มีบัญชีอยู่แล้ว?
วันที่ 1 สิงหาคม เป็นวันที่มีหลายเหตุการณ์สำคัญที่น่าสนใจเกิดขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกัน เดือนเดียวกันต่างกันเพียงเลขปีค่ะ
วันนี้เลยขอหยิบยกเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นในวันนี้มาเล่าสู่กันฟังนะคะ
1
มาเริ่มกันที่ ที่มาของชื่อเดือนสิงหาคมนะคะ เดิมใช้ชื่อในภาษาละตินว่า ซิกซ์ตีลิส (Sextilis) เนื่องจากเป็นเดือนที่ 6 ในปฏิทินโรมันดั้งเดิมที่เริ่มต้นปีในเดือนมีนาคม
ต่อมาเปลี่ยนเป็น August เพื่อเป็นเกียรติแด่ ออกัสตัส ซีซาร์ เพราะเป็นเดือนที่พระองค์เข้าไปโรมและได้รับชัยชนะทั้งตะวันออกและตะวันตก
สำหรับประเทศไทยเริ่มใช้ชื่อเดือนสิงหาคมในปี พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นผู้เสนอให้ใช้ราศีกำหนดชื่อเดือน
สำหรับเหตุการณ์สำคัญในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 1030 (ค.ศ. 527)
เป็นเหตุการณ์หลังจักรพรรดิจัสตินที่ 1 เสด็จสวรรคต จิสติเนียนมหาราชได้เป็นผู้ปกครองจักรวรรดิไบแซนไทน์แต่ผู้เดียว
หรืออีกชื่อคือจักรพรรดิยุสตินิอานุสที่ 1  เป็นที่รู้จักกันดีในนาม ยุสตินิอานุสมหาราช (Justinian the Great; ค.ศ. 482 - 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 565) ทรงเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 2 แห่ง ราชวงศ์ยุสตินิอานุส ทรงเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ ตั้งแต่ ค.ศ. 527 ถึง ค.ศ. 565 (พ.ศ. 1070 - 1108)
โปรดให้ชำระกฎหมายที่เรียกว่า "ประชุมกฎหมายแพ่ง" และพระนามของพระองค์กลายเป็น รากศัพท์ ของคำว่า Justice ที่แปลว่า ความยุติธรรม พระมเหสีของพระองค์คือ จักรพรรดินีธีโอโดรา
ที่มารูปภาพ : วิกิพีเดีย
สำหรับเหตุการณ์ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 1834 วันสถาปนาประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) หรือชื่อเต็ม "สมาพันธรัฐสวิส" (Swiss Confederation)
โดยมีรัฐอิสระหรือมณฑล (Canton) แถบเทือกเขาเอลป์ (Alps) 3 รัฐได้แก่ อูริ (Uri), สวิซ (Schwyz) และ อันเทอร์วอลเดน (Unterwalden) ได้ร่วมลงนามใน "กฎบัตรสหพันธรัฐ" (Federal Charter)
เพื่อเป็นพันธมิตรทางด้านการทหารร่วมกันต่อต้านการรุกรานจากกองทัพ ฮับส์บวร์ก (Habsburg-- ราชวงศ์ที่มีอำนาจเหนืจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีและจักรวรรดิโรมัน รุ่งเรืองในยุคกลางถึงยุคใหม่)
ต่อมาในปี 1896 รัฐอิสระอีก 5 แห่งได้แก่ กลาวส์ (Glarus), ซุก (Zug), ลูเซิร์น (Lucerne) ซูริค (Zurich) และ เบิร์น (Berne) ก็เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรด้วย จากนั้นก็รวมเข้ากับรัฐอิสระอื่น ๆ จนเป็น "สมาพันธรัฐสวิส" อย่างทุกวันนี้
ชาวสวิสจึงถือเอาวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปีเป็น "วันชาติ" นั่นเองค่ะ
สวิตเซอร์แลนด์ถือเป็นประเทศเล็ก ๆ ในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในตอนกลางของทวีปยุโรป ภูมิประเทศกว่าร้อยละ 70 เป็นเทือกเขาสูงที่สวยงาม มีพื้นที่ทั้งหมด 41,285 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงคือกรุงเบิร์น เมืองใหญ่ที่สุดคือซูริค ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แบบสมาพันธรัฐ (confederation) ประกอบด้วยมณฑล (Canton) 26 มณฑล
ใช้ภาษาราชการ 4 ภาษาคือ เยอรมัน, ฝรั่งเศส, อิตาเลียน และโรมานช์ (Romansh) ใช้หน่วยเงินตราฟรังก์สวิส (Swiss franc)
แม้สวิตเซอร์แลนด์จะมีทรัพยากรที่สำคัญคือหินแกรนิต หินปูน และหินที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่สินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศนี้คือเคมีภัณฑ์และเวชภัณฑ์
โดยมีบริษัทข้ามชาติจำนวนมากนิยมเข้ามาลงทุน เพราะธนาคารสวิสขึ้นชื่อว่ามีกฎการเก็บความลับทางการเงินของลูกค้าเป็นอย่างดี ในส่วนของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลของสวิตเซอร์แลนด์เป็นอุตสาหกรรมที่ดีที่สุดในโลกด้วยใช้วัตถุดิบและแรงงานฝีมือชั้นสูง
การท่องเที่ยวก็เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่ง ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญได้แก่วัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมและสินค้าทางการเกษตร เนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น
วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2317 โจเซฟ พริสต์ลีย์ (Joseph Priestley) นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ค้นพบธาตุ ออกซิเจน (oxygen ) ในอากาศ
นับเป็นการค้นพบธาตุนี้เป็นครั้งที่ 3 (ครั้งสุดท้าย) ช่วยตอกย้ำการค้นพบทั้งสองครั้งก่อนหน้านั้น
โดยการค้นพบธาตุชนิดนี้ในขณะที่กำลังทดลองเกี่ยวกับก๊าซต่าง ๆ โจเซฟได้นำออกไซด์สีแดงของปรอทมาเผาให้สลายตัวแล้วเก็บก๊าซที่เกิดขึ้นเอาไว้ เขาพบว่าเมื่อนำสิ่งต่าง ๆ ที่ติดไฟได้มาใส่ในภาชนะที่มีก๊าซนี้อยู่จะติดไฟได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เขาเชื่อว่าก๊าซชนิดนี้จะต้องมีอยู่ในอากาศและจะต้องเป็นก๊าซที่จำเป็นในการหายใจของสิ่งมีชีวิตด้วย
จากนั้นเขาได้นำหนูทดลองไปใส่ไว้ในครอบแก้วจนหมดสติ แล้วใส่ก๊าซที่เขาเตรียมได้เข้าไปปรากฏว่าหนูตัวนั้นกลับฟื้นขึ้นมา จากนั้นเขาได้ทดลองสูดก๊าซนี้เข้าไปจึงพบว่าก๊าซชนิดนี้ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น
ตามประวัติศาสตร์ ธาตุออกซิเจนถูกค้นพบครั้งแรกในศตวรรษที่ 16 โดย ไมเคิล เซนดิโวเกียส (Michael Sendivogius) นักเคมีและนักปรัชญาชาวโปแลนด์ ซึ่งได้บรรยายก๊าซที่เขาค้นพบไว้ว่าเป็น "สารหล่อเลี้ยงชีวิต" (the elixir of life)
จากนั้นปี พ.ศ. 2316 ธาตุชนิดนี้ก็ถูกค้นพบอีกครั้งโดย คาร์ล เชเลอ (Carl Wilhelm Scheele) เภสัชกรชาวสวีเดน
ส่วน อองตวน ลาวัวซีเอ (Antoine Lavoisier) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้วางรากฐานวิชาเคมีในปัจจุบันเองก็กำลังศึกษาทดลองธาตุชนิดนี้อยู่เหมือนกัน
ปีต่อมาก็ออกซิเจนถูกค้นพบโดยโจเซฟ พริสต์ลีย์ เขาเขียนรายงานการค้นพบก๊าซชนิดนี้ในวารสาร The Philosophical Transactions ในปี พ.ศ. 2318
ส่วนเชเลอเผยแพร่การค้นพบในปี พ.ศ.2320 ดังนั้นทั้งพริสต์ลีย์ เชเลอร์รวมไปถึงลาวัวซีเอต่างก็อ้างว่าตนเป็นผู้ค้นพบ ส่วนชื่อ "ออกซิเจน" นั้นลาวัวซิเอเป็นผู้ตั้งจากรากศัพท์ภาษากรีกแปลว่า "ผู้สร้างกรด" (acid-former) เพราะเขาเข้าใจว่ากรดจะต้องมีออกซิเจนรวมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด แต่ก็ยังคงใช้ชื่อนี้มาจนปัจจุบัน
ทั้งนี้ออกซิเจนเป็นธาตุชนิดหนึ่ง มีสถานะเป็นก๊าซที่ไร้สีไร้กลิ่น เป็นธาตุที่มีมากเป็นอันดับที่ 2 ในโลก คือมากถึงร้อยละ 20.95 ของน้ำหนักของบรรยากาศ ประมาณร้อยละ 90 ของน้ำ และร้อยละ 50 ของเปลือกโลก เป็นธาตุที่จำเป็นในการหายใจของสัตว์ พืชสามารถสร้างออกซิเจนได้จากกระบวนการสังเคราะห์แสง
โจเซฟ พริสลีย์
วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2484 "รถจิป" (Jeep) ยานยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อในตำนาน คันแรกถูกผลิตขึ้น เพื่อใช้เป็นยานยนต์อเนกประสงค์ในการทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
เนื่องจากในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพเยอรมนีได้สร้างความเกรงขามด้วยหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งมีรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเป็นพาหนะ
ดังนั้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดขึ้น อเมริกาจึงพยายามสรรหาพาหนะเคลื่อนที่เร็วที่มีสมรรถนะดีกว่ามอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ในที่สุดจึงออกมามาเป็นรถจิป โดยชื่อ "จิป" (Jeep) สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า "General Purpose (Vehicle)" เรียกย่อ ๆ ว่า "GP" ต่อมากร่อนเสียงเป็น "จิป" (Jeep)
รถจิปคันแรกใช้ชื่อรุ่นว่า "Willys MB" ผลิตโดยบริษัท วิลลีส์ (Willys) และ ฟอร์ด (Ford Motor) ระหว่างปี พ.ศ. 2484-2488 ขนาดยาว 333 ซม. กว้าง 157.5 ซม. น้ำหนักประมาณ 1 ตัน ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2,199 ซีซี. กำลัง 60 แรงม้า มี 4 เกียร์รวมเกียร์ถอยหลัง และเกียร์ขับเคลื่อนสี่ล้ออีก 2 เกียร์ ผลิตทั้งหมดราว 650,000 คัน
นับว่ารถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรได้รับชัยชนะในสงคราม จากความแข็งแกร่งสามารถบุกตะลุยได้ดีในเส้นทางทุรกันดาร และผ่านการทดสอบจากสมรภูมิรบมาแล้ว
เมื่อบ้านเมืองสงบรถจิปจึงถูกปรับปรุง พัฒนา ยานยนต์สำหรับประชาชนทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในรหัสรุ่นว่า "CJ" ซึ่งย่อมาจาก "Civilian Jeep"
จิปสำหรับพลเมืองรุ่นแรกคือ "CJ-2" ออกในปี พ.ศ. 2487 ตามมาด้วย "CJ-2A", "CJ-3A", "CJ-4" จนถึง "CJ-10" ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายในรหัสนี้ ผลิตระหว่างปี พ.ศ. 2524-2528
หลังจากนั้นก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "Jeep Wrangler" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา และยังคงผลิตมาถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้จิปยังผลิตรถชนิดอื่น ๆ อีกด้วย ตั้งแต่รถตรวจการณ์หรูหราไปจนถึงรถกระบะและรถบรรทุก รถจิปได้กลายเป็นยานพาหนะขับเคลื่อนสี่ล้อที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ปัจจุบัน Jeep เป็นยี่ห้อรถยนต์ในเครือบริษัท Daimler-Chrysler ของเยอรมนี-อเมริกา
ที่มารูปภาพ : https://www.matichon.co.th/columnists/news_1024162
แหล่งที่มาข้อมูล :
นอกจากนี้วันที่ 1 สิงหาคมยังเป็นวันสตรีไทยอีกด้วยค่ะ
สำหรับเหตุการณ์สำคัญในนำมาแบ่งปันกันในวันนี้ หากท่านผู้อ่านชอบบทความนี้โปรดกดติดตาม กดไลก์ กดแชร์ และแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะคะ
ขอขอบคุณผู้อ่านทุก ๆ ท่านค่ะ
#PRIMEMOTION
#เรื่องเล่าเราเขียน
6.9K รับชม
    Right SaRa by Bom+
    ข้อมูลครบรอบด้านเลยครับ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ยื่นฟ้อง กสทช.- กกท.เอื้อประโยชน์นายทุนถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 ตัวแทนประชาชนยื่นฟ้อง กสทช.-กกท. เอื้อประโยชน์นายทุนถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 หลัง “ทรู” ฟ้องศาลฯส่งผลให้ผู้ให้บริการกล่อง IPTV จอดำ
      UBE เผยแนวโน้มยอดขายเอทานอลและแป้งพุ่งไตรมาส 4/2565 รับฤดูกาลใหม่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE เดินหน้ารับไฮซีซั่นขานรับความต้องการใช้เอทานอลที่เพิ่มขึ้นในฤดูท่องเที่ยว ประกอบกับยอดส่งออกแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มาร์จิ้นสูงกลับมาเพิ่มขึ้น
      กำลังจะนอนแล้วแต่เลื่อนไปเจอ คุณสรยุทธ ตอบกลับคอมเมนท์หนึ่งในเพจของเขาเอง บอกตรง ๆ ว่า จากที่ง่วง ๆ อยู่ ตอนนี้กลายเป็นตื่นตาแตกเลยทีเดียว ..
      สีหนุวิลล์ จากเซินเจิ้นแห่งกัมพูชา สู่เศษซากของทุนจีน . ในอดีต ‘สีหนุวิลล์’ เป็นเมืองชายทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและมีชายหาดสวยติดอันดับหลายเว็บไซต์ท่องเที่ยวทั่วโลก . แต่เวลาผ่านไปไม่กี่ปี ‘สีหนุวิลล์’ แทบจะไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป ภาพที่เคยประปรายไปด้วยเหล่าแบ็กแพ็กเกอร์จากชาติตะวันตก ถูกแทนที่ด้วยชาวจีนจำนวนมากที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจ มาท่องเที่ยว หรือกระทั่งมาทำงานในธุรกิจสีเทา . สีหนุวิลล์ค่อยๆ เปลี่ยนผ่านจากเมืองตากอากาศแสนสงบ ไปสู่ ‘มาเก๊าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ ก่อนปัจจุบันจะจบลงด้วยการเป็น ‘เศษซากของทุนจีน’ ตึกนับพันสร้างไม่เสร็จ แก๊งอาชญากรรมออนไลน์เต็มเมือง . อะไรที่ทำให้สีหนุวิลล์เดินทางมาถึงจุดนี้ นี่คือบทเรียนของเมืองที่พึ่งพาจีนมากเกินไปหรือเปล่า และเป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะกอบกู้ตัวเองให้สามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง
      ดูทั้งหมด