เมาแล้วขับ เป่าแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ในเลือดเท่าไหร่ถึงมีโทษปรับ
อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่รายงานจากข้อมูลของกระทรวงคมนาคม ในระบบ MOT DATA CATALOG ปี 2563 – 2564
1
พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เกิดจากการเร็วขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด
คิดเป็น 78% คน/รถ/สัตว์ตัดหน้ากระชั้นชิด คิดเป็น 8% หลับใน คิดเป็น 4% เมาสุรา คิดเป็น 3% และฝ่าฝืนสัญญาณไฟ-เครื่องหมายจราจร หรืออุปกรณ์ยานพาหนะบกพร่อง คิดเป็น 2% แม้ว่าการเมาสุราจะไม่ได้เป็นสาเหตุแรก ๆ ของการเกิดอุบัติเหตุ
1
แต่การเมาแล้วขับกลับเป็นจุดเริ่มต้นของของความประมาทในการขับขี่รถ เพราระเมื่อเริ่มมีอาการเมา สติสัมปชัญญะจะเริ่มลดลง การตัดสินใจและควบคุมส่วนลดลงเราจึงมักจะเห็นข่าวคนที่เมาแล้วขับมักจะเกิดอาการหลับใน
หรือจับรถเร็วเกินขนาดจนไม่สามารถควบคุมรถได้ และเป็นที่มาของอุบัติเหตุที่น่าเศร้า โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลมักจะมีการตั้งด่านตรวจเป่าแอลกอฮอล์
1
ซึ่งบางคนมักจะหลีกเลี่ยงการเป่าแอลกอฮอล์ เพราะกลัวว่าจะมีระดับปริมาณแอลกอฮอล์สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ปัจจุบันนี้ได้มีการอัพเดทเงื่อนไขเกี่ยวกับการเป่าแอลกอฮอล์กับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจากเดิมจากที่ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จะมีความผิดในข้อหาเมาแล้วขับ
1
แต่ปัจจุบันนี้หากผู้ขับขี่เป่าแอลกอฮอล์แล้วพบว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเมาแล้วขับแล้ว นอกจากนี้ยังมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่เป่าแอลกอฮอล์แล้วพบว่าเมาแล้วขับดังนี้
  • กฎหมายเมาแล้วขับ มีอะไรบ้าง
กฎหมายเมาแล้วขับ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
สำหรับผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ขับขี่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือ ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว (ใบอนุญาตแบบ 2 ปี) ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 21 พ.ศ. 2550 ออกความในพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ถือเป็น “ผู้เมาสุรา”
ปริมาณเแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน
1
  • บทลงโทษสำหรับผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับ
ในส่วนของบทลงโทษหากผู้ขับขี่เมาแล้วขับ หรือไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 10,000 – 20,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน และศาลสามารถสั่งพักใบอนุญาตขับรถ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ และสามารถยึดรถไว้ไม่เกิน 7 วัน
  • เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ
จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
  • เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส
จำคุก 2-6 ปี ปรับ 40,000 – 120,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • เมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
จำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที
  • เป่าแอลกอฮอล์เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประกันรถยนต์คุ้มครองหรือไม่
1
ประกันรถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ
ทั้งนี้สำหรับประกันรถยนต์ภาคบังคับ ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุใด พ.ร.บ.รถยนต์ จะให้ความคุ้มครองคน ทั้งผู้เอาประกันและผู้เสียหายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด โดยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล
ส่วนค่าเสียหายของรถนั้น พ.ร.บ.จะไม่คุ้มครองแต่อย่างใด ส่วนประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ เช่น ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+ และประกันชั้น 3+ หากคุณเมาแล้วขับประกันรถยนต์จะไม่คุ้มครองทุกกรณีไม่ว่าคุณจะทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็ตาม
แต่จะยังคุ้มครองฝ่ายเสียหายตามเงื่อนไขของประกันรถยนต์นั้น ซึ่งบริษัทประกันจะไล่เบี้ยค่าเสียหายทั้งหมดจากผู้เอาประกันเพื่อนำไปชดใช้ให้ผู้เสียหายอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีการปรับเงื่อนไขประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจฉบับใหม่จากที่มีการปรับระดับเป่าแอลกอฮอล์ใหม่เช่นเดียวกัน ได้แก่
1. เพิ่มเงินชดเชยค่าสินไหมให้ผู้ประสบภัย
หากอุบัติเหตุรถชนนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินชดเชยจากพ.ร.บ.และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจรวมกว่า 1 ล้านบาท แต่ในส่วนของเบี้ยประกันอาจจะมีราคาสูงขึ้นตามความคุ้มครองนั่นเองทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของประกันด้วย
2. กรณีใช้รถทำผิดกฎหมาย
หากรถที่เกิดอุบัติเหตุได้นำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย ทั้งการปล้นชิงทรัพย์ ขนยาเสพติด หลบหนีการจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วเกิดอุบัติเหตุรถชนในภายหลัง ประกันรถยนต์จะไม่จ่ายเงินชดเชยแต่อย่างใดแถมยังมีโทษทางอาญาอีกด้วย
3. การเคลมประกันโดยทุจริต
หากผู้ขับขี่มีการขอเคลมโดยทุจริต เช่น การขอเคลมสีรอบคัน ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุแต่อย่างใด ถือเป็นการเคลมสีที่เป็นเท็จ หากบริษัทประกันตรวจสอบแล้วพบว่าการเคลมเป็นเท็จ นอกจากประกันจะไม่เคลมให้แล้ว ยังอาจถูกยกเลิกประกันโดยไม่ได้รับเงินคืนอีกด้วย
ดื่มไม่ขับถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วจำเป็นต้องขับรถกลับบ้านเอง หรือหากจำเป็นต้องมีนัดพบปะสังสรรค์ควรจะให้คนใกล้ชิดมารับกลับบ้าน
และไม่ต้องกังวลว่า หากเจอด่านจะต้องโดนเป่าแอลกอฮอล์แล้วจะมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะนักดื่มบางคนกลับหลีกเลี่ยงที่จะเป่าแอลกอฮอล์ซึ่งถือเป็นความผิดและมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ปฏิเสธการเป่าแอลกอฮอล์เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้เราจะเห็นว่าการทำประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการทำพ.ร.บ. และการทำประกันภาคสมัครใจก็ตาม ก็ยังคงมีประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสารและผู้ประสบภัยอยู่ไม่น้อย
ทั้งนี้ทางที่ดีที่สุดคือ การเคารพกฎหมายจราจร เมาไม่ขับ และหากมีการเป่าแอลกอฮอล์ก็ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้เกิดปัญหาขึ้นมาตามมาในภายหลังนั่นเอง
10ถูกใจ
13แชร์
30Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      บัตรเครดิตของลิซ่า บัตรที่มีแค่เงินเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ กลายเป็นประเด็นเล็ก ๆ ที่กำลังถูกแฟนคลับหยิบมาพูดถึงเลยล่ะ
      เรื่องหูด เรื่องเล็ก รู้ทัน รักษาได้ ! หูดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็งบนผิวหนังที่เกิดจากเชื้อฮิวแมนแปปิโลมาไวรัส (Human Papilloma Virus) หรือเอชพีวี (HPV) การติดเชื้อเอชพีวีเป็นสิ่งที่พบได้โดยทั่วไป โดยเชื้อ ไวรัสเอชพีวีมีอยู่หลายชนิดและมีบางชนิดที่ทำให้เกิดหูด
      จีนแสดงความเสียใจ เรื่องบอลลูนลอยพลัดหลงเข้าน่านฟ้าสหรัฐ จีนออกมาขอโทษแล้ว กรณีบอลลูนลอยเหนือน่านฟ้าสหรัฐอเมริกา
      ไขข้อสงสัย “วาซาบิ” ฆ่าพยาธิได้ จริงหรือ? ไขข้อสงสัย “วาซาบิ” ฆ่าพยาธิได้ จริงหรือ?
      ดูทั้งหมด