19 ม.ค. 2022 เวลา 12:37 • กีฬา
1 ปีของ ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมย็อง กองหน้าคนสำคัญของอาร์เซน่อล เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากซูเปอร์สตาร์ที่ทีมจะขาดไม่ได้ แป้บเดียวเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายในชั่วพริบตา เกิดอะไรขึ้น วิเคราะห์บอลจริงจังจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2019-20 อาร์เซน่อล ไล่อูไน เอเมรี่ ออก แล้วแต่งตั้งมิเกล อาร์เตต้า เป็นเฮดโค้ชคนใหม่ โดยผลงานปีแรกของอาร์เตต้าก็กลางๆ จบอันดับ 8 ในลีก แต่เขาได้รับความไว้วางใจให้คุมทีมต่อ เพราะคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในซีซั่นนั้น
1
คนที่เป็นฮีโร่ของอาร์เตต้าคือโอบาเมย็อง ในรอบรองชนะเลิศ อาร์เซน่อลชนะแมนฯ ซิตี้ 2-0 โอบายิงสองลูก จากนั้นในรอบชิงเอาชนะเชลซี 2-1 ซึ่งโอบาก็ยิงสองลูกเหมือนเดิม ณ เวลานั้น เขาแบกจนไม่รู้จะแบกยังไงแล้ว
โอบาเป็นทั้งกัปตัน และเป็นความหวังของทีม นั่นทำให้หลังจบฤดูกาล สโมสรตัดสินใจต่อสัญญาเขาออกไป 3 ปี จนถึงซัมเมอร์ปี 2023 ด้วยค่าจ้างสัปดาห์ละ 250,000 ปอนด์
จริงๆ อาร์เซน่อลเคยมีบทเรียนกับเมซุต โอซิลมาแล้ว ที่ต่อสัญญาราคาแพงมาก ตอนอายุเริ่มเยอะ สุดท้ายใช้งานไม่คุ้มค่าเหนื่อย กลายเป็นว่าสโมสรต้องเข้าเนื้อฟรีๆ จริงๆ ก็มีการระวังไม่ให้กรณีแบบโอซิลเกิดขึ้นอีก
3
อย่างไรก็ตามในเคสของโอบาเมย็องมาระเบิดฟอร์มจนทีมได้แชมป์เอฟเอคัพพอดี แฟนบอลจึงรับไม่ได้แน่ๆ ถ้าจะเสียตัวไปฟรีๆ (ตอนนั้นเหลือสัญญาอีกแค่ 1 ปี) ผู้บริหารทีมจึงเหมือนถูกมัดมือชก ต้องยอมต่อสัญญาออกไปอย่างเดียว
แม้จะมีสัญญาระยะยาว แต่สื่อในอังกฤษเชื่อว่า ลักษณะนิสัยของโอบาเมย็องบางอย่าง ไม่ทำให้อาร์เตต้าชอบใจนัก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 เขาละเมิดกฎโควิดของสโมสรด้วยการไปทำ Tattoo ซึ่งสโมสรแจ้งแล้วว่า อย่าไปใกล้ชิดกับคนอื่น จนมีความเสี่ยงจะติดเชื้อ
จากนั้นในเดือนมีนาคม 2021 โอบาไปซ้อมสาย จนอาร์เตต้าสั่งดร็อปเขาในเกมนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ กับสเปอร์ส เป็นการลงโทษทางวินัย แต่เกมต่อไปก็ส่งเป็นตัวจริงตามเดิม
ในสมัยที่อาร์เตต้าเป็นกัปตันอาร์เซน่อล เขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ดังนั้นเมื่อเจอความสบายๆ ของโอบาเมย็อง ทำให้เขารู้สึกว่ามันไม่ปกตินัก กัปตันปืนใหญ่คนก่อนๆ อย่างโทนี่ อดัมส์ หรือ ปาทริก วิเอร่า ล้วนมีความหนักแน่น เชื่อถือได้ ซึ่งเขาเองไม่แน่ใจนักว่า คาแรคเตอร์ของโอบาเมย็องจะเหมาะกับการเป็นกัปตันทีมจริงๆ หรือเปล่า
จริงๆ แล้วเรื่องนอกสนาม ถ้าไม่แรงเกินไปนัก อาร์เตต้าก็ยังพอจะมองข้ามไปได้ แต่ปัญหาคือฟอร์มในสนามของโอบาเมย็องก็ดันไม่ดีด้วย ในฤดูกาล 2020-21 เขายิงประตูในลีกได้น้อยที่สุดในรอบ 11 ปี (ยิง 10 ลูก และ 2 ในนั้นมาจากจุดโทษ)
โอบาไม่มีความเฉียบคมเหมือนเดิม เขาไม่สามารถเก็บเกี่ยวโอกาสที่เพื่อนสร้างสรรค์ได้ และนั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อาร์เซน่อลจบอันดับ 8 ของตารางอีกครั้ง แล้วคราวนี้ไม่มีแชมป์อะไรให้หล่อเลี้ยงใจด้วย ทีมจบมือเปล่า แบบไม่ได้ไปเล่นยุโรป แถมอันดับยังต่ำกว่าสเปอร์สอีกต่างหาก
2
เข้าสู่ฤดูกาล 2021-22 แรงกดดันของโอบายิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะเปิดมา 3 เกมแรกของซีซั่น ทีมปืนใหญ่จมบ๊วยด้วยการแพ้รวดทั้ง 3 เกม ยิงได้ 0 ประตู
จริงๆ จะไปโทษโอบาคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะเกมแรกที่แพ้เบรนท์ฟอร์ด 2-0 เขาก็ไม่ได้เพราะติดโควิด เกมที่ 2 ที่แพ้เชลซี 2-0 ก็ลงสำรองได้เล่นแค่ 29 นาที ส่วนเกมที่ 3 ที่แพ้แมนฯ ซิตี้ 5-0 ก็ต้องเล่น 10 คน เพราะกรานิต ชาก้าโดนไล่ออก
2
แต่ก็นั่นแหละ ด้วยความที่เขาเป็นนักเตะค่าเหนื่อยแพงที่สุดของสโมสร บวกกับเป็นกัปตันทีม จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่ต้องรับเสียงวิจารณ์
2
โอบาเมย็องลงเล่นมาเรื่อยๆ เป็นจำนวน 14 นัดติดต่อกัน ผลงานก็ไม่ค่อยดีนัก ยิงไป 4 ประตู อาร์เตต้าก็ทนมาเรื่อยๆ สุดท้ายเกิดจุดแตกหัก ในช่วงต้นเดือนธันวาคม เมื่อโอบาเมย็องเดินทางไปเยี่ยมคุณแม่ที่เมืองลาวาล ประเทศฝรั่งเศส ในวันพุธที่ 8 ธันวาคม 2021
สโมสรไม่อยากให้ไป แต่โอบาเมย็องสัญญาว่าจะไปเช้าเย็นกลับ เขาตั้งใจจะมาถึงลอนดอนในคืนวันพุธเลย เพื่อสามารถซ้อมต่อในวันพฤหัสบดีได้ทันที สุดท้ายสโมสรจึงอนุญาต ซึ่งถ้าคิดตามหลัก อังกฤษ-ฝรั่งเศส เดินทางแค่ชั่วโมงกว่าต่อไฟลต์ จะไปเช้าเย็นกลับก็มีความเป็นไปได้
1
แต่ปัญหาก็คือโอบาเมย็องไม่ได้กลับมาวันพุธตามที่สัญญาไว้ เขากลับมาก็พฤหัสบดีแล้ว
นั่นเป็นจุดแตกหักที่ทำให้อาร์เตต้าฟิวส์ขาด เขาบอกโอบาเมย็องไม่ต้องมาซ้อมร่วมกับเพื่อน จากนั้นในวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม ที่อาร์เซน่อลต้องเจอกับเซาธ์แฮมป์ตัน อาร์เตต้าตัดชื่อโอบาเมย็องทิ้ง ไม่ต้องให้มาอยู่กับทีมทั้งตัวจริงและตัวสำรอง โดยให้เหตุผลว่า "ลงโทษทางวินัย"
1
ไม่เพียงแค่ดร็อปเท่านั้น แต่อาร์เตต้ายังยึดปลอกแขนกัปตันจากโอบาเมย็องอีกต่างหาก โดยเขากล้าเรียกโอบามาคุยกันแบบตัวต่อตัว และพูดตรงๆ ถึงเหตุผลว่าทำไมต้องยึดตำแหน่งแบบนี้
1
โอบาเมย็องพยายามอธิบายเหตุผลว่า เมืองที่แม่เขาอยู่ คือลาวาล ไม่มีไฟลต์ตรงมาถึงลอนดอน ทำให้การเดินทางกลับมาอังกฤษมันซับซ้อน สุดท้ายจึงกลับมาไม่ตรงเวลานัดหมาย แต่นั่นไม่ได้ทำให้อาร์เตต้าเปลี่ยนใจ เขาปลดโอบาเมย็องอยู่ดี ก็คุณสัญญาว่าไงล่ะ
2
ตรงจุดนี้ทำให้สื่อมวลชนก็วิจารณ์อาร์เตต้าพอสมควร ว่าใช้ Approach ที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ อย่าลืมว่าโอบา สนิทกับนักเตะในทีมหลายคน ทั้งลากาแซตต์ และ เปเป้ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าทำให้โอบาเสียกำลังใจแล้ว ทีมจะเอาใครไปยิงประตูล่ะ เพราะชื่อชั้นโอบายังไงก็ดูดีที่สุด
2
แต่นั่นเป็นทางเลือกที่อาร์เตต้าตัดสินใจแล้ว เขาทนเรื่องวินัยมาหลายหนจริงๆ คราวนี้จึงตัดสินใจเด็ดขาด ซึ่งก็แน่นอนว่า ทำให้โอบาเองก็เสียใจเป็นอย่างมาก
วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2021 ชีวิตของอาร์เซน่อล ที่ไร้โอบาเมย็องก็เริ่มต้นขึ้น ทีมปืนใหญ่ ลงเล่นด้วยกลุ่มผู้เล่นอายุน้อยในแนวรุก เช่น กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, บูกาโย่ ซาก้า และ มาร์ติน โอเดการ์ด ปรากฏว่า อาร์เซน่อลชนะ 3-0 และดันเป็นเกมที่ทีมปืนใหญ่เล่นได้เพอร์เฟ็กต์ที่สุดในฤดูกาลด้วย
2
เกมรุกไหลลื่น เล่นบอลสนุก เกมรับแข็งแกร่ง แฟนบอลมีความสุขกันทั่วหน้า
ไม่ใช่แค่ชนะเซาธ์แฮมป์ตัน จากนั้นอาร์เซน่อลชนะเวสต์แฮม 2-0 ตามด้วยชนะลีดส์ 4-1 และถล่มนอริช 5-0 ทั้งหมดนี้ไม่มีโอบาเมย็องแม้แต่เกมเดียว นั่นทำให้อาร์เตต้ายิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้น ว่าการดร็อปโอบา และถอดจากกัปตันทีมเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
1
อาร์เตต้าไม่ชอบทนกับคนที่สร้างบรรยากาศลบในทีม ที่ผ่านมาเขาโละโอซิลไปแล้ว รวมถึงเด้งมัตเตโอ เก็นดูซี่ ดังนั้นก็ไม่แปลกที่เขาจะ Take Action กับโอบาเมย็องอย่างเด็ดขาด
2
นับตั้งแต่ไม่ได้ลงในเกมเซาธ์แฮมป์ตัน เขาก็ไม่ได้เล่นให้อาร์เซน่อลอีกเลยตลอด 1 เดือน ก่อนจะบินมาแคเมอรูน เพื่อร่วมทัพกาบอง ลงแข่งขันแอฟริกัน เนชั่นส์คัพ คือถ้ามองโลกในแง่ดี เปลี่ยนบรรยากาศมาเล่นทีมชาติบ้าง ถ้าหากทำผลงานได้ดีในกับกาบอง เขาอาจจะได้โอกาสจากอาร์เตต้าอีกครั้งที่สโมสร
นอกจากนั้น โอบาเมย็อง มีแพสชั่นอยากเล่นให้ทีมชาติในรายการแอฟริกัน เนชั่นส์คัพอย่างมาก เพราะเมื่อ 3 ปีก่อน ในปี 2019 กาบองไม่ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ดังนั้นในมุมของโอบาการได้กลับมาแข่งรายการนี้อีกรอบ ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก
วันที่ 10 มกราคม กาบองจะลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกเจอโคโมรอส แต่โอบาเมย็องมาติดเชื้อโควิดอีก จนลงสนามไม่ได้ยาวไปจนถึงนัดที่ 2 กับกาน่า จากนั้นโอบาเมย็องหายจากโควิด น่าจะพร้อมลงเล่นในเกมเจอโมร็อกโก นัดที่ 3 ของรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็มาตรวจพบอาการที่หัวใจอีก
โค้ชของกาบองอธิบายว่า โอบาเมย็องไม่เคยมีอาการอะไรที่หัวใจมาก่อน แต่เพราะโควิดที่เพิ่งหาย อาจทิ้งอะไรบางอย่างไว้ในร่างกายของเขาก็ได้ ดังนั้นเมื่อตรวจเจอความผิดปกติ ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอน นั่นคือถอดออกจาก Squad ให้นักเตะไปฟื้นฟูร่างกายดีกว่า
ดังนั้นโอบาเมย็องจึงถูกส่งกลับมาที่ลอนดอน และสโมสรก็ต้องเช็กอาการที่หัวใจอีกว่า จะสมบูรณ์พอจะได้ลงสนามหรือไม่ และถ้าสมบูรณ์พอก็ต้องอยู่ที่อาร์เตต้าอีกนั่นล่ะ ว่าคิดจะใช้งานหรือเปล่า เพราะอย่าลืมว่าทีมตอนที่ไม่มีเขา ฟอร์มมันลงตัวเอามากๆ เลย
ชีวิตของโอบาเมย็องตอนนี้ ถือว่าเป็นมรสุมที่สำคัญที่สุด กลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปทุกๆ อย่าง
โดนโค้ชยึดตำแหน่งกัปตัน โดนตราหน้าว่าไร้วินัย แอฟริกันเนชั่นส์คัพที่รอคอยก็ไม่ได้เล่น แม่ป่วย ตัวเองติดโควิด แถมยังมีอาการใหม่ที่หัวใจอีกต่างหาก
สิ่งที่อาจจะดีหน่อย คืออย่างน้อยเขาก็ได้รับเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย วีกละ 250,000 ปอนด์ อย่างไรก็ตาม ในอาชีพนักฟุตบอล ต่อให้ได้เงินมหาศาลทุกสัปดาห์ แต่ถ้าไม่ได้ลงเล่น และ Status ความเป็นยอดนักเตะ ถูกลดคุณค่าลงไป จะรวยแค่ไหน ก็ไม่รู้จะรู้สึกดีใจได้หรือเปล่า
1
จะว่าไปแล้ว หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 2 ซีซั่นก่อน โอบาเมย็องคือฮีโร่คนสำคัญ ทั้งพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพ และเป็นรองดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก เป็นผู้เล่นที่ใครๆ ก็คิดว่า อาร์เซน่อลจะขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด
1
ใครจะไปรู้ว่า ช่วงเวลาแค่พริบตาเดียว จากนักเตะที่อยู่จุดสูงสุดจะร่วงมาอยู่บนพื้นได้ง่ายๆ แบบที่ไม่มีสัญญาณอะไรบ่งบอกเลยจริงๆ
#UNBELIEVABLE
โฆษณา