14 มิ.ย. 2022 เวลา 15:48 • ไลฟ์สไตล์
“รู้ได้ด้วยใจ วางได้ด้วยใจ ละได้ด้วยใจ”
“ … ก็เหมือนเราถือของไว้น่ะ คนท่ีมีสติ คนปกติก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองหลงยึดมั่นถือมั่นอะไรไว้ แต่เมื่อปฏิบัติก็รู้ โอ้ …​ เราถือของหนัก หลงยึดมั่นถือมั่น ของหนักของร้อนไว้
ถามว่าเมื่อเรารู้แล้วว่า เราหลงยึดมั่นถือมั่น เราถือของหนักไว้ แล้วเมื่อเราวางลงได้ รู้ไหมล่ะ ว่ามันวางลงได้
อะไรที่มันละออกไปได้แล้ว มันก็รู้ว่าสิ่งที่ละออกไปได้แล้ว
สักกายทิฏฐิ ความหลงยึดมั่นในกาย เป็นตัวเป็นตน
วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย ในวิถีของพระพุทธศาสนา
มันขาดสะบั้นออกไปจากใจแล้วนั่นเอง
มีศรัทธาที่มั่นคงต่อพระรัตนตรัยอันไม่คลอนแคลน
ที่ไม่ใช่ศรัทธาจากสัญญา ความจำได้หมายรู้แล้ว
แต่มันเป็นจิตดั้งเดิมแท้ที่มันตื่นโพล่งออกมา
รู้ได้ด้วยใจ วางได้ด้วยใจ ละได้ด้วยใจนั่นเอง
มันเป็นระดับที่เข้าถึงได้ด้วยใจ
มันไม่ใช่ระดับที่ใช้สัญญาความคิด
ตรรกะการปรุงแต่งต่าง ๆ การตรึกนึกต่าง ๆ
สีลัพพตปรามาส ข้อปฏิบัติทางสุดโต่งทั้งหลายทั้งปวง ก็ละได้ขาดสะบั้นแล้วนั่นเอง
นั่นแหละ ถ้าลึกซึ้งลงไปก็ระดับกามราคะ ได้ขาดสะบั้นแล้ว
ปฏิฆะ ได้ขาดสะบั้นแล้ว ออกไปจากใจ
สิ่งใดที่มันละออกไปจากใจได้ มีหรือเจ้าของผู้ปฏิบัติจะไม่รู้ได้ด้วยตน
อะไรที่มันยังละได้
อะไรที่มันยังละไม่ได้
อะไรที่มันยังผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่
เจ้าของย่อมรู้ได้ด้วยใจของตน … “
.
ธรรมบรรยาย
โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร
Photo by : Unsplash

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา