการ Bitkub Online โดย SCBS ซึ่งเข้าถือหุ้นกว่า 51%
หรือการที่ OR เข้าลงทุนในเชนร้านอาหาร โอ้กะจู๋ ซึ่งเข้าถือหุ้น 20%
แม้ว่าจะไม่ได้ซื้อกิจการทั้ง 100% แต่สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างทั้ง 2 ดีลนี้
คือดีลแรก เป็นการลงทุนในระดับที่เรียกได้ว่า เข้าไปเป็นเจ้าของ
ในขณะที่ดีลหลัง เป็นการเข้าลงทุนเพียงบางส่วน
แล้วทั้ง 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
การเข้าลงทุนเพียงบางส่วนนั้น เรามักพบเห็นได้ทั่วไป เพราะผู้ลงทุนเพียงเข้าลงทุน ในสัดส่วนที่ต้องการรับการจัดสรรผลประโยชน์ ตามสัดส่วนที่ลงทุนไป
โดยการลงทุนรูปแบบนี้ อาจเกิดขึ้นได้เพราะผู้ลงทุนเห็นโอกาสในธุรกิจร่วมกัน
แต่ไม่มีความรู้ความชำนาญมากพอที่จะเข้าไปบริหารเอง
จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า หากปล่อยให้ทีมงานดั้งเดิม ที่มีความเข้าใจในธุรกิจ และองค์กรของตัวเองอยู่แล้วบริหารต่อไป และผู้ลงทุนก็เพียงคอยตรวจสอบ และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น
แต่ข้อเสียคือ ผลประโยชน์ที่ได้รับ ก็จะได้ตามสัดส่วนที่ลงทุนไปด้วย
อีกทั้งหากสัดส่วนความเป็นเจ้าของมีไม่มากพอ สิทธิในการออกเสียง และตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ก็จะน้อยลงตามไปด้วย
ซึ่งการลงทุนเพียงบางส่วนนี้ ก็จะคล้ายกับการที่ผู้ลงทุนรายย่อย ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และคอยตรวจสอบการดำเนินการขององค์กร
แต่หากจำนวนหุ้นที่ถืออยู่เป็นส่วนน้อย ก็เป็นไปได้ยากที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องใด ๆ ในบริษัทได้ตามต้องการ
ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเป็นสัดส่วนที่มาก จนมีผลต่อทิศทางการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ จะถูกเรียกว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งถือหุ้นในองค์กรเกินกว่า 10% นั่นเอง
หรือในอีกกรณีหนึ่งก็คือการเข้าลงทุนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน
อย่างเช่นการที่ OR หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เข้าลงทุนในแบรนด์ร้านอาหารโอ้กะจู๋ โดยเป็นการเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 20%
นอกจากเรื่องของส่วนแบ่งผลกำไร ที่จะได้จากการลงทุน ในแบรนด์ร้านอาหารที่กำลังเติบโตแล้ว
2
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การได้สาขาของร้านโอ้กะจู๋ มาเปิดในสถานีบริการน้ำมันของตัวเอง และยังเป็นการเดินตามกลยุทธ์ ที่จะเพิ่มความหลากหลายของรายได้ในธุรกิจค้าปลีกมากยิ่งขึ้น
ซึ่งถึงแม้ OR จะกลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโอ้กะจู๋
แต่ OR ก็ไม่ได้มีส่วนในการบริหารกิจการ เมื่อเทียบกับการเข้าซื้อกิจการทั้งบริษัท ซึ่งจะมีจุดประสงค์เพื่อการเข้าลงทุน จนถึงระดับที่สามารถตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในองค์กรได้อย่างเบ็ดเสร็จ
แล้วต้องซื้อหุ้นมากเท่าไร ถึงจะมีอำนาจในการกำหนดทิศทางของบริษัทได้ ?
การมีสัดส่วนความเป็นเจ้าของมากกว่าครึ่งหนึ่ง จะเสมือนว่าได้เป็นผู้กุมอำนาจโหวตของบริษัท
ซึ่งการซื้อ Bitkub Online ของ SCBS ในสัดส่วนกว่า 51% ก็ทำให้ SCBS มีอำนาจในการกำหนดทิศทางของบริษัท และยังเป็นการพาตัวเองรุกเข้าสู่วงการสินทรัพย์ดิจิทัลได้ทันที
2
นอกจากอำนาจในบริษัทที่มีจะสามารถกำหนดทิศทางในการบริหารองค์กรได้แล้ว
1
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ เหตุผลในการตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ นอกเหนือจากเรื่องของผลประกอบการ
ก็คือผลประโยชน์ส่วนเพิ่ม ที่ได้จากการเป็นเจ้าของกิจการนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- ทรัพยากรของบริษัท อย่างเช่น เทคโนโลยี ความรู้ รวมถึงบุคลากรที่มีความสามารถ
- ฐานลูกค้าใหม่ ๆ หรือคอนเน็กชันที่บริษัทเดิมมีอยู่
- ใบอนุญาต ข้อตกลง สิทธิบัตร หรือผลประโยชน์อื่น ๆ ที่ติดมากับชื่อของบริษัทเดิม
3
อย่างเช่นการไล่ซื้อกิจการขนาดเล็ก หรือสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีของ Apple
เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี หรือพนักงานหัวกะทิเข้ามาสู่ Apple จนเกิดเป็นเทคโนโลยีเด่น ๆ ใน iPhone มากมาย เช่น ดีลการเข้าซื้อ AuthenTec ในปี 2012 ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีมากมาย ที่เกี่ยวกับลายนิ้วมือ จนนำมาสู่ ตัวสแกน Touch ID ในโทรศัพท์มือถือ iPhone
6
หรือสตาร์ตอัป Akonia Holographics ผู้พัฒนาเลนส์ สำหรับใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ AR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Apple กำลังวิจัยและพัฒนาอยู่ในปัจจุบัน
และอีกกรณีการซื้อกิจการ ที่เราต้องพูดถึง ก็คือ การซื้อกิจการเพื่อกำจัดคู่แข่ง
อย่างเช่นในอดีตที่ Facebook หรือ Meta ในปัจจุบัน ได้เข้าซื้อ Instagram ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเหมือนกัน และกำลังเติบโตอย่างมาก
1
โดยการเข้าซื้อกิจการในครั้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ก่อนที่ Instagram จะเติบโตและกลายเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของ Facebook ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม แม้จะดูเหมือนว่าการเข้าซื้อหุ้นจำนวนมาก ๆ ก็สามารถเข้ากุมอำนาจในบริษัทได้
2
แต่ก็ยังมีบางกรณี ที่การซื้อหุ้นที่มีในตลาด ก็อาจจะไม่เพียงพอ เช่น กรณีของ Facebook
หรือ Meta ที่มีการแบ่งประเภทของหุ้นในบริษัทเป็น Class A และ B
โดย Class A คือหุ้นที่เปิดขายให้กับนักลงทุนทั่วไป ซึ่ง 1 หุ้นมีค่าเท่ากับ 1 คะแนนเสียง
ในขณะที่ Class B เป็นหุ้นที่ให้แต่เฉพาะผู้บริหาร ไม่มีขายในตลาด และ 1 หุ้นมีค่ามากถึง 10 คะแนนเสียง
2
ทำให้ถึงแม้จะมีผู้ไล่ซื้อหุ้น Class A ของ Facebook ไปจนหมดตลาด
ก็ไม่สามารถที่จะโค่น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ออกจากการเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทได้
เนื่องจากเขาครอบครองหุ้น Class B มากถึง 82%
โดยจำนวนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนคะแนนเสียงเกิน 50% ของคะแนนโหวตทั้งบริษัท
1
เรียกได้ว่าตราบใดที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ไม่ยอมปล่อยหุ้น Class B ออกไป
อำนาจในการควบคุมบริษัท ก็ยังคงเป็นของเขาไปเรื่อย ๆ
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงพอเห็นภาพว่า ทำไมบางบริษัท เลือกที่จะลงทุนในอีกบริษัทหนึ่งเพียงบางส่วน
ในขณะที่บางบริษัท ก็เลือกที่จะซื้อทั้งบริษัท ทั้งที่ไม่ได้เป็นคู่แข่ง หรือเกี่ยวข้องกันในสายธุรกิจแต่อย่างใด
ซึ่งถึงแม้การเข้าซื้อหรือลงทุน จะดูน่ากังวลหากเป็นดีลที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทใหญ่ด้วยกัน จนสุ่มเสี่ยงต่ออำนาจการผูกขาดในตลาด
1
แต่สำหรับบริษัทขนาดเล็กแล้ว การได้มาซึ่งเงินทุน เพื่อนำไปขยายธุรกิจ หรือในบางครั้งอาจจะหมายถึงการต่อลมหายใจของกิจการ
3
หลายคนก็น่าจะยังไม่รู้มาก่อนว่าเรื่องทำนองนี้ ก็เคยเกิดขึ้นกับ Apple
ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกือบล้มละลาย แต่ก็ได้รับเงินลงทุนจาก Microsoft มาต่อลมหายใจ
จนทั้งคู่ได้เติบโตขึ้น และกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลกไปแล้ว ในวันนี้..
2
References
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ฮือฮามหาเศรษฐี “Binance” กับภาวะ“คริปโต”ตลาดแตก ฮือฮากันในวงการบล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมาก เมื่อทาง Bloomberg ได้ทำการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ของ “ฉางเผิง จ้าว-Changpeng Zhao” ที่รู้จักและเรียกขานกันในวงการเงินสกุลดิจิทัลและบล็อกเชนว่า “CZ” ผู้ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Binance กระดานซื้อขาย Crypto ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก ทั้งๆที่เขาใช้เวลาในการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาในปี 2017 เท่านั้น
      ## จะใช้ดาบ ดาบต้องคม จะเลือกใช้ ATK ต้องเลือกใช้ของดีมีคุณภาพ ## ATK หรือ Antigen Test Kits ซึ่งเป็นชุดตรวจโควิดแบบเร็ว และการตรวจเชิงรุกเป็นประจำถือเป็นอาวุธสำคัญอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยขจัดและป้องกันหรือจำกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
      เบนยามิน อาห์เหม็ด หนุ่มน้อยวัย 12 ปี มีรายได้จากงานศิลปะดิจิทัล 30 ล้าน กระแสการบูมของ NFT หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตัวในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้ใครหลายต่อหลายคนกระโดดเข้าสู่วงการนี้ เช่นเดียวกันกับ เบนยามิน อาห์เหม็ด เด็กชายวัย 12 ปี ที่ได้เห็นโอกาสในโลกของ NFT เช่นกัน
      ⭐ สาระน่ารู้ วันนี้ชวนมาหาคำตอบกันค่ะว่า "พริก" เป็น ผัก หรือ ผลไม้ ใครคิดว่าพริกเป็นอะไรตอบกันมาได้นะคะ
      ดูทั้งหมด