มีบัญชีอยู่แล้ว?
B-IR-FOF ทางเลือกลงทุน สู้ศึกเงินเฟ้อ ช่วยกระจายความเสี่ยง
เผลอแป๊บเดียว เราเดินผ่านปี 2565 กันมา 9 เดือนแล้ว แต่เกมการต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น Fed หรือธนาคารกลางอื่น ๆ นักลงทุนเองก็ต้องมองหาการลงทุนที่แข็งแกร่งพอเพื่อต่อกรเงินเฟ้อให้ได้ และสินทรัพย์หนึ่งที่สามารถวิ่งไล่เงินเฟ้อได้ทัน นั่นก็คือ การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะยังให้ผลตอบแทนที่ดีในหลาย ๆ ภาคส่วน
วันนี้ BBLAM จะพาทุกท่านไปส่องโอกาสการลงทุนในธุรกิจนี้ ว่ายังคงใจถึงพึ่งได้เหมือนเดิมหรือไม่
ก่อนอื่นขอรวบตึงภาพในช่วง 8 เดือนแรกของปี ซึ่งกองทุนรวมในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์แทบทุกรูปแบบได้ปรับตัวลดลงมามากแล้ว โดย SETPREIT Index ชี้ให้เห็นว่า ดัชนีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) ดัชนีกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust; REIT) ปรับตัวลดลง 7.4% ส่วนดัชนีกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund; IFF) ลดลงถึง 9% ซึ่งไหลลงแรงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET Index ที่ลดลง 1.1%
เมื่อซูมดูไส้ในของภาคธุรกิจอสังหาฯ พบว่า ธุรกิจศูนย์กลางจัดการประชุม (Exhibition Centre) หดตัวลงแรงสุด 21.6% ตามมาด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมที่หดตัว 12.0% ธุรกิจสำนักงานให้เช่า (Office) หดตัว 9.0% และธุรกิจพื้นที่เช่ารายย่อย (Retail) หดตัว 3.5% ขณะที่โรงแรมถือเป็นธุรกิจเดียวที่สามารถเชิดหน้าชูตาให้กลุ่มได้ด้วยตัวเลขที่เป็นบวก 11% จากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นทุกเดือน และมาตรการผ่อนคลายการเดินทาง หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง
แม้โดยภาพรวม ผลประกอบการของกลุ่มในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาไม่สู้ดีนัก แต่ BBLAM มองว่าในครึ่งปีหลังการลงทุนใน Property Fund/REIT และ IFF ยังมีแนวโน้มสดใส โดยประเมินว่าการทำกำไรของธุรกิจต่าง ๆ ในกลุ่มอสังหาริมทรัยพ์จะเร่งตัวขึ้น หลังจากที่ผลประกอบการของกลุ่มในไตรมาส 2 กระเตื้องขึ้นมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์
ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2565 ส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (Yield Spread) ของกลุ่ม Property Fund/REIT เทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปี อยู่ที่ 3.9% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 3.2% และ Yield Spread ของกลุ่ม IFF อยู่ที่ 5.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 5.1% ดังนั้น การลงทุนในกองทุนรวมในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จึงกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
และ BBLAM ก็มีกองทุนเปิดฟันด์ออฟฟันด์บัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ หรือ B-IR-FOF ที่ลงทุนในหน่วยลงทุน Property Fund/REIT/FIF รวมถึงกองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Exchange Traded Fund; ETF) เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนรับผลตอบแทนที่ดีตามการฟื้นตัวของธุรกิจ ที่สำคัญจะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อได้อีกด้วย
โดย BBLAM มีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนใน Propety Fund/REIT และ IFF ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามการฟื้นของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในหลาย ๆ ธุรกิจ ซึ่งผู้จัดการกองทุนมีมุมมองที่ดีต่อกลุ่ม Retail ที่ได้รับอานิสงส์จากการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในประเทศไทยและสิงคโปร์
ในประเทศไทย กลุ่ม Retail ทยอยฟื้นตัวกลับมาได้ดี และเริ่มมีการปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกมาตั้งแต่ต้นปี หลังจากที่ลดค่าเช่าไปค่อนข้างมากในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะที่อัตราผู้เช่า (Occupancy Rate) ก็กลับมาอยู่ในเกณฑ์ดีที่อัตราเฉลี่ย 90%
ทางด้านกลุ่ม IFF ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงมีรายได้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ จากสัญญาเช่าระยะยาวที่มีการกำหนดค่าเช่าชัดเจน และเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งโดยพื้นฐานอยู่แล้ว โดยไม่ได้อ่อนไหวกับภาวะความผันผวนต่าง ๆ มากนัก โดยเฉพาะผลกระทบจากเงินเฟ้อที่พุ่งสูง
อย่างไรก็ตาม B-IR-FOF ได้ลดน้ำหนัการลงทุนในกลุ่มออฟฟิศลง เนื่องจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น มีการลดขนาดสำนักงาน อีกทั้งยังมี Supply เพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ จึงมองว่าอัตราค่าเช่ายังมีความเสี่ยงอยู่
ข้ามไปที่สิงคโปร์ ซึ่งตลาด REIT มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูง ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสิงคโปร์ที่ได้กระจายไปในทุกภาคส่วน ทั้งการท่องเที่ยวและการบริโภคภายประเทศที่กลับมาสู่ระดับก่อนโควิดแล้ว
ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์มีความน่าสนใจทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มค้าปลีก สำนักงานให้เช่าและโรงแรม โดยกลุ่มออฟฟิศมีดีมานด์จากจีนและฮ่องกงเข้ามาอย่างชัดเจน ขณะที่ธุรกิจโรงแรมนอกจากได้ประโยชน์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวแล้ว กลุ่มจัดประชุมสัมมนาก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย
มองไปข้างหน้า ตลาดอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานยังมีแนวโน้มสดใส ยิ่งราคาที่ปรับลดลงไปมากกว่าภาพรวมตลาด ถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนคว้า “ของดี ราคาถูก” ในจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งนอกจาก กองทุน B-IR-FOF แล้ว BBLAM ยังมีกองทุน B-IR-FOFRMF ไว้รองรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอีกด้วย
สนใจข้อมูลกองทุนเพิ่มเติม คลิก:
คำเตือน: การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น) / ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง
และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุในคู่มือการลงทุน RMF ก่อนการตัดสินใจลงทุน / กองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศมิได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ทั้งนี้ อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในกองทุนดังกล่าว หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
#BIRFOF #BIRFOFRMF #กองทุนรวม #ลงทุน #ลงทุนในกองทุนรวม #โครงสร้างพื้นฐาน #อสังหาริมทรัพย์ #ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน #ลงทุนอสังหา
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      เส้นแบ่งของความสำเร็จ มีเด็กๆรุ่นใหม่ชอบถามผมอยู่บ่อยๆว่าเคล็ดลับของคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ไปไหนไม่ไกลซักทีนั้นคืออะไรและอยากให้ตอบสั้นๆ คนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ไม่ชอบฟังอะไรยาวๆให้เสียเวลา
      รู้จัก BGC ผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (Total Packaging Solutions) 13,360 ล้านหน่วย* คือจำนวนการใช้บรรจุภัณฑ์แก้วในประเทศไทย ในปี 2563 จากรายงานของ GlobalData Plc. คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์แก้วในประเทศไทย จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
      กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์เลยล่ะครับ เมื่อนักตกปลาคนหนึ่งได้ทวิตภาพ "ซากปลาแซลมอนที่ถูกจับมาผ่าท้องเอาไข่และตัวปลาถูกโยนทิ้งไว้ทางถนน"
      Kim Jung-youn มหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลกคนใหม่ 18 ปี คืออายุปัจจุบันของทายาทเจ้าของบริษัทเกม Nexon ของเกาหลีใต้ เจ้าของสถิติโลกมหาเศรษฐีระดับโลกคนใหม่
      ดูทั้งหมด