💸 เงินโบนัสปีนี้เอาไปโปะหนี้หรือลงทุนดีกว่ากัน?
ใกล้ปลายปีอย่างนี้มนุษย์เงินเดือนคงตั้งตารอเงินโบนัสที่เป็นสิ่งตอบแทนการทำงานหนักมาทั้งปี เชื่อเลยว่าหลายคนคงลังเลว่าจะนำเงินก้อนนี้ไปโปะหนี้หรือลงทุนดีกว่ากัน? บทความนี้จะพาไปหาคำตอบสำหรับคำถามนี้กันครับ !
📌 ควรเป็นหนี้หรือไม่?
แน่นอนว่าการไม่สร้างหนี้แล้วเอาเงินไปลงทุนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่หลายสิ่งที่จำเป็นในชีวิตย่อมต้องใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้นการมีหนี้จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เพียงแต่ควรมีหนี้ในระดับที่เหมาะสม เช่น มีภาระหนี้ต่อเดือนไม่เกิน 40-50% ของรายได้
เหตุผลแรกที่ควรมีหนี้ในระดับที่เหมาะสม ก็เพราะรักษาสภาพคล่องต่อเดือนให้สามารถใช้ชีวิตได้ไม่ลำบาก อีกเหตุผลนั่นคือจะเสียโอกาสไปกับการใช้หนี้แทนการลงทุน
เช่น ซื้อรถ A ราคา 500,000 บาท และรถ B ราคา 700,000 บาท ดอกเบี้ย 4% ดาวน์ 25% ระยะเวลาผ่อน 3 ปี ส่วนต่างจำนวนเงินที่ต้องผ่อนระหว่างรถ A และ B เท่ากับ 218,000 บาท (ต้น+ดอกเบี้ย) ซึ่งเงินจำนวนนี้นำไปลงทุนผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี จะกลายเป็น 470,646 บาท
ในตัวอย่างนี้นำไปสู่คำถามว่าแล้วเงินโบนัสจะเอาไปโปะหนี้ลดภาระการเงินหรือจะลงทุนสร้างผลตอบแทน?
📌โปะหนี้หรือลงทุน?
🖋️ เงินสำรองฉุกเฉิน ของจำเป็นที่ทุกคนต้องมีไว้
เงินสำรองฉุกเฉินมีความสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต เป็นเงินที่เตรียมไว้ใช้จ่ายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วย ตกงาน และปัญหาในครอบครัว ดังนั้นก่อนจะโปะหนี้จึงควรมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้ที่ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน
🖋️ หนี้ดอกเบี้ยสูง มีโอกาสปิดหนี้ต้องปิดให้ได้
แต่ถ้ามีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว เริ่มจากพิจารณาว่าเงินโบนัสที่ได้สามารถโปะหนี้ได้ทั้งหมดหรือไม่ เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ถ้าหากมีหนี้นอกระบบ บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงมาก เป็นภาระต่อกระแสเงินสด ไม่สร้างประโยชน์ให้ชีวิตประจำวัน มักมีขนาดหนี้ไม่สูงมาก ควรโปะหนี้เหล่านี้ทันที ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
🖋️ หนี้คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่
ก่อนหน้านี้หนี้รถยนต์คิดดอกเบี้ยจากเงินก้อนคงที่ตลอดอายุสัญญา หากโปะหนี้ก้อนนี้ก็ไม่ทำให้ภาระดอกเบี้ยต่อเดือนลดลง การโปะที่คุ้มคือ การโปะทั้งหมดเพื่อปิดหนี้ ซึ่งปัจจุบันหนี้รถยนต์กำลังเปลี่ยนไปคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก แต่หากเจอหนี้ที่คิดดอกเบี้ยคงที่ก็นำแนวคิดไว้ใช้พิจารณาโปะหนี้
🖋️ หนี้คิดอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก
แต่ถ้าเงินโบนัสไม่สามารถโปะหนี้ทั้งหมดได้ ซึ่งก็มักเกิดกับหนี้สำคัญอย่างหนี้บ้านที่คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ทำให้มีความลังเลระหว่างการนำเงินโปะหนี้กับลงทุน จึงต้องเปรียบเทียบประโยชน์สูงสุดระหว่างภาระหนี้ที่ลดลงกับผลตอบแทนจากการลงทุน
ตัวอย่างเช่น มีเงินโบนัส 100,000 บาท ผลตอบแทนต่อปี: เงินฝากประจำ 2% กองทุนรวมตราสารหนี้ 3% กองทุนรวมหุ้น 8% หุ้น 10% สมมติหนี้บ้าน 2,000,000 บาท ดอกเบี้ยบ้าน 7% ผ่อน 25 ปี
ผ่านไป 1 ปี จำนวนเงินที่ได้จากการลงทุน มีดังนี้ เงินฝากประจำ 102,000 บาท กองทุนรวมตราสารหนี้ 103,000 บาท กองทุนรวมหุ้น 108,000 บาท หุ้น 110,000 บาท ส่วนการโปะหนี้บ้านด้วยเงิน 100,000 บาท จากยอดหนี้ 2,000,000 บาท ยอดหนี้ลดลงเพียงเล็กน้อยซึ่งดอกเบี้ยก็ลดลงอย่างไม่มีนัยยะเช่นกัน
ดังนั้นหากเงินโบนัสที่จะโปะหนี้มีจำนวนไม่มากเทียบกับยอดหนี้ ควรนำเงินไปลงทุนจะมีโอกาสรับประโยชน์ได้มากกว่า ซึ่งก็ต้องเน้นอีกว่าต้องเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงหรือสูงกว่าดอกเบี้ย เช่น กองทุนรวมหุ้น หุ้น เป็นต้น
การโปะหนี้บ้านที่ได้ประโยชน์ควรโปะด้วยเงินจำนวนมากเทียบกับยอดหนี้ โดยในกรณีนี้ถ้าโปะด้วยเงิน 500,000 บาท ทำให้ยอดหนี้ลดเหลือ 1,500,000 บาท ช่วยลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายได้อย่างน้อยประมาณ 300,000-400,000 บาท
🖋️ แต่..การลงทุนอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด แล้วควรทำอย่างไร?
ทุกคนต่างรู้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนได้อย่างที่สมมติกันขึ้นมา อีกทั้งต้องมีเวลาหาความรู้และการติดตามสถานการณ์ หากไม่สบายใจหรือยังไม่ได้ศึกษาการลงทุน ควรนำเงินโบนัส แม้อาจแทบไม่ลดภาระดอกเบี้ยแต่ช่วยในแง่จิตวิทยา สร้างความสบายใจไม่ต้องกังวลเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจะมาทำให้ปัญหาหนี้บานปลาย สุดท้ายสภาวะจิตใจที่สดใสก็จะช่วยให้มีความพร้อมคว้าโอกาสที่เข้ามาในชีวิต เช่น ทำอาชีพเสริม ลงทุนในสิ่งที่ถนัด เป็นต้น
สรุปได้ว่าทุกคนควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเป็นสิ่งแรก ถ้ามีหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงควรโปะทันที ส่วนหนี้คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ควรโปะเฉพาะกรณีที่ปิดหนี้ทั้งหมด ขณะที่หนี้คิดอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกก็ต้องเทียบประโยชน์ระหว่างการโปะกับการลงทุน แต่ยังไม่เห็นโอกาสลงทุนก็ควรนำเงินไปโปะหนี้
#พบกับบทความด้านธุรกิจ #เศรษฐกิจและการลงทุนเชิงลึก
จาก SkillLane ได้ที่ Blockdit แล้ววันนี้
🔥 ไปดูกันเลย > https://www.blockdit.com/skilllane
รวมคอร์สเรื่องการเงินการลงทุน ตั้งแต่ การเทรดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน ทองคำ คริปโต DeFi ฯลฯ
เรียนคอร์สไหนดี ? เลือกคอร์สไหนให้เหมาะกับเรา ?
ทัก Inbox หรือ Line @SkillLane สิครับ
หรือคลิกลิงก์ https://page.line.me/peo4278l
#การลงทุน #เศรษฐกิจ #ดอกเบี้ย #หนี้
#เรียนออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา
4ถูกใจ
550รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ทำไมบริษัทที่ญี่ปุ่นถึงห้ามพนักงานทำงานเสริม ห่างหายจากการเล่าเรื่องบริษัทที่ญี่ปุ่นไปพักนึง …. วันนี้เลยจะเอาเรื่องการทำงานเสริม หรืองานพิเศษมาเล่าให้ฟังกันนะคะ
      รู้หรือไม่ ? การเดินก็สามารถกระตุ้นการเผาผลาญได้ เพราะถือว่าเป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่ง 🚶❤️‍🔥​
      คนอื่นเริ่มหยุดแล้ว แต่เราอาจจะยังไม่หยุดขึ้นดอกเบี้ย กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวานนี้ตัดสินใจเป็นเอกฉันท์ ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 1.5% ซึ่งเป็นการปรับนโยบายการเงิน “อย่างค่อยเป็นค่อยไป” ตามที่เคยส่งสัญญาณมาหลายครั้ง
      ทำไม Google ต้องยอมจ่ายเงินให้คู่แข่งอย่าง Apple ปีละเกือบ 5 แสนล้านบาท.. Google และ Apple เป็นสองยักษ์ใหญ่ ในวงการเทคโนโลยี ที่เป็นคู่แข่งกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่าง Android และ iOS ซึ่งเป็นสองระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา ที่แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกันอย่างดุเดือด
      ดูทั้งหมด