มีบัญชีอยู่แล้ว?
เขียนทำไม?
วันก่อนได้มีโอกาสฟังคุณ “นิ้วกลม” เล่าเรื่อง นโยบายแก้ปัญหา กทม. “กูทำไม” ม.ข. “ไม่เขียน” ทำให้ผมรู้สึกย้อนกลับไปว่า ทำไมผมถึงเริ่มเขียน ซึ่งก็มีอะไรบางอย่างสอดคล้องกันเหมือนกัน ถึงแม้ว่าผมจะเป็นนักเขียน กะหลั่วๆ เทียบขั้นนักเขียนมืออาชีพไม่ได้เลยก็ตาม
💡เขียนเพื่อตัวเอง
แรกเริ่มเดิมที อย่างที่เคยเล่าไปแล้ว สมัยก่อนผมอธิบายอะไรให้ใครฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง (ตอนนี้ก็ยังเป็น) จึงรู้สึกว่าอยากจะฝึกตัวเอง จึงเริ่มเขียนอะไรเล่นไปเรื่อย ๆ
เพราะหากไม่คิดอย่างนั้น เขียนแล้วมันจะอายคนอื่น เสียดายน้ำหมึก เสียดายแบตเตอรี่ แถมยังรู้สึกว่าเขียนสู้ขาวบ้านไม่ได้
พอจะทำเพื่อตัวเอง มันจึงกลายเป็นการฝึกฝนตัวเอง และเริ่มทำได้
มันเหมือนเราคิดว่า เราขี่จักรยานไม่เป็น ชี่แล้วบ้ม เลยบอกตัวเองว่าขี่แล้วล้ม เลยไม่เริ่ม
เหมือนกับ พอขี่เป็น แล้วขี่ไม่เร็วเหมือนใครเขา เลยไม่ขี่ เพราะกลัวขี่ตามตนอื่นไม่ทัน
แต่จงคิดว่า ในทุกวันที่เราเขียน เราจะดีขึ้นทุกวัน นอกจากจะเขียนดีขึ้น เรายังได้ฝึกการเรียบเรียงความคิด แถมยังได้ใช้ชีวิตอยู่กับประสบการณ์ที่เราเจอมาอีกครั้ง ทำให้เราจดจำมันได้ดีขึ้นอีกด้วย
และพอเราเขียนไปนาน ๆ ลองมองย้อนกลับมา เราจะตกใจว่าเรามาไกลแค่ไหน
ถ้าเรากลับไปอ่านสิ่งที่คุณเขียนเมื่อก่อน ที่จำได้ว่า “โห กูเขียนแล้ว แม่งโคตรเจ๋งเลยว่ะ” เราจะรู้สึกว่า “ทำไม มันแย่จังวะ” นั่นแหล่ะครับ มันคือ พัฒนาการ เพราะเมื่อเราทำไปเรื่อย ๆ เราจะเป็น the better version of yourself
💡เขียนเพื่อแบ่งปันประสบการณ์
แต่ละคนที่เจอประสบการณ์สิ่งเดียวกัน จะมีมุมมอง มีความคิดที่ไม่เหมือนกัน เป็นเพราะในอดีตเราเจอสิ่งที่ไม่เหมือนกัน ขนาดคู่แฝด ยีนเดียวกัน อยู่ติดกันตลอดเวลา ยังคิดไม่เหมือนกันเลย
ดังนั้น มุมมองของเรา จึงเป็นมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์อยู่เสมอ ถ้าเราไม่เขียน ไม่แสดงออกไป ก็จะไม่มีใครรู้ การเขียนมันดีตรงที่ว่า เราสามารถแสดงมุมมองของเรา โดยไม่ถูกแทรกแซง หรือถูกขัดจากใคร มันจึงเป็นมุมมองของเราแท้ ไม่ปรุงแต่งจากความพยายามที่ต้องเถียงใคร
มุมมองที่ดีไม่จำเป็นต้องไม่เหมือนชาวบ้าน หรือเหมือนชาวบ้าน จงหามุมมองของตัวเอง ทำไปเรื่อย ๆ มุมมองมันจะชัดขึ้นเรื่อย คมขัดขึ้นเรื่อย ๆ เสียจนคนอื่นจะแอบคิดว่า “เออ ทำไมกูคิดไม่ได้อย่างนี้บ้างวะ” และแอบอิจฉาเราอยู่ลึก ๆ
💡เขียนเพื่อเปลี่ยนคนเปลี่ยนโลก
ถึงจุดหนึ่งที่เราพัฒนางานเขียนของเราจนมีพลัง อาจจะมีสักวันที่สิ่งที่เราเขียนเริ่มมีอิทธิพลกับคนรอบข้าง กับสังคม กับโลก สามารถทำให้คนเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนการกระทำได้เลยทีเดียว
อย่าเขียนเพียงเพื่อตามหายอดไลค์ยอดแชร์ อย่าตามหา “ความสัมฤทธิ์ผล” จากคนอื่น เมื่อไรที่เรามัวแต่ตามหา “ไลค์” หา “แชร์” เราจะสูญเสียตัวเราเองไป
💡เขียนแล้วได้ตัง
ส่วนอันนี้ผมยังไม่ถึงขั้นครับ ยังห่างไกลจากปรมาจารย์อย่าง “นิ้วกลม” ที่เขียนหนังสือได้เร็วยิ่งกว่ากดสั่งหนังสือจาก Amazon เสียอีก
แต่ถ้าเราคิดว่าแค่เปลี่ยนโลกได้ก็พอแล้ว ได้ตังอาจจะไม่ได้สำคัญมาก ถ้าเราไม่ได้อาศัยมันเป็นอาชีพ
แต่ก็ต้องขอขอบคุณ “นิ้วกลม” ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนหน้าใหม่อีกมากมาย
ว่าแต่ว่า “วันนี้ คุณเขียนแล้วหรือยัง?”
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    เปรียบเทียบน้อยก็สุขมาก เปรียบเทียบมากก็สุขน้อย การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ เพราะเราเป็นสัตว์สังคมมาแต่ไหนแต่ไร
    บริการ iDelivery อยากส่งแบบไหนก็ทำได้หมด 🚛 หนึ่งในบริการของ iFulfillment บริการคลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจรที่มุ่งเน้นตอบโจทย์การขายยุคใหม่ ทำให้การแพ็คของ ส่งของ เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น กับบริการที่ยืดหยุ่น
    ⚠️[BREAKING]⚠️ Micheal Burry ได้ออกมาเตือนว่าตลาดหุ้นอาจกำลังต้องเจอ Bullwhip Effect หรือปัญหาความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน จนทำให้ปัญหาเงินเฟ้อชะลอตัวลงได้ (Deflationary) และมันอาจทำให้ FED อาจต้องปรับแผนนโยบายการเงินและหยุดการขึ้นดอกเบี้ย และหยุดการทำ QT แทน ! อย่างไรก็ตามทาง Burry ยังมองว่าตลาดจะยังไม่เจอจุดต่ำสุดจนกว่านักลงทุนรายย่อยจะหยุดซื้อหุ้นเทค คริปโต และ NFTs
    "ปูตินไม่เคยกลัวใคร เขาพร้อมที่จะต่อยกับใครก็ได้ แม้แต่คนที่ตัวใหญ่กว่า" นี่คือคำบอกเล่าจากอดีตเพื่อนร่วมชั้นประถมของวลาดิมีร์ ปูติน
    ดูทั้งหมด