มีบัญชีอยู่แล้ว?
กรณีศึกษา ภาคอุตสาหกรรม ทั่วโลก มีหุ่นยนต์ทำงานอยู่ 3,400,000 ตัว
สหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ หรือ IFR ระบุว่า
ปี 2021 มีหุ่นยนต์ที่กำลังดำเนินการผลิต ในโรงงานอุตสาหกรรม มีมากกว่า 3,477,000 ตัว
ซึ่งตัวเลขนี้ คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 15% ทั่วโลก จากปี 2020
นอกจากนั้น ยังมีการคาดการณ์กันว่า
จำนวนหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม
จะเพิ่มขึ้นเป็น 6,000,000 ตัว ภายในปี 2025
ซึ่งต้องบอกว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
จำนวนของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาตลอด โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
หุ่นยนต์เหล่านี้ มีบทบาทสำคัญอย่างไร ?
ทำไมโรงงานถึงยอมลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก เพื่อใช้หุ่นยนต์มาทำงาน ?
BrandCase จะสรุปให้ฟัง แบบเข้าใจง่าย ๆ
ต้องบอกว่า ระบบการผลิตในโรงงาน ที่นิยมใช้กันจนถึงปัจจุบัน คือการผลิตด้วยระบบสายพานการผลิต ซึ่งเป็นไอเดียของ เฮนรี ฟอร์ด ผู้ก่อตั้ง Ford Motor
ซึ่งวิธีการผลิตแบบนี้ก็คือ จะให้งานไหลไปตามสายพานการผลิต โดยจะให้พนักงาน ยืนประจำตำแหน่งของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ทีละส่วน
และพนักงานก็จะประกอบชิ้นส่วนเดิมซ้ำไปซ้ำมา จนสามารถผลิตรถยนต์ ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในแต่ละวัน
ไอเดียนี้ของ ฟอร์ด เวิร์กมาก เพราะสามารถลดต้นทุนของรถยนต์ต่อ 1 คัน ได้มาก และยังสามารถทำให้ผลิตได้จำนวนมาก ในระยะเวลาเท่าเดิม
เมื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเรามากขึ้น หุ่นยนต์ที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมก็พัฒนามากขึ้น และถูกนำมาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ
เช่น
- หุ่นยนต์สามารถผลิตชิ้นงานซ้ำ ๆ ได้ทั้งวันทั้งคืน ในอัตราความเร็วที่คาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่มีความเหนื่อยล้า
- หุ่นยนต์มีความเที่ยงตรงและแม่นยำ ในการผลิตงานมากกว่าคน ในบางงาน ทำให้มีสัดส่วนงานเสีย ในระหว่างการผลิตที่น้อยกว่าแรงงานคน
- หุ่นยนต์สมัยนี้ สามารถรายงานผลการผลิตที่ได้ในแต่ละวัน รวมถึงรายงานปัญหาต่าง ๆ ในระหว่างการผลิต ส่งตรงถึงผู้บังคับบัญชาได้โดยตรง
ด้วยเหตุผลนี้เอง โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง ถึงอยากลงทุนเกี่ยวกับหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติต่าง ๆ
เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการผลิตให้มีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างโรงงาน ที่เลือกใช้หุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติเป็นหลัก ก็เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ของ TESLA
ตั้งแต่ปี 2020 TESLA ได้นำระบบอัตโนมัติ มาใช้ในการผลิตรถยนต์ เป็นสัดส่วนที่สูงมาก ในระบบการผลิต
ตัวอย่างระบบอัตโนมัติที่ใช้ เช่น การขึ้นรูปโครงสร้างรถยนต์ และการเชื่อมประกอบตัวรถยนต์
การทำแบบนี้ ทำให้ในปี 2021 โรงงานผลิตรถยนต์ของ TESLA ที่เมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
สามารถผลิตรถยนต์ได้มากถึง 8,600 คันต่อสัปดาห์ ซึ่งมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา
1
และล่าสุด TESLA สามารถผลิตตัวโครงรถยนต์ 1 คัน โดยใช้เวลาเพียง 45 วินาทีเท่านั้น
สำหรับประเทศไทย ก็มีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการผลิต อย่างโรงงาน DELTA (ประเทศไทย)
ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของ DELTA ก็คือ พาวเวอร์ซัปพลาย ที่มีแผงวงจร PCB เป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย
ซึ่งแผ่น PCB ก็คือ แผ่นที่เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สีเขียว ๆ นั่นเอง โดยเป็นแผ่นที่สร้างด้วยพลาสติกที่มีการฉาบผิวด้วยทองแดงด้านใน
โดย Delta ได้คิดค้นระบบการผลิตอัจฉริยะที่มีชื่อว่า Delta Smart Manufacturing หรือ DSM เพื่อใช้พัฒนาประสิทธิภาพในการผลิต
รวมถึงได้นำหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- หุ่นยนต์อัตโนมัติ สำหรับใส่อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง Capacitor, Resistor และ Relay ลงบนแผงวงจร PWB
- กล้องอัตโนมัติ สำหรับตรวจสอบคุณภาพของสินค้า ก่อนการบรรจุสินค้าลงกล่อง
นอกจากนี้ Delta ก็ยังได้คิดค้นระบบปฏิบัติการชื่อ MES ขึ้นมา เพื่อรายงานข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการผลิต โดยเชื่อมโยงกับไลน์ผลิต และหุ่นยนต์อัตโนมัติ
ซึ่งเป็นแนวทางให้วิศวกร ไปพัฒนาระบบการผลิต ให้มีประสิทธิภาพต่อไป
ซึ่งนอกจากจะนำหุ่นยนต์ มาใช้ในอุตสาหกรรมหนักแล้ว หุ่นยนต์ ก็ยังถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเช่นเดียวกัน
อย่างโรงงานผลิตข้าวกล่องของ CP ที่เมืองชิงเต่า ประเทศจีน ก็ใช้เครื่องจักรแบบอัตโนมัติ มาผลิตอาหารทั้งหมด ไล่ตั้งแต่
- การหุงข้าวแบบอัตโนมัติ
- การบรรจุอาหารลงในกล่องแบบอัตโนมัติ
- การแพ็กอาหารแบบอัตโนมัติ
ซึ่งภายในโรงงานดังกล่าว ก็สามารถผลิตอาหารได้หลายอย่าง ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ
โดยแทบไม่ต้องใช้แรงงานคนมาผลิตเลย
มาถึงตรงนี้ ก็พอจะสรุปได้ว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น
หุ่นยนต์ จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทแทนแรงงานคน ในภาคอุตสาหกรรม
หุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติ ไม่ใช่แค่เริ่มมีความสำคัญ ในอุตสาหกรรมการผลิตเท่านั้น
แต่ยังเริ่มเข้ามามีบทบาท ในธุรกิจต่าง ๆ
ทุกวันนี้ เราก็คงไม่แปลกใจ ที่แบรนด์ต่าง ๆ ได้นำเครื่องจักรอัตโนมัติมาใช้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
- ตู้ทำเครื่องดื่มอัตโนมัติของ “เต่าบิน”
- หุ่นยนต์เสริฟอาหารในร้านอาหารดังอย่าง สุกี้ตี๋น้อย และ YAYOI
- หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะของ Xiaomi
- หลาย ๆ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เริ่มมีการติดตั้งระบบการจ่ายเงินอัตโนมัติ
- Café Amazon ที่เริ่มเปิดร้านกาแฟ โดยใช้บาริสตาเป็นหุ่นยนต์ 100%
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของการใช้หุ่นยนต์มาทำงาน ก็มีอยู่เยอะเหมือนกัน
เช่น กว่าจะได้หุ่นยนต์ที่สามารถใช้งานได้อย่างตอบโจทย์จริง ๆ ก็อาจจะใช้งบประมาณในการลงทุน พัฒนา และสั่งซื้อสูงมาก ๆ
รวมถึงยังมีต้นทุนค่าบำรุงรักษา ที่ต้องตรวจสอบและดูแลเป็นประจำ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพื่อความปลอดภัยในการผลิต
แต่ก็มีหลายบริษัท (โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีงบลงทุนมาก ๆ) ที่วิเคราะห์แล้วว่า คุ้มค่าที่จะลงทุน และประหยัดต้นทุนในระยะยาว มากกว่าการจ้างคนมาทำหน้าที่ในส่วนนั้น ๆ
มันก็เลยทำให้ตอนนี้ มีหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนมีมากกว่า 3,400,000 ล้านตัว ทั่วโลก ในตอนนี้..
References
- World Robotics 2022 International Federation of Robotics (IFR)
- รายงาน 56-1 บมจ. เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ปี 2021
1.4K รับชม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      LINE ยุติ LINE IDOL แล้ว สื่อ, คนทำคอนเทนต์ กระทบหนัก เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ในวันนั้น LINE@ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น LINE Official Account สิ่งที่เป็นไฮไลต์ในตอนนั้นก็คือ LINE คิดค่าบริการ 0.04-0.08 บาทต่อหนึ่งคนที่ถูกส่งข้อความ
      BGC Oppday Q3/2022 มุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ก้าวสู่ผู้นำบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร คณะบริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ได้เข้าร่วม “BGC Opportunity Day Q3/2022” โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในรูปแบบออนไลน์ โดยมี นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายอดิศักดิ์ บัวประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ร่วมให้ข้อมูลกับนักลงทุน
      ช็อกวงการ! ผู้ก่อตั้งบริษัทคริปโต Amber Group มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท เสียชีวิตในวัย 30 Tiantian Kullander ชายวัย 30 ปี ผู้ร่วมก่อตั้ง Amber Group ผู้ให้บริการด้านคริปโตสัญชาติฮ่องกง มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท ได้เสียชีวิตในขณะนอนหลับ ไปเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ โดยทางหน้าเว็บไซต์ของ Amber Group ได้ขึ้นป๊อปอัพเพื่อยืนยันการเสียชีวิต และแสดงความเสียใจต่อการจากไปของหัวเรือใหญ่คนนี้ พร้อมทั้งยังมีรายละเอียดถึงความสำเร็จที่ Tiantian ได้ทำมา
      สีหนุวิลล์ จากเซินเจิ้นแห่งกัมพูชา สู่เศษซากของทุนจีน . ในอดีต ‘สีหนุวิลล์’ เป็นเมืองชายทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบและมีชายหาดสวยติดอันดับหลายเว็บไซต์ท่องเที่ยวทั่วโลก . แต่เวลาผ่านไปไม่กี่ปี ‘สีหนุวิลล์’ แทบจะไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป ภาพที่เคยประปรายไปด้วยเหล่าแบ็กแพ็กเกอร์จากชาติตะวันตก ถูกแทนที่ด้วยชาวจีนจำนวนมากที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจ มาท่องเที่ยว หรือกระทั่งมาทำงานในธุรกิจสีเทา . สีหนุวิลล์ค่อยๆ เปลี่ยนผ่านจากเมืองตากอากาศแสนสงบ ไปสู่ ‘มาเก๊าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ ก่อนปัจจุบันจะจบลงด้วยการเป็น ‘เศษซากของทุนจีน’ ตึกนับพันสร้างไม่เสร็จ แก๊งอาชญากรรมออนไลน์เต็มเมือง . อะไรที่ทำให้สีหนุวิลล์เดินทางมาถึงจุดนี้ นี่คือบทเรียนของเมืองที่พึ่งพาจีนมากเกินไปหรือเปล่า และเป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะกอบกู้ตัวเองให้สามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง
      ดูทั้งหมด