7 เคล็ดลับ จาก 7 เทพลูกหนัง ในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก
“เมื่อได้รับชัยชนะ เวลากล่าวอะไรย่อมฟังแล้วเข้าท่าเสมอ” คำกล่าวนี้ถือว่าเป็นความจริงทีเดียว นั่นก็เพราะเวลาได้รับชัยชนะถึงแม้จะมีเรื่องของโชควาสนามาผสมแต่ก็เป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับ “ฝีมือ” ที่ต่างทีมหรือต่างคนก็มี “เคล็ดลับ” สำหรับการคว้าความสำเร็จที่แตกต่างกันออกไป
แน่นอนว่าการคว้าแชมป์ที่น่าจับตาจากมวลมนุษยชาติมากที่สุดแชมป์หนึ่งคือ การคว้าแชมป์ “ฟุตบอลโลก” ได้ โดยต่างกรรมต่างวาระหรือแต่ละยุคแต่ละสมัยก็จะมีเคล็ดลับที่มีความยูนีคไม่ซ้ำแบบกันไปตามแต่ที่ปฏิบัติและ “ฟังก์ชั่น” ต่อตนเองหรือต่อทีม
และนี่คือ 7 เคล็ดลับจาก 7 เทพลูกหนัง ในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่ Main Stand จัดหามาให้ท่านได้พิจารณา เผื่อนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างชะงัดยิ่ง
1. ความถ่อมตนและความยิ่งใหญ่เป็นของคู่กัน - คีลิยัน เอ็มบัปเป้ - ฝรั่งเศส 2018
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าวัยรุ่นของทีมชาติฝรั่งเศส ได้เปิดใจเรื่องการคว้าแชมป์ในปี 2018 ว่า เจ้าตัวจะต้องแสดง “ความถ่อมตน” ออกมาให้มากที่สุด การทำเช่นนี้จะทำให้ไม่กดดันตนเองและจะนำพา “ความยิ่งใหญ่” กลับมาในภายหลัง โดยเจ้าตัวกล่าวว่า
“ผมเครียดเล็กน้อยก่อนแข่ง ข่มตานอนไม่ได้เลย แต่ยิ่งใกล้วันแข่งความกดดันผมก็ยิ่งน้อยลง เพราะผมคิดว่าในแมตช์ชิงแฟนบอลต่างคาดหวังให้ชนะ แน่นอนพวกโครแอตก็โดนแบบนี้ เวลาเดินผ่านถ้วยลงสนามต้องบอกตนเองอยู่เสมอว่า อีกฝ่ายจัดการความเครียดได้ไม่เท่าที่ผมจัดการแน่ ๆ และแน่นอนก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ หลังจบเกม”
“ส่วนตัวผมก็พยายามไม่คิดถึงความทสำเร็จนี้ โยนรูปต่าง ๆ ในฟุตบอลโลกครั้งนั้นทิ้งไปหมดเท่าที่จะทำได้ ผมทำได้เพียงปล่อยให้แฟนบอลสรรเสริญไปว่า เมอร์ซี เมอร์ซี พ่อหนุ่มแชมป์โลก” เอ็มบัปเป้ กล่าวเสริม
2. แม้ไม่สวยงามแต่ชนะก็คือชนะ - คาฟู - บราซิล 1994 และ 2002
“ในปี 1982 และ 1986 บราซิลเล่นฟุตบอลสวยงาม แต่นักเตะชุดนั้นมีใครได้รับเหรียญรางวัลคล้องคอแบบผมและพรรคพวกที่เล่นฟุตบอลไม่สวยงามในปี 1994 บ้าง ? แม้ไม่ถูกใจแต่การเล่นนั้นทรงประสิทธิภาพมาก ๆ ไม่เช่นนั้นดาวทั้ง 5 ดวงคงไม่มาประดับอยู่บนชุดแข่งทีมชาติแน่นอน ใครหน้าไหนก็เทียบเราไม่ได้ ด่าได้ก็ด่าไปครับ เราเล่นสวยงามแต่แพ้แฟนบอลก็ด่าเราอยู่ดี แน่ล่ะ เราชนะจุดโทษ แต่เราชนะ ผมไม่เสียใจเลยที่เล่นไม่สวยงามเช่นนั้น”
คาฟู แบ็กขวาแชมป์โลก 2 สมัยกับทีมชาติบราซิล ได้เสนอแนะแนวทางความสำเร็จของทีมและตัวเขา แม้การเล่นจะไม่สวยงามแต่ชนะก็คือชนะ ได้แชมป์ก็คือได้แชมป์ ไม่มีอะไรซับซ้อน
3. ได้แชมป์ฟุตบอลโลกไม่ได้เป็นจุดสูงสุดในชีวิต - เบิร์นด์ เฮิลเซนไบน์ - เยอรมนีตะวันตก 1974
“ในทีมชาติพวกขาใหญ่คือ เบคเคนบาวเออร์, มุลเลอร์ และ โอเบอราธ ผมก็แค่รุ่นน้องไม่ได้สำคัญอะไร แต่กับแฟรงค์เฟิร์ตผมคือกัปตัน และผมต้องบอกเลยว่าการได้แชมป์ยูฟ่าคัพกับทีมนั้นสำคัญแทบจะเท่ากับแชมป์โลกที่ผมได้มาเสียด้วยซ้ำไป”
เบิร์นด์ เฮิลเซนไบน์ ได้กล่าวความรู้สึกถึงการได้แชมป์ว่า แชมป์ก็คือแชมป์ ความสำคัญมีเท่ากัน ไม่ได้มีรายการไหนใหญ่ไปกว่ารายการไหน โดยเขากล่าวเสริมว่า
“แชมป์โลก 1954 ของเยอรมนีนู่นที่เรียกได้ว่าพลิกฟื้นทีมชาติจริง ๆ แชมป์ครั้งต่อมาก็แค่แชมป์ทั่วไป … เนี่ย ผมยังแทบจำรายละเอียดในแมตช์ชิงชนะเลิศไม่ได้เลย”
4. ความเป็นศัตรูไม่มีที่สิ้นสุด - ฆอร์เก บัลดาโน - อาร์เจนตินา 1986
การมีคู่แข่งจะทำให้พัฒนาตนเอง แต่การเป็นศัตรูจะทำให้ยอมแพ้แก่กันไม่ได้ คำกล่าวนี้ใช้ได้ดีกับ ฆอร์เก บัลดาโน ศูนย์หน้าตำนานเรอัล มาดริด และทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดแชมป์โลก 1986
โดยทีมชุดนั้นแม้ตัวเขาจะเป็นกองหน้าแต่ถือว่าได้รับความคาดหวังเป็นรอง ดิเอโก้ มาราโดนา อยู่หลายขุม แม้ดีกรีระดับสโมสรของเขาจะขี่ ๆ กันอยู่ก็ตาม
ปัญหาที่ทำให้เขายอมมาราโดนาไม่ได้คือในก่อนรอบรองชนะเลิศ จากที่มาราโดนาเลือกที่จะโซโลแหวกนักเตะทีมชาติอังกฤษ 6 คนเข้าไปยิงประตูอย่างสวยงามที่คลาสสิกในสายตาแฟนบอล แต่ในมุมมองของทีมถือว่ามีความเสี่ยงในการเสียบอลอย่างมาก โดยเขาปรี่เข้าไปถามหลังจบแมตช์ว่าทำไมไม่ยอมส่งบอลให้เขา มาราโดนาตอบกลับแบบกวน ๆ ว่า
“จริง ๆ ก็เห็นอยู่ จะส่งให้นั่นแหละ แต่พอนักเตะอังกฤษจะพุ่งมาหากูเลยเลี้ยงผ่านไปยิงจะได้จบ ๆ ไป”
“มึงเลี้ยงไปยิงแล้วมองกูไปด้วย มึงดูถูกกูนี่หว่า” บัลดาโน แสดงอาการหัวร้อนอย่างชัดเจน
นั่นเป็นผลให้ตัวเขาเร่งทำผลงานแซงมาราโดนา โดยมาสัมฤทธิ์ผลในแมตช์ชิงชนะเลิศที่เจ้าตัวทำ 1 ประตู และมีส่วนร่วมกับเกมมหาศาล
แม้จะเป็นโมเมนต์ที่ดีแก่คนทั้งชาติ แต่สำหรับเขากลับไม่ได้เป็นที่จดจำสักเท่าไร เพราะอย่างไรก็โดนมาราโดนากลบไปหมด ขนาดที่ลูกสาวถามหาว่า พ่อ เหรียญแชมป์โลกพ่ออยู่ไหน ? บัลดาโนก็หาไม่เจอจนต้องให้ภรรยาไปหาให้เลยทีเดียว
5. โค้ชเข้าใจก็ควรค่าแล้ว - คาร์ลอส อัลแบร์โต เปเรร่า - บราซิล 1994
“ไม่ใช่เรื่องยากในการฝึกสอนนักเตะบราซิล หากโค้ชเข้าใจถึงคุณค่าของคำว่า อุทิศตน ในการบริหารจัดการหรือสร้างแรงขับให้แก่ทีม ซึ่งคำว่าอุทิศตนไม่ได้เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ในบราซิล”
คาร์ลอส อัลแบร์โต เปเรร่า กุนซือที่พาบราซิลคว้าแชมป์โลก 1994 กล่าวถึงการจัดการทีมว่า จริง ๆ แล้วไม่ได้ยากเย็นหากมีความเข้าใจในธรรมชาติของบราซิล ไม่ว่าใครก็สามารถดึงศักยภาพเพื่อพาทีมคว้าแชมป์ได้ โดยตัวเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ ดังที่กล่าวว่า
“แม้ภายหลังผมจะไปทำสโมสร แต่ไม่ว่าชนะหรือแพ้ฟีลลิ่งก็ไม่ได้เหมือนกับตอนที่ทำทีมชาติคว้าแชมป์โลก เซซาร์ เมน็อตติ (โค้ชที่พาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลก 1978) ผมก็ไม่เห็นว่าเขาจะพาสโมสรประสบความสำเร็จอะไรก่อนจะมาได้แชมป์โลกนะครับ”
6. ชัยชนะในการเปลี่ยนมายด์เซ็ต - อัลแบร์ ซิง - เยอรมนีตะวันตก 1954
ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1950s แม้สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลงไปแล้วแต่เถ้าถ่านยังคงคุกรุ่น โดยเฉพาะความรังเกียจเดียดฉันท์ “พวกเยอรมัน” จากความเลวร้ายที่นาซีได้ก่อไว้ แน่นอนว่าสิ่งนี้ได้ส่งผลมาถึงวงการฟุตบอลเช่นกัน
โดย อัลแบร์ ซิง อดีตนักเตะทีมชาติเยอรมียุคนาซี ได้อาสาจัดการเรื่องนี้ให้ในฟุตบอลโลก 1954 เริ่มจากการไปดีลโรงแรมให้ทีมชาติ อัลแบร์ก็ไปเป่าหูผู้จัดการที่พยายามจะบ่ายเบี่ยงว่า “อัลแบร์เอ๋ย โรงแรมนี้รับแต่แขกคนดัชต์ หากมึงยกโขยงพวกเยอรมมันมา กูก็เสียลูกค้าหมด”
แต่อัลแบร์ยืนยันว่า “กูสัญญา หากทีมชาติกูชนะฟุตบอลโลกครั้งนี้ มึงรับแขกเยอรมันไม่หวาดไม่ไหวแน่นอน”
ซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้อัลแบร์นั้นได้ใจพนักงานโรงแรมเป็นอย่างมาก และเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาช่วยเหลือเยอรมนีในทุกทางให้คว้าแชมป์โลกมาให้ได้
ว่ากันว่าก่อนแมตช์ชิงชนะเลิศ ฮังการี คู่ต่อสู้ได้ของใช้ห้องแต่งตัว 2 ห้องในการอุ่นเครื่องกับสวิตเซอร์แลนด์ คนดูแลสนามจึงมาเตี๊ยมกับอัลแบร์ว่าจะปั่นพวกฮังการีอย่างไรดี อัลแบร์จึงเขียนป้าย “ดอยช์ลันด์” ให้ไปแขวนไว้ในสองห้อง
และไม่กี่วันต่อมา เยอรมนี ก็สยบ ฮังการี คว้าแชมป์ได้จริง ๆ และลูกค้าชาวเยอรมันก็ทะลักเข้าโรงแรมนี้จริง ๆ เสียด้วย
7. ต้องแพ้เพื่อเห็นความสำคัญของชัยชนะ - เคราร์ด ปิเก้ - สเปน 2010
เคราร์ด ปิเก้ ถือได้ว่าเป็นกองหลังที่น่าอิจฉาที่สุดคนหนึ่งในโลกฟุตบอล เพราะหลังจากไปตกระกำลำบากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พอกลับมายัง บาร์เซโลน่า ก็ได้ฉายแววยอดแข้งกวาดทุกแชมป์ให้กับสโมสร เรียกได้ว่าขณะนั้นเขาเสพติดชัยชนะอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ “เหลิง” แต่อย่างใด ดังที่ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า
“ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก ๆ จนผมคิดว่าชัยชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อผมเริ่มแพ้ นั่นแหละผมถึงเข้าใจว่าชัยชนะนั้นหอมหวานราวกับว่าผมจะต้องคว้าชัยมาอีกเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะฟุตบอลโลก หรือลา ลีกา ก็ตาม ท่านจะเริ่มต้นด้วยการกระเหี้ยนชัยชนะและจะคิดว่าเราแม่งโคตรเจ๋งและเราต้องชนะแน่นอน อย่าได้พลาดโอกาสนี้ไปเชียวเพราะมันจะเป็นแรงขับสำคัญให้เราเดินหน้าฆ่าไม่ยั้งต่อคู่ต่อสู้ที่ขวางทางเราทั้งหมด”
หรือก็คือ ชัยชนะจะมีความสำคัญก็ต่อเมื่อรู้จักแพ้ให้เป็นเสียก่อน และจะรู้สึกว่าอยากได้รับชัยชนะต่อ ๆ ไป ไม่มีที่สิ้นสุด
แน่นอนว่าความคิดเช่นนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งให้ปิเก้ได้ชูถ้วยฟุตบอลโลก 2010 อย่างไร้เทียมทาน
1.2K รับชม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      คนประเทศไหน คือ "ฐานผู้ใช้งานหลัก" ของโซเชียลมีเดีย เหล่านี้ เสพคอนเทนต์สั้น ๆ ที่สนุก แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้ บน TikTok เพื่อให้ก้าวทันโลกธุรกิจและการตลาด > tiktok.com/@marketthinkth
      ดูบอลให้มัน ต้องมี SUN Vending กับหลากสินค้าต้อนรับเทศกาลบอลโลก ที่จะทำให้คุณสนุกไปกับทุกแมตซ์ตลอด 24 ชม. ⚽🍿ใครเชียร์ทีมไหน คอมเมนต์ได้เลย Website : https://www.sunvending.co.th Facebook : https://www.facebook.com/SUNVendingTechnology
      ลอยด์ ออสติน แข็ง อีกแล้ว รัฐมนตรีกลาโหม ลอยด์ ออสติน แสดงท่าที่แข็งกร้าวต่อจีนอีกครั้ง เมื่อเขาออกมาพูดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาในงาน Reagan Nationanl Defense Forum ว่า..
      หญิงสาวคนนี้ถูกรัฐบาลอิหร่านสั่งรื้อถอนและทำลายบ้านที่เธออาศัยอยู่กับครอบครัวจนพังยับเยิน จากเหตุผลเพราะ เธอไม่สวมฮิญาบขณะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติที่เกาหลีใต้ ..
      ดูทั้งหมด