“Roger Federer” นักเทนนิส Billionaire คนแรกของโลก
หากพูดถึงนักกีฬาเทนนิสที่ดีที่สุดของโลกในยุคนี้
หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ “โรเจอร์ เฟเดอเรอร์”
เมื่อไม่กี่วันก่อน โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ก็ได้ประกาศอำลาวงการเทนนิสอาชีพ
หลังจากโลดแล่นในการแข่งขัน มายาวนานถึง 24 ปี
โดยเขาก็ได้คว้าแชมป์แกรนด์สแลม มากถึง 20 รายการ
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ตลอดเส้นทางนักเทนนิสอาชีพ
ชายคนนี้สามารถสร้างรายได้ กว่า 30,000 ล้านบาท
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่ได้มาจาก เงินรางวัลการแข่งขันเทนนิส
แล้ว โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มีรายได้จากอะไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เป็นนักกีฬาเทนนิส ชาวสวิส เกิดเมื่อปี 1981 ปัจจุบันอายุ 41 ปี
เขาเริ่มเข้าสู่วงการเทนนิสอาชีพ ในปี 1998
ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกเป็นครั้งแรกในปี 2004 และประสบความสำเร็จอย่างมากมาย เช่น
- คว้าแชมป์รายการแกรนด์สแลม 20 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของวงการเทนนิสอาชีพ
- คว้าแชมป์รวมทุกรายการ 103 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของวงการเทนนิสอาชีพ
- ครองอันดับ 1 ของโลก ยาวนานถึง 310 สัปดาห์ มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของวงการเทนนิสอาชีพ
ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เฟเดอเรอร์ ต้องผ่านการปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นอยู่หลายครั้ง
เพื่อให้สามารถยืนระยะได้อย่างยาวนาน
ในสมัยที่ยังหนุ่ม แม้เขาจะมีพรสวรรค์สูง แต่ก็อารมณ์ร้อนอยู่บ้าง ทำให้เขาหันมาควบคุมสภาพจิตใจให้นิ่ง รวมทั้งฟิตร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นชั้นนำได้สำเร็จ
โดยเขายังเปลี่ยนรูปแบบการเล่น ให้เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ
อย่างในตอนที่เขายังอายุไม่มาก จะเน้นการยืนตีท้ายคอร์ตที่สวยงาม
แต่พอเขาอายุมากขึ้น ก็หันมาเล่นเกมรุกหน้าเน็ต เพื่อทำคะแนนให้ไวขึ้น
2
ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้เฟเดอเรอร์สามารถคว้าเงินรางวัลสะสมจากการแข่งขัน ได้มากถึง 4,950 ล้านบาท เป็นรองเพียงแค่ โนวัค โยโควิช ที่ทำเงินได้ 6,000 ล้านบาท และราฟาเอล นาดาล ที่ทำเงินได้ 4,970 ล้านบาท เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความมั่งคั่งให้กับ เฟเดอเรอร์ ไม่ได้มีเพียงแค่เงินรางวัลเท่านั้น
แต่ยังมาจาก การเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ด้วย
ซึ่งการที่แบรนด์ได้ เฟเดอเรอร์ มาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์”
ก็สามารถสื่อถึงความเป็นเลิศของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
1
โดยเขาได้เซ็นสัญญากับแบรนด์ชื่อดังหลายเจ้า เช่น Nike, Mercedes-Benz, Rolex, Credit Suisse, Moët & Chandon, Lindt และ Rimowa
แต่ในปี 2018 หลังจาก เฟเดอเรอร์ หมดสัญญากับ Nike
เจ้าตัวได้ตัดสินใจเซ็นสัญญาระยะยาว 10 ปี
มูลค่า 11,300 ล้านบาท กับ Uniqlo แทน
โดย เฟเดอเรอร์ ให้เหตุผลว่า เขาชื่นชอบเทคโนโลยีการระบายเหงื่อของเสื้อ Uniqlo เป็นอย่างมาก และทำให้ได้เปิดตลาดกับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ นอกเหนือจากแฟนกีฬา
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ในปี 2022 โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ขึ้นแท่นเป็นนักกีฬาที่ได้รับเงินค่าสปอนเซอร์มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ที่ประมาณ 3,400 ล้านบาท
โดยมีการประเมินกันว่า เฟเดอเรอร์ สามารถสร้างรายได้จากการแข่งขันเทนนิส และการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ตลอดอาชีพการเล่นเทนนิส รวมทั้งหมดกว่า 34,000 ล้านบาท
ภายหลังจากอำลาวงการเทนนิสอาชีพไปแล้ว
เขายังคงได้รับเงินค่าสปอนเซอร์อีกไม่ต่ำกว่า 7,600 ล้านบาท เลยทีเดียว
นอกจากนี้ เฟเดอเรอร์ ยังมีการเข้าไปลงทุนในธุรกิจอีกด้วย
นั่นคือ ธุรกิจรองเท้ากีฬา ที่มีชื่อแบรนด์ว่า “On”
3
โดยมีจุดเริ่มต้นจาก เขาได้สังเกตเห็นภรรยาและผู้คนรอบข้าง ใส่รองเท้ากีฬาแบรนด์นี้
ซึ่งรองเท้ากีฬาแบรนด์ On ถูกออกแบบให้มีความมินิมัลและใส่สบาย
แถมยังเป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดมาจากสวิตเซอร์แลนด์ บ้านเกิดเดียวกับตัวเขาอีกด้วย
1
เฟเดอเรอร์ จึงได้เกิดความสนใจขึ้นมา
ถึงกับโทรศัพท์ติดต่อขอนัดทานอาหารกับผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท
พอพูดคุยกันถูกคอ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ On ก็ได้ชักชวนให้ เฟเดอเรอร์ เข้ามาร่วมลงทุนในกิจการด้วย
รวมทั้งให้เขามาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างเช่น รองเท้าเทนนิส
1
ซึ่งหลังจากนั้น ผู้บริโภคก็เริ่มให้ความสนใจรองเท้ากีฬาแบรนด์ On มากยิ่งขึ้น
จนบริษัทเติบโต และสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ เมื่อปี 2021 ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท ประมาณ 200,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีการประเมินว่า เฟเดอเรอร์ มีสัดส่วนในการถือหุ้นบริษัท On Holding อยู่ประมาณ 3%
หรือคิดเป็นมูลค่าราว 6,000 ล้านบาท
2
จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ ก็น่าจะทำให้ เฟเดอเรอร์
นอกจากจะเป็นตำนานนักเทนนิสแล้ว
เขาก็ยังกลายเป็นนักเทนนิส Billionaire คนแรกของโลก
ที่มีทรัพย์สินสูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 38,000 ล้านบาทเลยทีเดียว..
1
หนังสือ BRANDING THE NATION หนังสือที่เล่าถึงการสร้างแบรนด์ของแต่ละประเทศที่ทำให้ แต่ละประเทศเป็นแบบทุกวันนี้
เช่น ทำไมเยอรมนีเป็นประเทศแห่งรถยนต์ ทำไมฝรั่งเศสเป็นประเทศแห่งแบรนด์หรู สั่งซื้อเลยที่
8.3K รับชม
    ปรีชา ใจมา
    เป็นความคิดที่ดี
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      "12 กฎที่ใช้ได้ตลอดชีวิต" กับ 12 เรื่องที่เข้าใจแล้วชีวิตจะมีแต่ดีขึ้น และดีขึ้นเรื่อย ๆ กฎข้อที่ 1 ◾️ ยืนให้ตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง เมื่อร่างกายเศร้า คุณจะเศร้า เมื่อร่างกายสุข คุณจะสุข หากคุณไหล่ค้อมห่อ ก้มหัว ผู้คนจะโต้ตอบราวกับคุณกำลังแพ้ หากคุณยืดตัวตรงขึ้น ผู้คนจะมองคุณต่างไปเช่นกัน เรื่องนี้ชัดเจนแล้วในทางวิทยาศาสตร์ คุณใช้จิตใจกำหนดร่างกาย และร่างกายกำหนดจิตใจ และสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ คนเราทำได้ทั้งสองทาง
      ปัจจัยที่ทำให้ค่าระวางเรือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเหวี่ยงขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะ ในช่วงของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีความรุนแรงมากเป็นประวัติการณ์ นอกจากผลกระทบทางด้านสาธารณสุข ที่มีผู้ติดเชื้อรวมกว่า 643 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 7 ล้านคนทั่วโลก COVID-19 ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์
      แม้ว่าตอนนี้ Instagram จะมีผู้ใช้ 2 พันล้านรายต่อเดือนแต่ก็เผชิญกับปัญหา จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กอายุ 18 ถึง 29 ปีที่มีแนวโน้มจะใช้แอปอย่าง Instagram มากที่สุด อย่างน้อยในอเมริกากำลังหันหลังให้กับ Instagram และไปติดอยู่กับแพล็ตฟอร์มใหม่อย่าง TikTok หรือ แม้กระทั่ง Snap ปีที่แล้วThe New York Times ได้เปิดเผยรายงานที่ Instagram กังวลเกี่ยวกับการดึงดูดและรักษาผู้ใช้ใหม่ที่มีอายุน้อยซึ่งจะช่วยรักษาการเติบโตในระยะยาว ไม่ต้องพูดถึงศักยภาพในการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้ลงโฆษณา TikTok เป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่วัยรุ่นอเมริกัน นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมหลายครั้ง และความพยายามที่น่าสงสัยในการคัดลอกฟีเจอร์จากแอปอื่นๆ ได้ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเลิกสนใจ Instagram เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ 🎧 ฟังผ่าน Podbean : https://bit.ly/3VVBWPf 🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast : https://bit.ly/3uwZo9Y 🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : https://bit.ly/3h2UlL8 🎧 ฟังผ่าน Spotify : https://bit.ly/3FaESk8 🎧 ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/zOXIR4K4JSc References Image : https://www.theatlantic.com/technology/archive/2022/11/instagram-tiktok-twitter-social-media-competition/672305/ ========================= ร่วมสนับสนุน ด.ดล Blog และ Geek Forever Podcast เพื่อให้เรามีกำลังใจในการผลิต Content ดี ๆ ให้กับท่าน https://www.tharadhol.com/become-a-supporter/ ——————————————– ติดตาม ด.ดล Blog ผ่าน Line OA เพียงคลิก : https://lin.ee/aMEkyNA ——————————————– ไม่พลาดข่าวสารผ่านทาง Email จาก ด.ดล Blog : https://www.getrevue.co/profile/tharadhol ——————————————– Geek Forever Club พื้นที่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ด้านธุรกิจ เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ https://www.facebook.com/groups/geek.forever.club/ ========================= ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่ Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog Twitter : www.twitter.com/tharadhol Instragram : instragram.com/tharadhol TikTok : tiktok.com/@geek.forever Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol Website : www.tharadhol.com
      ช่วงนี้มีข่าวเรื่องไข่ Caviar จึงนึกได้ว่ามีเกร็ดหนึ่งจะเล่าให้ฟัง ครั้งหนึ่งผมไปเยี่ยมพญาอินทรี 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่สวนทูนอิน คนในวงการบู๊ลิ้มรู้ดีว่าอา'รงค์เป็นผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงเรื่องภาษา แต่เรื่องอาหารด้วย คุยไปคุยมา ช่วงหนึ่งแกบอกว่า คนไทยเรียกชื่ออาหารชนิดนี้ผิดมาตลอด
      ดูทั้งหมด