สรุปมุมมองการเข้าซื้อกองทุนต่างประเทศ
by หนีดอย ประจำวันที่ 16 มิ.ย. ​2022
"นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงิน โดยกล่าวว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค. หลังจากที่ได้ปรับขึ้นไปแล้ว 0.75% ในการประชุมครั้งล่าสุด"
3
📌 มาดูภาพรวมดัชนีจาก Investing.com
(ข้อมูลจาก investing.com/indices/major-indices)
📌 Fear & Greed index = 21
📌ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดในวันพุธ (15 มิ.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเฟดในการควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย
2
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,668.53 จุด พุ่งขึ้น 303.70 จุด หรือ +1.00%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,789.99 จุด เพิ่มขึ้น 54.51 จุด หรือ +1.46% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,099.15 จุด พุ่งขึ้น 270.81 จุด หรือ +2.50%
📌ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพุธ (15 มิ.ย.) โดยฟื้นตัวขึ้นหลังจากร่วงลง 6 วันติดต่อกัน ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกจับตาการดำเนินนโยบายการเงินจากธนาคารกลางรายใหญ่หลายแห่งในสัปดาห์นี้
📌สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพุธ (15 มิ.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันพุ่งขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวานนี้
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 3.62 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดที่ 115.31 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 2.66 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 118.51 ดอลลาร์/บาร์เรล
📌สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (15 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกที่ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 6.1 ดอลลาร์ หรือ 0.34% ปิดที่ 1,819.6 ดอลลาร์/ออนซ์
📌ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (15 มิ.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้
ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.37% แตะที่ 105.1630
📌จีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลงในเดือนเม.ย.สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2553 โดยนักลงทุนมีแนวโน้มเทขายตัดขาดทุน เนื่องจากราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลง หลังเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า จีนถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ลดลง 3.62 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 1.003 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย. ดอลลาร์ จากระดับ 1.039 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค.
นักวิเคราะห์ระบุว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุให้จีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐคือความพยายามของจีนที่จะเพิ่มความหลากหลายให้กับการถือครองเงินตราต่างประเทศ
การที่จีนเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐส่งผลให้การถือครองพันธบัตรสหรัฐของต่างชาติโดยรวมลดลงในเดือนเม.ย. และหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีในช่วงต้นเดือนเม.ย.อยู่ที่ 2.3895% และพุ่งขึ้นประมาณ 0.55% แตะที่ 2.9375% ในช่วงสิ้นเดือนเม.ย.
ขณะที่ญี่ปุ่นถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลงอีกในเดือนเม.ย. สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2563 ท่ามกลางการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องของค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้นักลงทุนญี่ปุ่นแห่เทขายสินทรัพย์สหรัฐเพื่อทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
ญี่ปุ่นถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ลดลงสู่ 1.218 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย. จาก 1.232 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นยังคงเป็นต่างชาติรายใหญ่ที่สุดที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
โดยรวมแล้ว ต่างชาติถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลงสู่ 7.455 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2564 จาก 7.613 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค.
📌ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันพุธที่ 15 มิ.ย.ตามเวลาสหรัฐ โดยระบุว่า
กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยในไตรมาส 1 ปีนี้ ขณะที่ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงภาวะไร้สมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ อันเป็นผลมาจากโรคระบาด, ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง
การที่รัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครนนั้น กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งประชาชนและเศรษฐกิจ โดยการรุกรานยูเครนและเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กำลังเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้
การที่จีนล็อกดาวน์เมืองสำคัญเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังอาจทำให้ภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานย่ำแย่ลงอีก โดยคณะกรรมการ FOMC ให้ความสนใจเรื่องความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเป็นอย่างมาก
คณะกรรมการ FOMC พยายามหาแนวทางที่จะบรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว
คณะกรรมการได้ตัดสินใจปรับเพิ่มกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นขึ้น 0.75% สู่ระดับ 1.50-1.75% และคาดว่าการปรับเพิ่มกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกในวันข้างหน้านั้นจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม
นอกจากนี้ คณะกรรมการจะยังคงปรับลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ตามที่ได้อธิบายไว้ในแผนการปรับลดขนาดงบดุลบัญชีของเฟด (Plans for Reducing the Size of the Federal Reserve's Balance Sheet) ซึ่งมีการเผยแพร่พร้อมกับแถลงการณ์เดือนพ.ค. โดยคณะกรรมการมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%
ส่วนในการประเมินแนวทางที่เหมาะสมของนโยบายการเงินนั้น คณะกรรมการจะยังคงจับตาข้อมูลแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะได้รับในวันข้างหน้า ขณะเดียวกันคณะกรรมการจะเตรียมความพร้อมเพื่อปรับแนวทางนโยบายการเงินตามความเหมาะสม หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้เฟดไม่สามารถบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ของคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการจะประเมินข้อมูลในวงกว้าง
ซึ่งรวมถึงข้อมูลด้านสาธารณสุข ภาวะตลาดแรงงาน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และการคาดการณ์เงินเฟ้อ รวมถึงการพิจารณาสถานการณ์ทางการเงิน และสถานการณ์ในต่างประเทศ
สำหรับกรรมการเฟดผู้ที่ออกเสียงสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินของ FOMC ในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ เจอโรม เอช พาวเวล ประธานเฟด, จอห์น ซี วิลเลียมส์ รองประธานเฟด, มิเชล ดับเบิลยู โบวแมน, ลาเอล เบรนาร์ด, เจมส์ บูลลาร์ด, ลิซา ดี คุก, แพทริค ฮาร์เกอร์, ฟิลลิป เอ็น เจฟเฟอร์สัน, ลอเร็ตตา เจ เมสเตอร์ และคริสโตเฟอร์ เจ วอลเลอร์
ส่วนผู้ที่ออกเสียงคัดค้านการดำเนินนโยบายการเงินครั้งนี้ได้แก่ เอสเธอร์ แอล จอร์จ ซึ่งต้องการให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.50%
📌นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงิน โดยกล่าวว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค. หลังจากที่ได้ปรับขึ้นไปแล้ว 0.75% ในการประชุมครั้งล่าสุด
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.75% สู่ระดับ 1.50-1.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (15 มิ.ย.) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 28 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2537
"เมื่อพิจารณาจากมุมมองในขณะนี้ ผมคิดว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% หรือ 0.75% ในการประชุมเดือนก.ค. ซึ่งเรามองว่าเป็นการปรับขึ้นในระดับที่เหมาะสม ส่วนการที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ แน่นอนว่าเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ แต่ผมไม่คิดว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยแรงถึง 0.75% จะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเฟด" นายพาวเวลกล่าว
ถ้อยแถลงดังกล่าวของนายพาวเวลนับเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมเดือนหน้าเช่นเดียวกับในเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด เนื่องจากที่ผ่านมานั้นนักลงทุนได้เรียกร้องให้นายพาวเวลใช้มาตรการที่จริงจังในการสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยแถลงการณ์ของนายพาวเวลเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นหลังการประชุมเฟด
ในการประชุมครั้งนี้ เฟดเปิดเผยการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับ 3.4% ในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1.75% ภายในปีนี้ และคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.8% ในสิ้นปี 2566 และชะลอตัวสู่ระดับ 3.4% ในปี 2567 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวอยู่ที่ 2.5%
"อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของเราจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาในการประชุมแต่ละครั้ง และเราจะยังคงสื่อสารความคิดเห็นของเราให้ตลาดรับรู้อย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่เราจะทำได้" นายพาวเวลกล่าว
📌สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนกำลังพิจารณาเพิ่ม 18 อาชีพใหม่ เพื่อสะท้อนการพัฒนาอาชีพของประเทศ รวมถึงส่งเสริมการจ้างงานบัณฑิตและการเป็นผู้ประกอบการ
แถลงการณ์บนเว็บไซต์กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และความมั่นคงทางสังคมของจีน ระบุว่ากลุ่มอาชีพใหม่ที่มีการประกาศเมื่อวันอังคาร (14 มิ.ย.) เพื่อสำรวจความคิดเห็นจากประชาชน ครอบคลุมช่างเทคนิควิศวกรรมหุ่นยนต์ วิศวกรความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูล นักออกแบบดิจิทัลโซลูชัน เจ้าหน้าที่ประเมินการกักเก็บคาร์บอน รวมถึงที่ปรึกษาด้านสิ่งปลูกสร้างที่มีประสิทธิภาพทางพลังงานและเป็นกลางทางคาร์บอน
อาชีพใหม่เหล่านี้สะท้อนกระแสการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทางธุรกิจ ตลอดจนการปล่อยคาร์บอนแตะจุดสูงสุดและความเป็นกลางทางคาร์บอนของจีน โดยกระทรวงฯ จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรฐานอาชีวศึกษาใหม่ และชี้นำบรรดาสถาบันอบรมจัดการฝึกอบรมตามมาตรฐานดังกล่าว
ทั้งนี้ จีนเผยแพร่หนังสืออ้างอิงว่าด้วยการจำแนกอาชีพฉบับแรกในปี 2542 ซึ่งประกอบด้วยอาชีพ 1,838 รายการ ก่อนจะเพิ่มอาชีพใหม่ในปี 2553 และเผยแพร่หนังสือฉบับล่าสุดในปี 2558 ต่อมากระทรวงฯ และอีกสองหน่วยงานทางการ เริ่มต้นปรับปรุงหนังสือจำแนกอาชีพฉบับปี 2558 ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564
📌นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 34.80 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก เย็นวานนี้ที่เปิดตลาดที่ระดับ 35.08 บาท/ดอลลาร์
เงินบาทเช้านี้กลับมาแข็งค่า หลังจากที่เมื่อวานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.75% ซึ่ง เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้เกิดแรงขายดอลลาร์เพื่อทำกำไร ขณะที่วันนี้ เงินบาทน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ เนื่องจากตลาดคง จะมีการย่อยข่าวผลประชุมเฟด
อย่างไรก็ดี วันนี้ตลาดติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ซึ่งคาดว่าจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ซึ่งอาจทำให้เงินปอนด์ผันผวน
นักบริหารเงิน คาดว่าวันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.80 - 34.95 บาท/ดอลลาร์
Cr. สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
💵Lists กองทุนใน Watchlists ทั้งหมดที่น่าสนใจ (โปรดอ่านหมายเหตุด้านล่างประกอบ)
1 ASP-DISRUPT 💵💵💵
2 ASP-EUG 💵💵💵
3 ASP-EVOCHINA 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
4 ASP-JHC 💵💵💵
5 ASP-ROBOT 💵💵💵
6 B-Bharata 💵💵💵
7 B-GTO 💵💵💵
8 B-INNOTECH 💵💵💵
9 BCAP-CLEAN 💵💵💵
10 BCAP-CTECH 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
11 BCARE 💵💵💵
12 K-CHANGE-A 💵💵💵
13 K-CHINA-A 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
14 K-HIT 💵💵💵
15 K-USA-A 💵💵💵
2
16 K-USXNDQ-A 💵💵💵
17 K-WORLDX 💵💵💵
18 KF-EUROPE 💵💵💵
19 KF-GTECH 💵💵💵
20 KF-ORTFLEX 💵💵💵
21 KF-US 💵💵💵
22 KFCMEGA-A 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
23 KFGBRAND-A 💵💵💵
24 KFHTECH-A 💵💵💵
25 KFINFRA-A 💵💵💵
26 KT-ASHARES-A 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
27 KT-CHINA-A 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
28 KT-EURO/K-EUSMALL 💵💵💵
29 KT-PRECIOUS
30 KT-WTAI-A 💵💵💵
2
31 LHCYBER-A 💵💵💵
32 LHESPORT-A / WE-PLAY 💵💵💵
33 LHINNO-A 💵💵💵
34 LHMOBILITY 💵💵💵
35 M-EM 💵💵💵
36 MATECH-A 💵💵💵
37 MFTECH 💵💵💵
38 ONE-DISC-RA 💵💵💵
39 ONE-GECOM 💵💵💵
40 ONE-UGG-RA 💵💵💵
41 P-CGREEN 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
42 PRINCIPAL GCLEAN-A 💵💵💵
43 PRINCIPAL GCLOUD-A 💵💵💵
44 PRINCIPAL GHEALTH-A 💵💵💵
45 Principal VNEQ-A 💵💵💵
2
46 PWIN 💵💵💵
47 SCBDJI(A) 💵💵💵
48 SCBGOLD (แบบไม่ Hedge)
49 SCBGOLDH (แบบ Hedge)
50 SCBKEQTG 💵💵💵
51 SCBNK225 💵💵💵
52 SCBS&P500 💵💵💵
53 SCBSEMI 💵💵💵
54 SCBUSSM 💵💵💵
55 T-ES-GGREEN 💵💵💵
56 T-ES-GINNO / TMB-ES-GINNO 💵💵💵
57 T-GLOBALENERGY / MRENEW 💵💵💵
58 T-Premium Brand 💵💵💵
59 TBIOTECH 💵💵💵
60 TCHCON 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
2
61 TCHTECH-A / SCBCTECHA 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
62 TCLOUD 💵💵💵
63 TGENOME 💵💵💵
64 TGHDIGI 💵💵💵
65 TMB-ES-AUTOMATION 💵💵💵
66 TMB-ES-CHINA-A 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
67 TMB-ES-STARTECH 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
68 TMBAGLF 💵💵💵
69 TMBCOF 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
70 TMBGQG 💵💵💵
71 TMBWDEQ 💵💵💵
72 TNEWENGY 💵💵💵
73 TNEXTGEN / WE-CYBER 💵💵💵
74 UCHI 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
75 UCI 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
2
76 UEDTECH 💵💵💵
77 UEV 💵💵💵
78 WE-CANB, MCANN 💵💵💵
79 WE-CHIG 🇨🇳🇨🇳🇨🇳
80 WE-GOLD 💵💵💵
81 WE-TENERGY / SCBCLEANA 💵💵💵
82 ABAGS 💵💵💵
83 BFINTECH 💵💵💵
2
📌หมายเหตุ : หลังจากทางการจีนได้ลงดาบบริษัทกลุ่มการศึกษาในประเทศทั้งหมดที่ครอบคลุมระดับ K-12 ให้เปลี่ยนเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และมีเงื่อนไขข้อจำกัดในการระดมทุนต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นผลเสียกับเด็กในระยะยาว และเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายทางบ้านที่ทำให้อัตราการเกิดของประชากรจีนน้อยลงจากค่าเรียนกวดวิชา ทำให้พื้นฐานหุ้นกลุ่มนี้เปลี่ยนไปถาวร โดยได้รับการยืนยันจากทางการในวันที่ 25 ก.ค. 2021
ยังไม่รวมถึงที่ทางการจีนเข้ามามีบทบาทการควบคุมบริษัทเทค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแง่การผูกขาด หรือ ความปลอดภัยของข้อมูลที่จัดเป็นความมั่นคงของชาติ ซึ่งส่งผลให้มีการถอดแอพไม่ให้ผู้ใช้งานใหม่สามารถ Download ได้ เช่น Didi Global ที่ทำการ Listing ในตลาดสหรัฐฯ โดยไม่มีกำหนดว่าระยะเวลาการตรวจสอบหรือคุมเข้มในหลายๆอุตสาหกรรมจะสิ้นสุดเมื่อไหร่
1
ภายหลังรัฐบาลจีนออกกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมธุรกิจภาคการศึกษาในวันที่ 24 ก.ค. ได้สร้างแรงกดดันให้ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงในช่วงที่ผ่านมา
โดยรายงานจาก Bloomberg เผยว่าหน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ในจีนจัดการประชุมด่วน ในวันที่ 28 ก.ค. 2021 หลังตลาดหุ้นจีนถูกเทขายอย่างหนักเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการผ่อนคลายความกังวลที่เกิดขึ้น เกิดสัญญาณที่ดีต่อตลาดหุ้นจีนในระยะสั้น ที่เข้ามาช่วยลดความกังวลจากรัฐบาลจีนที่อาจกระจายการควบคุมไปยังอุตสาหกรรมอื่น
ทางผู้เขียนจึงขอแบ่งออกเป็น 3 แนวทางในการลงทุนหุ้นจีนจากนี้เป็นต้นไป ดังนี้
1. ยังคงถือต่อ เนื่องจากทางผู้จัดการกองทุนน่าจะมีการลดหุ้นกลุ่มการศึกษาหรือกลุ่มเสี่ยงออก หลังจากทุกอย่างคลี่คลาย ระยะยาวน่าจะส่งผลดี
2. ลดสัดส่วนหรือรินขายออก เนื่องจากหากมีเหตุการณ์ลงดาบแบบนี้ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้แทบตอกฝาโลง ก็เป็นไปได้ว่าจะมีอีกหลายธุรกิจที่จะตามมา เพื่อทำให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนลดลง เพื่อส่งเสริมการมีบุตรให้มากขึ้นได้ในครอบครัว
3. ทยอยซื้อเพิ่ม เพราะเป็นโอกาสดีที่หุ้นพื้นฐานดี ราคาลงมาพอสมควรแล้ว และมองว่า ทางการจีนไม่น่าลงดาบหนักๆ ในอุตสาหกรรมอื่นแบบนี้
💵💵💵 คือ น่าทยอยสะสมวันนี้ หากใครอยากทยอยลงทุน
🇨🇳🇨🇳🇨🇳 คือ น่าทยอยสะสมสำหรับกลุ่มกองทุนจีนกรณีที่เราอยู่ในข้อ 3 ของหมายเหตุ
💵หรือหากใครคิดว่าการดีดขึ้นมามากในรอบนี้ จะถือโอกาสขายหรือสับเปลี่ยนกองเพื่อลดสัดส่วนหุ้นเทคฯ ก็ทำได้ตามแผนการที่เราตั้งใจไว้ได้เช่นกันครับ
📌โดยทองคำมีแนวรับที่น่าเข้าสะสมทองคำที่ระดับ 1700, 1730 หรือ 1760 เพื่อคงปริมาณทองคำอยู่ในพอร์ทการลงทุนราวๆ 5-15%
📌กรณีที่คนมีแล้วอยากจะขายรินกำไรออก ก็มีแนวต้านตั้งแต่ 2000, หรือ 2035, 2075 ครับ ที่พอทยอยขายได้
💵สำหรับทองคำผมได้ทำคลิปมุมมองทองคำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 มิ.ย. 2022) ในแง่ของปัจจัยทางกราฟเทคนิค และปัจจัยพื้นฐาน สำหรับใครที่อยากดูรายละเอียดคลิกได้เลยที่ : https://youtu.be/jhGKbUFnwC4
💵คำแนะนำการขายสำหรับคนที่ต้องการรินกำไรขายออกบ้างหรือจะขายทั้งหมดก็ตาม โดยผมใช้ RSI ที่เกิน 70 ในตัว ETF ที่เป็นกองแม่ของกองทุนนั้นๆ หรือแยกดูเป็นหุ้นรายตัว พบว่ามี RSI เกิน 70 มากกว่าครึ่ง หรือ ดัชนีอยู่ใกล้แนวต้านเดิม พบว่ามีกองที่เริ่มน่าขายรินกำไรออกได้ ได้แก่
-ไม่มีกองทุนแนะนำขาย
สำหรับการขายเหมาะกับคนที่ได้กำไรมาเยอะแล้ว 25% ขึ้นไป สามารถรินกำไรออกได้ครับ (ทั้งนี้แล้วแต่ผู้ลงทุนพิจารณา ไม่ต้องถึงกับ 25% ก็ได้ครับ)
📌 พิเศษสำหรับ ใครที่สนใจลงทุนในกองทุน ARK INVEST ผมทำสรุป BIG IDEAS 2022 ออกมาให้ 3 ตอน สามารถรับชมได้ที่
EP.1 | Big Ideas 2022 by Ark Invest อ่านแล้วมาเล่า By หนีดอย
EP.2 | Big Ideas 2022 by Ark Invest อ่านแล้วมาเล่า By หนีดอย
EP.3 (จบ) | Big Ideas 2022 by Ark Invest อ่านแล้วมาเล่า By หนีดอย
📌สำหรับข้อมูลข้างต้น เหมาะกับคนอยากจับจังหวะการลงทุน หากใครมีแผนทำ DCA ซื้อทุกๆเดือนอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องดูส่วนนี้นะครับ ให้ทำตามวินัยเดิมที่ตั้งใจไว้ได้เลยครับ
📌หมายเหตุ ความเห็นข้างต้น เป็นการใช้กราฟเทคนิคดูจุดเข้าซื้อ ไม่ได้ยืนยันความถูกต้อง 100% เพราะซื้อแล้ว ราคาอาจย่อลงได้กว่าเดิม และการซื้อกองทุนก็ไม่ได้ราคา Real time ตามหน้าหุ้นนั้นๆครับ
🌟 มุมมองดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก By หนีดอย
DOW JONES, S&P500, NASDAQ, RUSSELL2000
CSI300, HSI, HSTECH, KOSPI
NIKKEI225, SENSEX, SET, VN30, STOXX50, STOXX600
ประจำวันที่ 12 มิ.ย. 2022 : https://youtu.be/ta9H2W8dBtQ
2
🌟 Series : Review Tiger Broker โบรคเกอร์ที่ดีที่สุดสำหรับผม เมื่อต้องการลงทุนหุ้นต่างประเทศ : https://youtu.be/osV1Vc0Osfo
🌟 Clip มุมมอง Cryptocurrency | By หนีดอย
BTC, ETH, BNB, XRP, ADA, SOL, DOT,
LTC, AVAX, DOGE, SHIB
ประจำวันที่ 12 มิ.ย. 2022 : https://youtu.be/f3ONveLY7Vw
2
🌟 แจกตาราง “กองทุน” 622 กองทุน (อัพเดท 31 ก.ค. 2021)
ครอบคลุม SSF, RMF, PVD จัดเป็นทั้งหมด 18 กลุ่ม ดังนี้
1. Money Market
2. Healthcare
3. Global
4. China
5. US
6. Asia Ex.Japan
7. ASEAN
8. Gold & Mining
9. Commodities
10. REITs
11. Emerging Markets
12. Europe
13. Japan
14. South Korea
15. India
16. Vietnam
17. Technology
18. Oil
ปล. การจัดทำตารางนี้อาจมีไม่ครบทุกกองในประเทศไทย
พิเศษ!!! เพียงกด Like และกด Share โพส เปิด Public
 พร้อมแคปภาพเพื่อรับไฟล์ตารางกองทุน เป็น Excel
แล้วส่งภาพมาทาง Inbox ทาง FB Fanpage หนีดอยได้เลย...
โดยทางไฟล์จะสามารถคลิกที่ชื่อกองทุน
แล้วลิงค์ไปยังรายละเอียดกองทุนแต่ละกองได้
ติดตามหนีดอยได้ที่
📌Telegram - t.me/needoy
📌Line (openchat) - https://bit.ly/lineneedoy
📌 คัมภีร์หนีดอย ใน 20 ชั่วโมง ที่สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหานักลงทุนที่อยากรู้ว่าเราควรรู้อะไรในการลงทุนทุกสินทรัพย์ สามารถเลือกเรียนหัวข้อที่สนใจได้ เช่น อยากเข้าใจกราฟ เรียนแต่หัวข้อที่ 4 แต่ถ้าต้องการรู้หมดทุกศาสตร์ อยากลงทุนแบบจริงจัง 20 ชั่วโมงที่ว่านี้จะทำให้เข้าใจภาพรวมทั้งหมด
หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมดได้ที่ www.blockdit.com/posts/60b1da0997d8a40c5a2e4809
📌 เพียง 200 บาทต่อ 1 ชั่วโมง เท่านั้น!!!
สนใจติดต่อรายละเอียดได้ที่ Line : cescassawin
5ถูกใจ
3แชร์
3.9Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      WHO เตือน ประชากรโลกมากถึง 5,000 ล้านคน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจจากการกินไขมันทรานส์ ดร.เท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ไขมันทรานส์เป็นสารเคมีที่เป็นพิษซึ่งคร่าชีวิตผู้คนได้ ไม่ควรมีอยู่ในอาหาร ถึงเวลาที่ต้องกำจัดมันให้หมดสิ้นไป เพราะประชากรโลกมากถึง 5,000 ล้านคน เสี่ยงที่จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจผ่านการรับประทานไขมันทรานส์
      รู้สึกเหนื่อยสะสม อาจเป็นสัญญาณเตือนโรค TATT อาการ “เหนื่อยล้า” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เมื่อมีอาการเหนื่อยสะสมมากๆ จากการทำงาน รวมกับความเครียด สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดโรค TATT หรือ Tired All The Time ได้แบบไม่รู้ตัว
      สรุป #โจอี้ภูวศิษฐ์ โดนหญิงปริศนาปาเงินใส่หน้าขณะร้องเพลง
      ศิษย์และอาจารย์ สองสุดยอดกุนซือแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษที่เคารพกัน เป๊ปและอาร์เตต้า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รู้จักกับมิเกล อาร์เตต้า ตั้งแต่ปี 1997 ณ เวลานั้นเป๊ปอายุ 26 ปี เป็นตัวจริงของบาร์เซโลน่า ส่วนอาร์เตต้าอายุ 15 ปี เป็นเยาวชนที่เล่นอยู่กับ ลา มาเซีย
      ดูทั้งหมด