มีบัญชีอยู่แล้ว?
รถไฟฟ้า มา หา นะ เธอ
.
เมื่อไม่กี่วันมานี้ อยู่ดี ๆ ผมก็ได้ยินคนพูดถึงแคมเปญการหาเสียงของคุณรสนาเกี่ยวกับค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ว่าสามารถที่จะทำให้ค่าโดยสารเฉลี่ยเพียง 20 บาทเท่านั้น ประกอบกับมีการแชร์โพสของคุณปานเทพไปอย่างมาก จนกระทั่งผมรู้สึกเป็นห่วงกับการที่คนส่วนใหญ่ได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดไปอย่างมาก
.
ผมเองชอบศึกษาเกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชนทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศมาพอสมควร (เป็นแฟนพันธุ์แท้ แต่ถ้าคุณปัญญาจัดแข่ง ผมก็คงไม่ได้เข้ารอบแน่ ๆ ครับ เพราะผมยังจัดได้ว่ามีความรู้ค่อนข้างน้อย) แต่พอมาฟังคลิป และอ่านโพสของทั้งสองท่าน ก็พบว่ามีข้อผิดพลาดจำนวนมาก ผมจึงขออนุญาตให้ข้อมูลที่​ถูกต้องมากขึ้นนะครับ โดยผมต้องขอออกตัวว่าผมไม่ได้มีความมุ่งหวังทางการเมืองว่าจะพยายามช่วยเหลือนักการเมืองท่านใดท่านหนึ่ง หรือพยายามดิสเครดิตนักการเมืองบางท่านแต่อย่างใด และผมเองก็ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง (อาจจะมีบ้าง เป็นเงินลงทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ)
.
ก่อนที่จะวิจารณ์ ผมต้องขอบอกว่า จริง ๆ ผมก็ชื่นชมคุณรสนา และคุณปานเทพในบทบาทการเป็นผู้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง แต่คลิปต่าง ๆ ของคุณรสนามีความผิดพลาดอยู่บางประการ เผื่อท่านใดที่เคยเห็นคลิปมาก่อน จะได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และไม่แชร์คลิปดังกล่าวต่อนะครับ
.
ส่วนประเด็นเรื่องการต่อสัมปทานตามที่คุณรสนาวิจารณ์ ผมขออนุญาตไม่พูดถึงในตอนนี้ เพราะผมยังมีข้อมูลรายละเอียดค่อนข้างน้อยครับ ไว้อาจจะนำมาเล่าในโอกาสถัดไปครับ
.
ในรูปที่ 1 คุณรสนานำข้อมูลต้นทุนในการเดินรถมา และบอกว่าต้นทุนของการให้บริการ โดยไม่รวมต้นทุนของโครงสร้างพื้นฐาน และต้นทุนค่าเวนคืนที่ดิน ว่าหากคิดต่อเที่ยวแล้ว คิดเป็นเพียง 10-16 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น
.
จริง ๆ แล้วผมเดาว่าคุณรสนาดึงตัวเลขดังกล่าวมาจากงบการเงินของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) และไม่ได้นำงบการเงินของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) มาวิเคราะห์รวมด้วย
.
หากปรับการคำนวณดังกล่าวให้ถูกต้องมากขึ้น จะทำให้ค่าใช้จ่ายรวมของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเฉพาะส่วนต่อขยายต่อเที่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 54 บาท และถ้าคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายรวมของรถไฟฟ้าทั้งระบบจะอยู่ที่ประมาณ 37 บาทต่อเที่ยว ทั้งนี้เป็นเพราะส่วนต่อขยายมีจำนวนสถานีมากกว่า มีค่าใช้จ่ายมากกว่า ในขณะที่จำนวนผู้โดยสารที่ใช้เส้นทางมีจำนวนน้อยกว่ามาก
.
ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวเลขที่คำนวณออกมาแตกต่างกันอย่างมาก หากเราคิดอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 20 บาทต่อเที่ยว แปลว่าต้องมีใครสักคนที่ต้องมาชดเชยส่วนต่างถึง 17 บาทต่อเที่ยวเลยทีเดียว ซึ่งต้องมีใครรับผิดชอบในส่วนนึ้
1
.
ในภาพที่ 2 คุณรสนาบอกว่า กทม. สามารถหารายได้เพิ่มเติมได้มากถึงปีละ 5,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 800 ล้านบาทจากค่าเช่า 4,000 ล้านบาทจากค่าโฆษณา และอีก 200 ล้านบาทจากค่าเชื่อมต่ออาคารกับสถานี ซึ่งจุดผิดจุดหนึ่งที่ผมสังเกตคือ เงิน 4,000 ล้านบาท น่าจะมาจากงบการเงินของบริษัทวีจีไอ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจริง ๆ แล้ว บริษัทมีรายได้จากค่าโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน เพียง 2,184 ล้านบาท ในปี 2562/2563 เท่านั้น รายได้หลักส่วนที่เหลือมาจากการธุรกิจบริการด้านดิจิทัล และสื่อโฆษณากลางแจ้งอื่น ๆ
.
นอกจากนั้น รายได้ดังกล่าวยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ดังนั้นตัวเลขรายได้สุทธิที่อาจจะหาได้จากค่าโฆษณาจริง ๆ แล้วจึงน่าจะต่ำกว่านั้นมาก น่าจะอยู่เพียงประมาณพันล้านบาทเศษเท่านั้น
.
หากรวม ๆ กัน ผมตีตัวเลขให้อย่างมาก ก็ไม่น่าเกิน 2,500 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นเงินที่อาจจะมาช่วยเหลือตรงนี้ได้เพียงประมาณ 10 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น
.
อย่างไรก็ตาม การดูตัวเลขแบบนี้เป็นตัวเลขที่ไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพราะยังมีต้นทุนทางการเงิน ต้นทุนเงินกู้ และต้นทุนอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งเป็นหนี้ที่ทาง กทม. แบกรับอยู่ นอกจากนั้นยังมีหนี้อีกบางส่วนที่ กทม. ยังค้างค่าจ้างเดินรถอีกด้วย ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้
.
ซึ่งในรูปที่ 3 คุณรสนาบอกว่า หนี้ที่ทาง กทม.​ มีอยู่ประมาณ 65,000 ล้านบาทนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกเสียทีเดียว จากข้อมูลของ workpoint today ในปี พ.ศ.​2564 กทม.​ มีหนี้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าอยู่ 3 ก้อนด้วยกัน คือ
.
1.ค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่ กทม.รับโอนมาจาก รฟม.ในปี 2561 เป็นเงินต้น 55,704 ล้านบาท ดอกเบี้ย 13,401 ล้านบาท รวม 69,105 ล้านบาท
2.ค่าซื้องานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 20,768 ล้านบาท ที่ กทม.ต้องจ่ายให้บีทีเอส โดยยมีกำหนดชำระภายในเดือน มี.ค.2564
3.ค่าจ้างบีทีเอสในการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และแบริ่ง-สมุทรปราการ รวมทั้งสิ้น 9,602 ล้านบาท (เริ่มติดค้างมาตั้งแต่ เม.ย. 2560)
คิดรวมกันมากกว่า 100,000 ล้านบาทเลยทีเดียว และยังไม่รวมดอกเบี้ยที่จะต้องเสียอีกด้วยตลอดระยะเวลาอีกด้วย ซึ่งน่าจะตีเป็นยอดหนี้ที่ต้องชำระต่อเที่ยวอีกไม่ต่ำกว่า 20-30 บาทต่อเที่ยวเลยทีเดียว (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารในอนาคต)
.
ดังนั้น การอุดรูรั่วขนาดนี้ ย่อมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กทม. เองไม่สามารถแบกรับภาระได้เองมากขนาดนั้น แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากเกินไปจากราคาค่าโดยสารที่สูง
.
ตอนนี้โพสมันก็ยาวเกินควรไปแล้ว ไว้ตอนหน้า อาจจะมาชี้แจงข้อมูลบางส่วนที่คุณรสนาได้เคยพูดไว้ในรายการของเนชั่นเมื่อปีที่แล้วกันครับ
.
หากใครมีคำถามสงสัยในเรื่องใด ๆ ผมยินดีช่วยหาข้อมูล และจะนำข้อมูลมานำเสนอในลำดับถัดไปครับ
.
ถ้ามีข้อมูลตรงไหนผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งด้วยครับ ผมจะได้แก้ไขให้ถูกต้องครับ
.
ใครคิดว่าข้อมูลนี้มีประโยชน์ก็ช่วยกันแชร์ด้วยนะครับ จะได้ปรับความเข้าใจให้ถูกต้องกันครับ
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    สรุป #ข่าวแหกโค้ง เมื่อสองพิธีกรพูดจานินทาคุณเป๊กผลิตโชคหลังรายการตัดเข้าโฆษณา แต่พลาดลืมปิดไมค์
    รวมกฎหมายจราจรที่ควรรู้ 🚫🚨🚦⛔️🚳⚠️ การรู้จักกฎหมายจราจรเบื้องต้น เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ต้องให้ความสำคัญและเข้าใจ เพื่อสามารถนำปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎจราจร
    เซอร์ไพรส์ "โอ๊ค พานทองแท้" แต่งงานแล้ว สุดเซอร์ไพรส์ "โอ๊ค พานทองแท้" ซุ่มเงียบเข้าพิธีวิวาห์ "ผู้บริหารสาวโรงแรม SC PARK" มีญาติทั้งสองฝ่ายร่วมยินดี "คุณหญิงพจมาน" เป็นแม่งาน ขณะที่ "ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์" วีดีโอคอลแสดงความยินดี
    แก๊งค์ G-7 ออกมาตรการช่วยเหลือยูเครน เพื่ออัด 'รัสเซีย" ทั้งทางตรงและทางอ้อม เกาะติดวิกฤตรัสเซีย - ยูเครน วันที่ 124 (1) (วันจันทร์ 27.6.2022 Mon)
    ดูทั้งหมด