มีบัญชีอยู่แล้ว?
5 อันดับคลินิกศัลยกรรมผ่าตัดแปลงเพศที่ดีที่สุดในไทย
โดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญปี 2022
1. THE SIB CLINIC
หนึ่งในผู้นำด้านศัลยกรรมความงามแนวหน้าของประเทศ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมากประสบการณ์คอยดูแล ให้คำปรึกษา วิเคราะห์สภาพปัญหาต่างๆ และให้คำแนะนำที่จริงใจตรงไปตรงมา เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้สูงสุด บริการของคลินิกมี 2 กลุ่มใหญ่คือการศัลยกรรมใบหน้า ร่างกาย ตา จมูก ปลูกผม เสริมหน้าอก ดูดไขมันและด้านผิวพรรณเลเซอร์ ทรีทเมนท์ ออกแบบใบหน้า ทุกขั้นตอนของทุกบริการจะคำนึงถึงความปลอดภัยและผลลัพธ์ของการผ่าตัดเป็นสำคัญ
ในส่วนบริการผ่าตัดแปลงเพศทางคลินิกมีบริการ 2 แบบ 1) ผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงมี 3 วิธีคือ 1) แบบปกติ, แบบสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับผิวของถุงอัณฑะ และแบบใช้ลำไส้เพื่อทำช่องคลอด 2) ผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายมี 3 ในการสร้างอวัยวะแพศชายคือ ย้ายเนื้อจากต้นขาด้านนอก, ใช้เนื้อจากแขนด้านใน และจากน่องพร้อมกระดูกโดยต้องเตรียมฝังท่อปัสสาวะด้วย ทุกขั้นตอนมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ผู้รับการผ่าตัดจึงต้องปรึกษา ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนว่าแบบไหนเหมาะกับเรา หรือเราชอบแบบไหน และร่างกายพร้อมหรือเปล่า การผ่าตัดจะได้ราบรื่นตรงใจที่สุด
รายละเอียดการให้บริการ
ชื่อคลินิก : เดอะ ซิบส์ คลินิก
ประเภทการบริการ : บริการศัลยกรรมและผิวพรรณ
ราคา : ไม่ได้ระบุไว้หน้าเว็บไซต์
ช่องทางการติดต่อ : https://www.thesibclinic.com/, Line : @Thesibclinic
2. โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล
โรงพยาบาลที่มุ่งมั่นให้บริการงานศัลยกรรมตกแต่งความงาม และแปลงเพศอย่างมีคุณภาพมาตรฐานระดับโลก คำนึงถึงคุณภาพของการผ่าตัดและความปลอดภัยในทุกๆ งาน และทำงานกันเป็นทีมในการช่วยศึกษาพัฒนาและแบ่งปันทักษะให้สู่ความเป็นเลิศ จึงเป็นศูนย์รวมการทำศัลยกรรมตกแต่งระดับโลก มีผู้รับบริการทั้งในและต่างประเทศ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก พร้อมด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ห้องพักที่หรูหราสะดวกสบาย ทีมศัลยแพทย์ประสบการณ์สูง เก็บข้อมูลเป็นความลับให้ทุกท่านทำสวย/หล่อได้อย่างมั่นใจเต็มที่
ถ้าพูดถึงการศัลยกรรมแปลงเพศต้องมีที่นี้อยู่ในลิส เพราะมีบริการทั้งเปลี่ยนชายเป็นหญิง เปลี่ยนหญิงเป็นชาย และมีการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ศัลยกรรมหน้า ผ่าตัดหน้าอก ตัดมดลุกรังไข่พร้อม เรียกว่ามาที่นี้ก็ครบไม่ต้องไปที่ไหนแล้ว ทุกขั้นตอนทำโดยคุณหมอมืออาชีพประสบการณ์สูง มีเทคนิคในการผ่าตัดให้เลือกถึง 3 เทคนิค แต่ก็ต้องได้รับคำแนะนำจากคุณหมอก่อน เพื่อให้ตอบโจทย์และปลอดภัยที่สุด รีวิวที่นี้ก็มีเพียบจะชายเป็นหญิงหรือหญิงเป็นชายมั่นใจได้ว่าออกมาเริ่ดจริง คุ้มค่าแน่นอน
รายละเอียดการให้บริการ
ชื่อคลินิก : Kamol Hospital
ประเภทการบริการ : Cosmetic and Plastic surgery
ราคา : ไม่ได้ระบุไว้หน้าเว็บไซต์
ช่องทางการติดต่อ : https://www.kamolhospital.com/ , TEL : 02- 5590155
3. MAXi COSMETIC SURGERY
คลินิกเพื่อคนอยากศัลยกรรมแปลงเพศ มีรีวิวให้ได้ดูมากมายก่อนตัดสินใจ เน้นใช้เทคนิค F E M A L E Modify Technique แปลงเพศเปลี่ยนจากชายให้กลายเป็นหญิง คือการสร้างอวัยเพศขึ้นมาใหม่ให้ดูใกล้เคียงกับอวัยวะเพศหญิงมากที่สุด ที่สำคัญยังเก็บรักษาความรู้สึกทางเพศได้เป็นอย่างดีเหมือนเดิมเพิ่มเติม ตามเป้าหมายที่ว่า ‘สมจริง สวย เสร็จ ครบทุกองค์ประกอบ พร้อมใช้งานที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อความสุขของคนไข้’
เทคนิคที่กล่าวมาคือการเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ ตามตัวอักษร F E M A L E นี้ F คือรูปลักษณ์อวัยวะเพศหญิงภายนอกโดยการเย็บซ่อนแผล เมื่อระยะเวลาผ่านไปรอยแผลผ่าตัดบริเวณอวัยวะเพศจะจางจนมองไม่เห็น, E ความรู้สึกทางเพศเป็นสิ่งสำคัญมาก จึงควรใส่ใจจุดนี้ให้ดี, M ใช้ผิวหนังขององคชาตและถุงอัณฑะมาทำเป็นกราฟเพื่อสร้างช่อง คลอดเทียม ทำให้ได้ความลึกที่เหมาะสม, A แคมเล็ก แคมใหญ่มีขนาดพอดีสมส่วนสามารถออกแบบได้, L ขนบริเวณอวัยวะเพศจะขึ้นเป็นสามเหลี่ยมเหมือนกับเพศหญิง และ E คือรูปลักษณ์ภายนอกที่ครบองค์ประกอบ รับรู้ถึงการเป็นผู้หญิงได้อย่างแท้จริง
รายละเอียดการให้บริการ
ชื่อคลินิก : MAXi COSMETIC SURGERY
ประเภทการบริการ : ศัลยกรรมแปลงเพศ ทรีทเมนต์ ฟิลเลอร์ โบท๊อกและอื่นๆ
ราคา : ไม่ได้ระบุไว้หน้าเว็บไซต์
ช่องทางการติดต่อ : https://www.maxiclinic.com/ , Line : @maxi.clinic
4. BCS CLINIC
คลินิคเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งถูกต้องตามมาตรฐาน โดยแพทย์เฉพาะด้านศัลยกรรมตกแต่ง และยังมีบริการด้านอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งได้รับความไว้วางใจมานานกว่า 18 ปี เพราะมีทีมแพทย์มากประสบการณ์ใส่ใจในทุกรายละเอียด ผลงานที่ออกมาจึงมีประสิทธิภาพสูงสุด มีทีมงานผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ทุกบริการทุกขั้นตอนมุ่งเน้นความปลอดภัยและจริงใจต่อลูกค้า คือจะแนะนำในสิ่งที่ลูกค้าทำได้ ไม่มีการพูดเกินจริง เพื่อให้ลูกค้าเลือกและได้รับสิ่งที่ดีที่สุดกลับไป
ให้บริการศัลยกรรมแปลงเพศจากชายเป็นหญิง ด้วยเทคนิควิธีของแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญและชำนาญการผ่าตัดแปลงเพศ ทั้งยังมีเทคนิคเฉพาะของ BSC มาใช้ในการผ่าตัดที่นอกจากทำให้รูปร่างภายนอกคล้ายกับเพศหญิงมากแล้ว ด้านความรู้สึกและการรับสัมผัสต่างๆ ยังดีมากด้วย คือการพัฒนาเทคนิคการสร้างช่องคลอดโดยใช้ผิวหนังองคชาตและใช้ผิวหนังจากอัณฑะ เทคนิควิธีนี้ใช้ผิวหนังของอัณฑะมาทำเป็นหนังช่องคลอดต่อกับผิวหนังองคชาต ทำให้ช่องคลอดมีความลึกขึ้น และก็จะมีรายละเอียดภายนอกภายในมากขึ้น ซึ่งแพทย์จะอธิบายก่อนทำเสมอ พร้อมด้วยอุปกรณ์ทันสมัยเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัด
รายละเอียดการให้บริการ
ชื่อคลินิก : BCS CLINIC
ประเภทการบริการ : ศัลยกรรมแปลง ฉีดไขมันหน้า ศูนย์เลเซอร์และผิวหนังและอื่นๆ
ราคา : ไม่ได้ระบุไว้หน้าเว็บไซต์
ช่องทางการติดต่อ : https://bcsclinic.com/, Line : @bcsclinic
5. Pride Clinic
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
Pride Clinic จึงนับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของบำรุงราษฎร์ในการเปิดโอกาสให้เกิดการเข้าถึงการรักษาที่ครบวงจร ปลอดภัย และได้มาตรฐาน และให้ความสำคัญในความเป็นส่วนตัวของผู้มารับบริการ อาทิ ข้อมูลประวัติการรักษา สถานที่ที่เป็นสัดส่วน และการไม่เปิดเผยตัวผู้มารับบริการ ให้แก่กลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศในทุกช่วงอายุ ภายใต้พื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเป็นบุคคลที่ดีที่สุดในแบบฉบับของตนเอง หรือ Be the best version of you และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ขอร่วมแสดงจุดยืนสนับสนุนเทศกาล “Pride Month” ในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อตอกย้ำถึงความเคารพต่อความหลากหลายทุกรูปแบบของมวลมนุษยชาติ”
สืบเนื่องจากกระแสปัจจุบันที่มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีความมั่นใจ กล้าแสดงออกและมีมุมมองในการยอมรับนับถือผู้อื่นโดยไม่ใช้เรื่องของเพศสภาพ หรือรสนิยมส่วนตัวมาตัดสิน อีกทั้งจากประสบการณ์ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราที่ได้พบปะพูดคุยกับกลุ่มคนที่หลากหลาย ทำให้พบว่ามีความต้องการรับการบริบาลจากกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงจากผู้ปกครองและญาติมิตร เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษาทางด้านจิตวิทยา
การเตรียมความพร้อมเรื่องฮอร์โมน การทำหัตถการ และการใช้ศัลยกรรมช่วยปรับแต่งลักษณะทางกายภาพ รวมถึงการผ่าตัดเปลี่ยนเพศด้วยวิธีที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง และการดูแลอย่างต่อเนื่องภายหลังการผ่าตัด ภายใต้การดูแลของทีมศัลยแพทย์และแพทย์ผู้ชำนาญการที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน การเปิด Pride Clinic ในวันนี้ นับเป็นการบริบาลทางการแพทย์ล่าสุดของบำรุงราษฎร์ ที่มุ่งยกระดับให้ครอบคลุมและมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น แต่เรายังคงไว้ซึ่งคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยสูงสุดของผู้รับบริการทุกคน
ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องสำคัญ เช่น ยังมีความเข้าใจผิด และมีความเสี่ยงในการซื้อยาคุมกำเนิดมารับประทานเอง เพื่อทดแทนฮอร์โมนในเพศหญิง ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ “Pride Clinic” จึงได้รับการออกแบบให้เกิดการบริบาลแก่กลุ่มหลากหลายทางเพศที่ปลอดภัย
โดยดูแลตั้งแต่ การใช้ฮอร์โมนบำบัดเพื่อปรับลักษณะทางกายภาพหรือเตรียมความพร้อมเพื่อปรับเพศสภาพ (Hormone Therapy), ศัลยกรรมเพื่อปรับลักษณะทางกายภาพ (Masculinizing / Feminizing Procedures), การผ่าตัดเปลี่ยนเพศ (Gender-Affirming Surgery), การฝึกพูดเพื่อเปลี่ยนเสียงเป็นเพศหญิง (Voice Feminizing Therapy) และการผ่าตัดกล่องเสียง (Voice Feminizing Surgery), การดูแลรักษาด้านผิวพรรณ ความงามและรูปร่าง (Aesthetic and Skin) การดูแลสุขภาพจิต (Mental health) รวมถึงการออกแบบโปรแกรมสุขภาพแบบจำเพาะสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Check-up Program for Unisex) ในทุกช่วงวัย เป็นต้น ซึ่งดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการในทุกขั้นตอน
ที่สำคัญทีมศัลยแพทย์ที่ต้องใช้หัตถการในการผ่าตัดเปลี่ยนเพศ ยังมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี และทำการผ่าตัดมาแล้วไม่น้อยกว่า 1,000 ราย ซึ่งแพทย์เฉพาะทางนี้ได้จบด้านศัลยกรรมตกแต่งหรือศัลยกรรมพลาสติก (Certified Board Plastic Surgeons) ในขณะที่ประเทศไทย ยังมีแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัดจำนวนไม่มากนัก ซึ่งแพทย์ที่สามารถปฏิบัติงานควรเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความเข้าใจและใส่ใจในสุขภาพของคนกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะ จึงจะสามารถให้คำปรึกษาด้านสุขภาพได้ ซึ่ง Pride Clinic ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ
เมื่อเรามั่นใจในตัวเราที่สุดการทำสิ่งต่างๆ ย่อมออกมาดีที่สุด ยิ่งเป็นเรื่องของบุคลิกภาพโดยรวมยิ่งต้องใส่ใจ แม้บางเรื่องจะปรับได้เช่น การแต่งตัวหรือการแสดงออกต่างๆ ก็ไม่เพียงพอถ้าหากคุณรู้สึกว่าเพศคุณไม่ใช่แบบนี้ ดังนั้นต้องแก้ไขเพื่อให้เรามีจิตใจตรงกับร่างกายอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีความงาม ‘ศัลกรรมแปลงเพศ’ จากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันเป็นเรื่องการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองมากกว่า แต่ก่อนที่เราจะไปผ่าตัด ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้านเพื่อความมั่นใจ รวมถึงดูรีวิว ดูคลินิกหลายๆ ที่มาเปรียบเทียบแล้วค่อยเลือกว่าที่ไหนใช่กับเราสุด วันนี้พามาให้เลือกถึง 10 คลินิกด้วยกัน มีที่ไหนบ้าง ไปดูเลย!
Sex Change คืออะไรและมีรูปแบบอย่างไร?
Sex change ก็คือการศัลกรรมแปลงเพศ เพื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้ตรงกับจิตใจภายใน ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัและปลอดภัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลการรักษาใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งการผ่าตัดแปลงเพศถือได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการศัลยกรรมเพื่อแปลงเพศให้สมบูรณ์ โดยการศัลยกรรมแปลงเพศมี 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง และจากหญิงเป็นชาย เมื่อเทียบสถิติการผ่าตัดแปลงเพศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพบว่าส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนเพศจากชายเป็นหญิง แต่ทุกวันนี้ก็เริ่มมากขึ้นเท่ากันแล้ว เพราะเทคโนโลยีผ่าตัดพัฒนาไปไกลจนได้รับผลที่น่าพึงพอใจไม่แพ้กัน
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการทำ Sex Change
การผ่าตัดแปลงเพศถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการรักษาผู้ที่อยากเปลี่ยนเพศ ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ได้พัฒนาเทคนิคผ่าตัดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถเปลี่ยนเพศและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกับเพศที่เลือก การผ่าตัดแปลงเพศถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเตรียมตัว โดยการศึกษาข้อมูลการผ่าตัดจากการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและศึกษาด้วยตัวเองจากแหล่งข้อมูลต่างๆ โดยมีสิ่งที่ควรคำนึงดังนี้
ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ประจำคลินิกที่เลือก เพื่อให้ดีที่สุดคือควรมีทีม 1) จิตแพทย์คอยประเมินสภาวะจิตใจคนไข้ก่อนการผ่าตัด 2) อายุรแพทย์หัวใจเพื่อลดความเสี่ยงของการผ่าตัด 3) วิสัญญีแพทย์ (แพทย์เฉพาะทางด้านการดมยาสลบ) ช่วยระงับความรู้สึกทั้งขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัด 4) ศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง
โรงพยาบาลได้มาตรฐานมีใบอนุญาตสามารถตรวจสอบได้ มีข้อมูลและรีวิวให้ดู
รู้ว่าเทคนิคไหนเหมาะกับเราโดยการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยาญเพื่อประเมินร่างกายและจิตใจก่อน
เช็คลิสคุณสมบัติที่ใช่ของผู้รับการผ่าตัด ส่วนใหญ่ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป, สุขภาพร่างกายแข็งแรง, มีความรู้สึกมันไม่ใช่มานานแล้วหรือตั้งแต่เริ่มจำความได้, เคยใช้ชีวิตแบบเพศที่อยากเป็นมาไม่น้อยกว่า 2 ปี, สำหรับจากเพศชายเป็นหญิงต้องเคยได้รับฮอร์โมนเพศหญิงติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี และได้รับใบรับรองจากจิตแพทย์ว่าสามารถทำได้
เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศ
เทคนิคเปลี่ยนเพศจากชายเป็นหญิงส่วนใหญ่มี 3 เทคนิค 1) แบบปกติคือสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย 2) แบบต่อกราฟ หรือสร้างช่องคลอดจากผิวหนังจากอวัยวะเพศชาร่วมกับผิวของถุงอัณฑะ 3) แบบต่อลำไส้โดยสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับลำไส้ใหญ่
เทคนิคเปลี่ยนเพศจากหญิงเป็นชายส่วนใหญ่มี 3 เทคนิค 1) สร้างอวัยวะแพศชายโดยย้ายเนื้อจากต้นขาด้านนอกมาใช้ 2) สร้างอวัยวะเพศชายโดยใช้เนื้อจากแขนด้านใน 3) สร้างอวัยวะเพศชายจากน่องพร้อมกระดูกโดยต้องเตรียมฝังท่อปัสสาวะด้วย
อย่างไรก็ตามแต่ละขั้นตอนต่างก็มีข้อดี-ข้อเสียต่างกันไป มีรายละเอียดปลีกย่อยไม่เหมือนกัน และแต่ละที่ก็ใช้เทคนิคไม่เหมือนกัน เราจึงต้องศึกษาในรายละเอียดให้เข้าใจ พร้อมปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินตัวเราด้วย
การเตรียมพร้อมก่อนรับบริการศัลยกรรมแปลงเพศ
1.ต้องเข้ารับการตรวจร่างกาย ดูประวัติการรักษา การแพ้ยาอย่างละเอียด เพื่อททราบความพร้อมของร่างกาย
2.ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ควรขับรถมาเองในวันผ่าตัด
3.ก่อนผ่าตัด 8 ชั่วโมงควรงดน้ำและอาหาร
4.ควรหยุดยาฮอร์โมนล่วงหน้า 1 เดือน
5.งดสูบบุหรี่ 1 เดือน และงดแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์
6.งดวิตามินและอาหารเสริม 2 สัปดาห์
7.รับประทานอาหารย่อยง่าย 2-3 วัน
8.เตรียมชุดหลวมๆ ใส่สบายมาใส่กลับบ้าน แนะนำเป็นชุดกระโปรงยาวไม่รัด
9.ควรลาหยุดงานประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ เพื่อพักฟื้นหลังผ่าตัด
ขั้นตอนในการทำศัลยกรรมแปลงเพศ
ขั้นตอนแปลงเพศจากชายเป็นหญิง 1) ใช้ยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ 2) สร้างช่องคลอดเทียมให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดได้รับช่องคลอดที่ลึกที่สุดเท่าที่ผิวหนังคนไข้จะทำได้ 3) ตัดอัณฑะทั้ง 2 ข้าง โดยเก็บเส้นประสาทรับความรู้สึกทางไว้ 4) ตกแต่งรูปร่างภายนอกให้สวยงาม ตรงช่องคลอดคือตัดท่อปัสสาวะเพศชายให้สั้นลง แล้วตกแต่งให้สามารถปัสสาวะพุ่งลงได้เหมือนเพศหญิง และยังคงมีความรู้สึกทางเพศได้เหมือนเดิม 5) ใช้เวลาผ่าตัดไม่เกิน 7 ชั่วโมง
ขั้นตอนแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย 1) ใช้ยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ 2) ผ่าตัดเอาเต้านมออก 3) ตัดมดลูกและรังไข่ออก 4) ผ่าตัดปิดช่องคลอดและยืดท่อปัสสาวะ เป็นการสร้างท่อปัสสาวะที่ท้องแขนโดยใช้ผิวหนังบริเวณสะโพก 5) ผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศด้วยเนื้อเยื่อที่ท้องแขนและสร้างถุงอัณฑะโดยใช้เนื้อเยื่อจากแคมใหญ่ โดยขั้นตอนตั้งแต่ขั้นที่ 2, 3 จะถึงช่วงห่างจากขั้นที่ 4 และ 5 ประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้ส่วนที่ผ่าตัดหายสนิทพร้อมในขั้นต่อไป และยังเลือกได้ด้วยว่าต้องการเปลี่ยนแปลงร่างกายมากน้อยเพียงใด บางคนอาจพอแค่ขั้นตอนนี้ก็ได้
การดูแลหลังรับบริการศัลยกรรมแปลงเพศ
กรณีแปลงเพศจากชายเป็นหญิง หลังผ่าตัดต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกอย่างน้อย 4-7 คืน ระหว่างนั้นก็จะมีขั้นตอนดูแลดังนี้ 1) หลังผ่าตัดในระยะแรก ควรนอนแยกขาทั้งสองข้างออกจากกัน หลังผ่าตัด 5 วันจึงเดินได้ 2) ทำความสะอาดช่องคลอดตามแพทย์สั่งอย่างน้อย 6 เดือน 3) ทาขี้ผึ้งบริเวณแผล รูเปิดท่อปัสสาวะและคลิทอริสทุกครั้งหลังอาบน้ำ 4) ควรลดอาหารที่จะไปกระตุ้นการขับถ่าย 5) ป้องกันไม่ให้ช่องคลอดตีบตันด้วยการใส่วัสดุขยายช่องคลอดเทียม เริ่มจากขนาดเล็กๆ แล้วเพิ่มความกว้างยาวตามลำดับ 6) หากเกิดความผิดปกติใดๆ ควรรีบมาพบแพทย์
กรณีแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย หลังผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารอ่อนๆ ได้ แต่บางกรณีแพทย์อาจจะไม่อนุญาตให้รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำในวันแรกๆ พร้อมรับประทานยา/ปฏิบัติตามขั้นตอนการดูแลจากแพทย์อย่างเคร่งครัด หากเกิดความผิดปกติใดๆ แนะนำให้พบแพทย์ ที่สำคัญหลังผ่าตัดต้องได้รับฮอร์โมนเพศชายตลอดชีวิต
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    เรามีเจตจำนงอิสระจริงๆ หรือไม่? Blockdit Originals ซีรีส์บทความพิเศษ
    คาร์มาร์ท จับมือ อีซูซุ ร่วมปันน้ำใจในโครงการ “อีซูซุ ให้น้ำเพื่อชีวิต” ในวันที่ 28 มิถุนายน 2565 บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย มอบคอมพิวเตอร์จำนวนทั้งหมด 20 ชุด
    Recession ในสหรัฐ อาจมาเร็วกว่าที่เราคิด !!! เมื่อวานนี้ Fed Atlanta ผ่านโมเดล GDPNow ได้ปรับลดประมาณการณ์ของ GDP Q2 ของสหรัฐ ว่าจะอยู่ที่ -2.1% !!!
    บ้านชั้นเดียวหลังนี้เป็นผลงานออกแบบของสถาปนิกชาวเชียงรายที่เปลี่ยนบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ให้กลายเป็นบ้านชั้นเดียวของสมาชิกทั้ง 6 คน โดยผสมผสานความกลมกล่อมระหว่างปูนกับไม้ได้อย่างลงตัว เพราะอยากเก็บรักษาวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกันภายในบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้นที่จังหวัดเชียงรายไว้ แม้ว่าจะต้องย้ายที่อยู่อาศัยและมาสร้างบ้านหลังใหม่ก็ตาม เพียงแต่ครั้งนี้ครอบครัวใจปันมีแนวคิดและความต้องการแบบบ้านชั้นเดียวมากกว่า เพื่อความสะดวกในการใช้สอยพื้นที่และสามารถอยู่อาศัยได้ดีต่อไปในระยะยาว
    ดูทั้งหมด