มีบัญชีอยู่แล้ว?
ก้มหน้า เล่นมือถือนานๆ ต้องระวัง! อาการ TextNeck ทำให้ปวดต้นคอ ปวดหัว ปวดหลัง เนื่องจากเกิดแรงกดทับที่ต้นคอมากถึง 27 กก. ยิ่งก้มมากก็ยิ่งปวดคอมากตามองศาของการก้ม
อาการ TextNeck ทำให้ปวดต้นคอ ปวดหัว ปวดหลัง เนื่องจากเกิดแรงกดทับที่ต้นคอมากถึง 27 กก.
ไม่เฉพาะวัยทำงาน ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานในแต่ละวัน (ทั้งใช้ในการทำงานและใช้ส่วนตัว) แต่สมัยนี้เด็กๆ วัยรุ่นวัยเรียนก็ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวันเช่นกัน ชี้ชัดด้วยข้อมูลของ “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)” หรือ ETDA ที่สำรวจพบว่า ในปี 2565 กลุ่มคนไทย Gen Y มีการใช้เน็ตสูงถึง 8 ชั่วโมง 55 นาทีต่อวัน ตามมาด้วย Gen Z ที่ใช้เน็ตถึง 8 ชั่วโมง 24 นาทีต่อวัน ซึ่งนั่นส่งผลเสียต่อร่างกายและสายตาได้แบบไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เน็ตผ่านมือถือที่มีพฤติกรรม “ก้มหน้า” มองหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ ก็จะยิ่งได้รับผลกระทบต่อต้นคอและหลังมากขึ้นไปอีก เช่น ปวดต้นคอ, ปวดหัว, ปวดหลัง ซึ่งอาการเหล่านี้มีนิยามทางการแพทย์สมัยใหม่เรียกว่า “Text Neck” หรือ #อาการปวดคอ เนื่องมาจากการก้มหน้าพิมพ์ข้อความในสมาร์ทโฟน
มีข้อมูลจากงานวิจัยของ ดร.เคนเน็ต ฮานส์ราจ ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังแห่งนิวยอร์ก ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ “Surgical Technology International” ฉบับที่ 25 ระบุว่า อาการ Text Neck อาจทำให้คุณปวดหลังได้ ผลการศึกษาพบว่า การก้มศีรษะเพื่อดูมือถือในมือนั้น สามารถสร้างแรงกดดันต่อคอของคุณได้มากถึง 60 ปอนด์ หรือประมาณ 27.2 กิโลกรัม โดยยิ่งก้มหน้าต่ำมาก ก็จะยิ่งมีแรงกดทับมากตามไปด้วย
ทั้งนี้ เขาได้แสดงผลการศึกษาเปรียบเทียบผู้ใช้งานมือถือที่มีพฤติกรรม “ก้มหน้า” มองจอในแต่ละองศา ซึ่งทุกๆ 15 องศาที่คุณเราก้มลงและโน้มศีรษะไปข้างหน้า แรงกดบนกระดูกสันหลังของคุณจะเพิ่มเป็นสองเท่า ดังนี้
📌ก้มหน้า 0 องศา (ไม่ก้มหน้า) จะไม่มีแรงกดทับ โดยร่างกายแบกรับแค่น้ำหนักศีรษะเพียง 5 กก.
📌ก้มหน้า 15 องศา จะมีแรงกดทับประมาณ 12.2 กก.
📌ก้มหน้า 30 องศา จะมีแรงกดทับประมาณ 18.1 กก.
📌ก้มหน้า 45 องศา จะมีแรงกดทับประมาณ 22.2 กก.
📌ก้มหน้า 60 องศา จะมีแรงกดทับประมาณ 27.2 กก.
โดยแรงกดที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดนั้นทำให้กระดูกสันหลังของคุณตึง และค่อยๆ เคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมได้ อีกทั้งยังทำให้เนื้อเยื่อที่ถูกยืดออกเป็นเวลานานนั้น มักจะเกิดการอักเสบจนมีอาการเจ็บตามมา
นอกจากนี้หากยังมีพฤติกรรมก้มหน้ามองจอมือถือแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะส่งผลเสียระยะยาว คือ ทำให้กล้ามเนื้อยึดตึง หมอนรองกระดูกเคลื่อน เกิดอาการเส้นประสาทถูกกดทับ รวมถึงอาจทำให้กระดูกคอของคุณโก่งโค้งงอผิดรูปได้
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข้อมูลจาก ดร.มิเชลล์ คอลลี่ ผู้อำนวยการฝ่ายกายภาพบำบัดในโรดไอแลนด์ ระบุไว้ด้วยว่า พฤติกรรมใช้มือถือจนเกิดอาการ Text Neck นั้น พบในผู้ป่วยที่อายุน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกทั้งการก้มหน้าและงอตัวเพื่อดูจอมือถือนนานๆ ยังสร้างปัญหาต่อระบบการเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ปอดทำงานลดลง โดยมีข้อมูลยืนยันว่าการก้มหน้าและงอตัว สามารถลดความจุของปอดลงได้มากถึง 30%
เมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง ก็อาจนำไปสู่ภาวะการขาดออกซิเจนในเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดได้ อีกทั้งนยังส่งผลกระทบต่อปัญหาทางเดินอาหาร ทำให้การย่อยไม่ดีเนื่องจากแรงกดทับที่อวัยวะภายในร่างกาย
อ่านมาถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่าการก้มหน้าไถจอมือถือติดต่อกันนานๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ในหลากหลายมิติ ถึงอย่างนั้นคนยุคนี้ก็คงไม่สามารถหยุดก้มหน้าเล่นมือถือได้อย่างเด็ดขาด เพราะยังคงต้องใช้งานสมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การปรับพฤติกรรมขณะใช้งานสมาร์ทโฟนจึงเป็นสิ่งสำคัญ และน่าจะเป็นทางออกเดียวของปัญหานี้ที่พอจะช่วยให้สุขภาพร่างกายไม่แย่ลง ซึ่ง ดร.มิเชลล์ คอลลี่ มีคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังนี้
📌ตระหนักถึงร่างกายของคุณเสมอ หากเผลอก้มหน้าและหลังงอเมื่อไรก็ให้รีบปรับให้หลังตรง
📌ปรับศีรษะและคอให้ตรงกับกระดูกสันหลัง โดยให้เท้าของคุณราบไปกับพื้น ยกหน้าอกขึ้น ขยับไหล่ไปข้างหลัง แล้วปรับให้หูของคุณอยู่ตรงกับหัวไหล่ เพื่อไม่ให้ศีรษะของคุณโน้มไปข้างหน้ามากเกินไป
📌ใช้แท่นวางมือถือหรืออุปกรณ์ป้องกันข้อมือเพื่อรองรับน้ำหนักของสมาร์ทโฟน ทดแทนการใช้มือรองรับน้ำหนักสมาร์ทโฟน เพราะหากใช้มือในการถือนานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อแขน บ่า ไหล่ และคอตึงเกร็ง จนเกิดอาการปวดคอและปวดหัวตามมา
📌ซื้อหูฟัง ใช้หูฟังเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในการพูดคุยหรือประชุมเป็นเวลานาน ทดแทนการถือและยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาแนบหู เพื่อช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ
ที่สำคัญที่สุด คือ การหยุดพักจากหน้าจอทุกๆ 20 นาที ในระหว่างที่ใช้งานสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์แบบพกพา จากนั้นให้ยืนขึ้น หมุนไหล่และคอ หรือเดินเป็นระยะทางสั้นๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      เปิดขุมทรัพย์ LINE MAN Wongnai ขาดทุนพันล้าน ผงาดสู่ยูนิคอร์น 3.7 หมื่นล้าน Creden Data เปิดผลประกอบการ LINE MAN Wongnai ย้อนหลัง 4 ปี ขาดทุนกว่าพันล้าน ผงาดสู่ยูนิคอร์นใหญ่สุดในไทย มูลค่าบริษัททะลุ 3.7 หมื่นล้านบาท หลังทุนรอบซีรีส์บี ที่มีมูลค่าถึง 9.7 พันล้านบาท
      PCOS กับภาวะมีบุตรยาก PCOS ย่อมาจากคำว่า Polycystic Ovary Syndrome หรือโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ เป็นสาเหตุของการมีบุตรยากที่พบได้บ่อยในสตรี เนื่องจากการที่มีถุงน้ำในรังไข่หลายใบจะส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ
      • อึดถึกทนที่แท้ทรู 'The Last Supper' ภาพวาดที่รอดพ้นมาแล้วทุกภัยอันตราย ไม่ว่าเป็นระเบิด หรือแม้แต่เป็นเป้ายิงปืน!?
      มหาเศรษฐีวัย 65 แต่งสาว 19 ประกาศกร้าว “นี่คือรักแท้” สรุปได้แค่ 2 เดือน เลิก‼️ “เหตุหักโหมมากเกินไป😰”
      ดูทั้งหมด