ผมเคยเห็นโพสต์ Social Media ในทำนองว่า “พวกที่บอกว่าตัวเองเป็น Introvert เนี่ยอยู่ไม่เป็น ขี้แอ็ค” ในฐานะที่ผมเองก็เป็นคน Introvert มาก เลยอดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ว่า ตัวตนของเรานี่มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ
แต่จะอธิบายตัวเองให้คนอื่นฟังก็อธิบายยากอีก เพราะความคิดในหัวจะยุ่งเหยิงมากเวลาต้องพูดอะไรออกไป
พอมาเห็นหนังสือ Actually, I’m an introvert ของนัมอินซุก ก็ไม่ลังเลเลยที่จะซื้อมาอ่าน เผื่อว่าบางทีอาจพบว่ามีคนแสดงความเห็นเรื่องนี้แทนเราแล้วก็ได้
ผู้เขียนอธิบายว่า คนเก็บตัว (Introvert) กับ คนชอบเข้าสังคม (Extrovert) มีความแตกต่างกันหลัก ๆ คือความไวต่อฮอร์โมนโดปามีนที่มีความเกี่ยวข้องกับความตื่นเต้น ความปิติยินดี และความสุข ซึ่งจะหลั่งออกมาเวลาเจอสั่งกระตุ้นเร้ารอบตัว เช่น แสงสี เสียง คนรอบตัว บทสนทนา เป็นต้น
ให้ลองนึกถึง Introvert เวลาร่วมวงสนทนาสัก 2-3 คน ฮอร์โมนชนิดนี้ก็จะหลั่งออกมาทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น ในขณะที่คน Extrovert จะค่อนข้างเฉยชากับฮอร์โมนชนิดนี้ ดังนั้นเวลาร่วมวงสนทนา 2-3 คน แม้จะมีฮอร์โมนชนิดนี้หลั่งออกมา แต่พวกเขาก็อาจยังรู้สึกว่าน่าเบื่ออยู่ และยังอยากเจอคนมากกว่านี้ สังสรรค์มากกว่านี้ หรือมีแสงสีมากกว่านี้จึงจะตื่นเต้น
แต่ปัญหาอยู่ที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม คนจำนวนมากก็เลยมองว่า Introvert เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ และควรต้องรับการแก้ไข จึงมีหลายคนพยายามบอกว่า “เห้ยอย่าเงียบดิ มาเต้นด้วยกันนี่มา”
แม้การเปลี่ยนโหมดอารมณ์ตัวเองเพื่อเข้าสังคมในบางครั้งจะสำคัญ แต่ผู้เขียนบอกว่า Introvert ไม่จำเป็นต้องแก้ไขความเป็น Introvert นะครับ การพักผ่อนเงียบ ๆ คนเดียว ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนเก็บตัวเช่นกัน
นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า สังคมที่ยกให้ Extrovert เป็นมาตรฐาน บีบบังคับให้ทุกคนแสร้งทำตัวชอบเข้าสังคมตลอดเวลา “คือความรุนแรงอย่างนึง” ดังนั้นมันก็คงดีมากหากเรามองว่า Introvert เป็นเพียงบุคลิกลักษณะอย่างนึง ไม่จำเป็นต้องแก้ไข และหากใครไม่สามารถเข้าใจได้ ก็ปล่อยผ่านไปซะ
ผมเชื่อว่า Introvert หลายคนที่ได้อ่านเล่มนี้ก็คงจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หนังสือเล่มนี้เหมือนพูดสิ่งที่อยู่ในใจแทนเราเลยทีเดียว
นอกจากนี้ผมก็ยังได้ข้อคิดออกมาอย่างนึงด้วยครับว่า “ถ้าใครไม่เข้าใจตัวตนเรา นั่นคือปัญหาของเขา”
ในหลาย ๆ ครั้ง Introvert มักจะมีความคิดวนเวียนอยู่ในหัวเยอะมาก และลึก ๆ ก็กลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิด คิดว่าเราหยิ่ง ทำเก๊ก ทำแอ็ค หรือไม่เป็นมิตร ดังนั้นเวลาใครไม่พอใจ หรือนินทา Introvert ก็จะพยายามหาวิธีแก้ว่า “ไม่ใช่นะครับ ผมไม่ได้เกลียดคุณ แต่ผมแค่ชอบวงสังคมเล็ก ๆ เท่านั้นเอง”
ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัว เราไม่ค่อยมีโอกาสได้แก้ตัวแบบนั้นหรอกครับ เราทำได้แค่คิดอยู่ในหัวจนเสียสุขภาพจิต ทั้งที่จริง ๆ แล้วถ้าคนอื่นไม่เข้าใจตัวตนเรา ไม่ชอบเรา ตัดสินเราอย่างมักง่าย “นั่นเป็นปัญหาของเขา” ให้เขาแก้เองดีกว่าครับ
โดยสรุปแล้ว ชาว Introvert ทั้งหลายครับ การพยายามเข้าสังคมในแต่ละวันก็ทำให้เหนื่อยมากพออยู่แล้ว อย่าได้เก็บเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้มาหนักใจอีกเลยครับ เอาใจช่วยทุก ๆ คนนะครับ
#igotthisfromthatbook #ฉันได้สิ่งนี้จากหนังสือเล่มนั้น #ActuallyImanIntrovert #ที่จริงแล้วฉันเป็นคนเก็บตัวนะ #BiBli
ถ้าใครไม่เข้าใจตัวตนเรา นั่นคือปัญหาของเขา ข้อคิดจากหนังสือ Actually, I'm an introvert
71รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      สหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีหนี้ 1,000,000,000,000,000 บาท ตัวเลขนี้อ่านว่า “หนึ่งพันล้านล้านบาท” โดยเป็นตัวเลขหนี้สาธารณะของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ จนต้องมีการขอขยายเพดานหนี้เพิ่มเติม
      ไขมันในเลือดสูง ศัตรูตัวร้ายทำลายสุขภาพ ไขมันในเลือดสูงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานหรือวัยสูงอายุ ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงมักจะไม่มีอาการ แต่ถ้าไขมันในเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองตีบ (อัมพฤกษ์ อัมพาต)
      Microsoft ดึง ChatGPT เข้า Teams จดประชุมอัตโนมัติ - แปลภาษา Real Time 40 ภาษา หลังจากที่ได้มีการลงทุนใน AI เป็นจำนวนเงินหลายพันล้านดอลลาร์ หนึ่งใน Product ที่ Microsoft เปิดตัวคือ "Mircosoft Teams Premium" ที่มีการผสานใช้ AI ที่มีการเติบโตด้านผู้ใช้งานรวดเร็วที่สุดอย่าง ChatGPT มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร
      รู้จัก Mask Fishing ความรู้สึกดีเมื่อใส่หน้ากาก แต่สะท้อนความไม่มั่นใจในยุคโควิด เรื่อง: ณัฐกานต์ ชูบ่อฝ้าย
      ดูทั้งหมด