มีบัญชีอยู่แล้ว?
ภาษีกับการลงทุนตราสารหนี้
ช่วงนี้มีหุ้นกู้มาให้เราเลือกซื้อ และบางบริษัทมีการให้ซื้อผ่าน application ซึ่งราคาขั้นต่ำในการซื้อเพียง 1,000 บ. จากเมื่อก่อนขั้นต่ำในการซื้อส่วนมากก็ 100,000 บ. ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุน มารู้จักกันว่า ผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารหนี้นั้นมีอะไรบ้าง และเสียภาษียังไง
1
ตราสารหนี้หรือ เอกสารแสดงสิทธิเกี่ยวกับหนี้ ผู้ที่ถือตราสารหนี้จะอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ ส่วนบริษัทที่ออกจะอยู่ในฐานะลูกหนี้ คนถือตราสารหนี้ จะได้ดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ ตามที่ลูกหนี้ให้สัญญาไว้ และจะได้เงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา
และสามารถนำตราสารหนี้หรือหุ้นกู้นั้นไปขายในตลาดรองได้ จึงสามารถทำกำไรหรืออาจขาดทุนจากส่วนต่างราคาของตราสารหนี้นั้นได้
ถ้ารัฐบาลเป็นผู้ออกตราสารหนี้ จะเรียกว่า พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ
ส่วนถ้าผู้ที่ออกเป็นบริษัทเอกชนจะเรียกว่า “หุ้นกู้” ความเสี่ยงของหุ้นกู้ก็จะขึ้นกับความน่าเชื่อถือของผู้ออก (credit rating) และอายุของตราสารว่าจะครบกำหนดสัญญาเมื่อไหร่
ผลตอบแทนที่เราได้รับจากตราสารหนี้ที่เราลงทุนโดยตรงโดยตนเอง มีอยู่ 3 แบบ
1. ดอกเบี้ย(Coupon rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ออกหุ้นกู้นั้นจ่ายให้กับผู้ถือตราสารหนี้นั้นๆ โดยอาจจะจ่ายเป็นแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่(Fixed rate) เช่น 3% ต่อปี ไปเรื่อยๆ หรือจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว((Floating Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปตามอัตราอ้างอิงที่กำหนด
ดอกเบี้ยตรงนี้ที่เราได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 15% นะ เช่น ถ้าทั้งปีเราได้ดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ที่ถือ 10,000 บ. เราก็จะได้เงินเข้าบัญชีจริง 8,500 บ. นะ (ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 15% = 10,000 x0.15 = 1,500 บ.) ซึ่งเราสามารถเลือกไม่นำไปยื่นรวมเป็นรายได้ที่เรียกว่า final tax ได้ หรือจะเลือกนำรายได้จากดอกเบี้ยตรงนี้ไปยื่นรวมเป็นรายได้ก็ได้แล้วแต่เรา
ถ้าเสียภาษีเงินได้ไม่ถึงฐาน 15% ควรนำรายได้จากผลตอบแทนที่ได้จากตราสารหนี้มารวมคำนวณกับเงินได้อื่น จะทำให้สามารถได้ภาษีที่ถูกหักไปคืนได้ แต่ถ้าเสียภาษีฐานเกิน 15% ไม่ควรนำรายได้นี้มารวม เพราะจะทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไป
ดังนั้นจะได้ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้คืนหรือเปล่า ขึ้นกับฐานอัตราภาษีของเรานะ
2. ผลตอบแทนในรูปส่วนต่างกำไรจากการขาย (capital gain) ถ้าเราซื้อตราสารหนี้มาแล้วถือไปเรื่อยๆ จนครบกำหนดอายุสัญญา เมื่อครบกำหนดเราจะได้เงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ถ้าแบบนี้เราจะไม่ได้รับผลตอบแทนของส่วนต่างกำไรนะ
แต่ผู้ที่ถือตราสารก็สามารถนำตราสารหนี้หรือหุ้นกู้นั้นไปขายในตลาดรองได้ จึงสามารถทำกำไรหรืออาจขาดทุนจากส่วนต่างราคาของตราสารหนี้นั้นได้
แต่ตลาดรองในการซื้อขายตราสารหนี้นั้นไม่ได้มีสภาพคล่องเหมือนตลาดหุ้นนะ
ส่วนต่างกำไรตรงนี้ จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 15% เช่นกัน ซึ่งเราสามารถเลือกไม่นำไปยื่นรวมเป็นรายได้ที่เรียกว่า final tax ได้ หรือจะเลือกนำรายได้ตรงนี้ไปยื่นรวมเป็นรายได้ก็ได้ แล้วแต่เรา การเลือกยื่นหรือไม่ยื่นควรพิจารณาจากฐานอัตราภาษีของเราเหมือนเดิมนะ
ผลตอบแทนแบบที่ 3 คือ ส่วนลดระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาซื้อตราสาร (discount) จะเกิดลักษณะนี้ ในกรณีของหุ้นกู้ที่ออกเสนอขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าหน้าตั๋ว (Par value)
มูลค่าที่ตราไว้ หรือ Par value มูลค่าเงินต้นที่ผู้กู้จะจ่ายคืนให้กับผู้ให้กู้(หรือผู้ตราสาร) เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ส่วนใหญ่มูลค่าที่ตราไว้ต่อหน่วยคือ 1,000 บ.
ถ้าเป็นนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อเป็นบุคคลแรก(ผู้ทรงคนแรก) ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% และมีสิทธิเลือกไม่นำมาคำนวณตอนสิ้นปีได้ แต่ถ้าไม่ใช่ผู้ทรงคนแรก จะได้รับยกเว้นภาษีนะ
การนำมารวมยื่น เงินภาษีที่ถูกหักไป จะได้คืนมากน้อยขึ้นกับฐานอัตราภาษีที่เราเสียนะ
ถ้าฐานอัตราภาษีของเราน้อยกว่า 15% แต่เราไม่อยากนำมารวมยื่นภาษี ก็ได้แล้วแต่เรา เป็นสิทธิที่สามารถทำได้
การลงทุนตราสารหนี้นั้นเป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงน้อย แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีความเสี่ยงเลยนะ ในการลงทุนควรศึกษารายละเอียดของหุ้นกู้นั้นให้ดี ความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ออกว่า จะสามารถจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืนได้ตามสัญญาหรือไม่(ก็คือไม่เบี้ยวหนี้เรา) และต้องวางแผนการเงินของเราว่า เราไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินต้นนี้จนครบกำหนดอายุของตราสารนั้น และในการลงทุนมีเรื่องของภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างที่เล่าไปด้วยนะ
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #ตราสารหนี้ #หุ้นกู้ #ParValue #coupon #อัตราดอกเบี้ย #ดอกเบี้ย #ส่วนต่างกำไร #ภาษี #คิดภาษี #ยื่นภาษี #คำนวณภาษี
1
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      แบบทดสอบสั้น ๆ🔎 ที่จะ “เปิดเผยอารมณ์ ปัญหา ความรู้สึกของคุณภายในจิตใจ⁉️“ กลับมาแล้วกับซีรี่ย์นี้หลังจากที่ห่างหายกันไปนานมากเลยนะคะ กับแบบทดสอบสั้น ๆ🔎 วันนี้แอดมินจะพาเพื่อนพี่ ๆ ไปค้นพบความรู้สึกลึกลึกข้างในใจของพวกเรากันค่ะ
      UBE ต่อยอดโครงการ “อุบลโมเดลพลัส” สู่โครงการอีสานล่าง 2 ภารกิจพิชิตความยั่งยืน รากฐานการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งมาจากแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมเพื่อความยั่งยืน บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย และถือเป็นผู้ผลิตและแปรรูปมันสำปะหลังแบบครบวงจร (Well-integrated Tapioca Player) รายใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จึงดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานตามกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน
      ไวรัลจากเกาหลีใต้ : ประธานาธิบดียุนถูกวิจารณ์ยับ หลังนักข่าวเผยภาพขณะเขาเดินขึ้นเครื่องบินกับภรรยา แต่เขาดันกลางร่มให้ตัวเองเพียงคนเดียวและปล่อยให้ภรรยาตากฝนซะอย่างนั้น ..
      Exclusive! สยบข่าวลือ "รัฐประหารที่ปักกิ่ง" เข้าใจโครงสร้างอำนาจการเมืองจีน ข่าวปลอม “รัฐประหาร โค่นสีจิ้นผิง” แพร่สะพัดนอกแดนมังกร แต่ภายในจีนไร้เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ผู้ที่เข้าใจระบบการเมืองการปกครองของประเทศจีนจะรู้ว่า เรื่องเช่นนี้ไม่มีวันจะเกิดขึ้นได้
      ดูทั้งหมด