วิเคราะห์และสรุป: เกิดอะไรขึ้น เมื่อสื่อต่างๆ (นอกจีน) พากันรายงาน ชาวจีนทนไม่ไหว ประท้วงมาตรการโควิด-19 ที่เข้มงวด ในหลายเมืองของจีน
3
เมื่อช่วงหัวค่ำ 27 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ผมได้รับเชิญจากทางคุณสุทธิชัย หยุ่น ร่วมพูดคุยในประเด็นเกี่ยวกับจีน ซึ่งประเด็นวันนี้ ว่าด้วยเรื่อง “การประท้วงที่จีน: จากโควิดสู่การเรียกร้องเสรีภาพการแสดงออก”
1
ก่อนอื่น ผมต้องบอกว่า “การประท้วง” เป็นประเด็นที่เราไม่ค่อยได้เห็นในจีน และไม่เห็นในข่าวทางการจีน แต่สื่อตะวันตกและสื่อจีนเอกชน อย่าง SCMP (South China Morning Post) ต่างรายงาน
ถามว่า เกิดการประท้วงจริงหรือไม่?
ทางสื่อในโลกตะวันตก มีการรายงานว่า ในโลกโซเชียลจีนมีการเผยแพร่คลิปการประท้วงในหลายพื้นที่ของจีน โดยเฉพาะที่เมืองอูหลู่มู่ฉี เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองซินเจียง และในมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งสืบเนื่องมาจากประเด็นที่อูหลู่มู่ฉี แต่แน่นอนว่า เราไม่เห็นคลิปและการรายงานข่าวในจีนครับ
3
โดยจุดเริ่มต้นที่เมืองอูหลู่มู่ฉี เกิดจากประเด็นไฟไหม้ตึกสูง ซึ่งเป็นตึกที่อยู่อาศัยที่ในสื่อตะวันตกมีการระบุว่า
"มีการปิดตึก จำกัดการเข้าออก เนื่องด้วยมาตรการโควิด-19 อันเข้มงวด โดยมีการใช้วัตถุต่างๆไปปิดกั้น ทำให้เมื่อไฟไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถไปดับเพลิงได้ทันท่วงที ต้องใช้เวลาดับเพลิงกว่า 2-3 ชั่วโมง จนเกิดผู้เสียชีวิต 10 ราย”
3
ด้วยประเด็นข้างต้น จึงนำมาซึ่งการเผยแพร่คลิปและข่าวในสื่อต่างๆ (นอกจีน) ว่า
1
เกิดความไม่พอใจอย่างมากในกลุ่มประชาชนอูหลู่มู่ฉี และที่อื่นๆในจีน อย่างในมหานครเซี่ยงไฮ้ ที่มีการรวมตัวกันที่ถนนชื่ออู่หลู่มู่ฉี ชื่อเดียวกับเมืองที่เกิดเหตุ
ในโลกออนไลน์จีน ก็มีการไว้อาลัยซึ่งเหตุผู้เสียชีวิตในอูหลู่มู่ฉี แม้จะมีการจำกัดการแสดงความคิดเห็น และเท่าที่ผมไล่อ่านความคิดเห็นที่ปรากฎให้เห็น จะมีเฉพาะที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 คือเป็นการไว้อาลัยเฉยๆ ไม่มีพูดถึงสาเหตุที่เกิดไปในแนวทางมาตรการที่เข้มงวดของการรับมือและป้องกันโควิด
1
หลังมีข่าวเรื่องการประท้วงทั้งในอูหลู่มู่ฉี และเซี่ยงไฮ้ ทางรัฐบาลท้องถิ่นซินเจียงและอูหลู่มู่ฉี ก็มีการแถลงการณ์ว่า ไม่ได้มีการนำสิ่งปิดกั้นใดๆไปปิดตึก และตึกนั้นจริงๆเป็นเขตพื้นที่เสี่ยงต่ำนะ ซึ่งตามแนวทางของทางส่วนกลางของจีน คือ จะไม่ล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยงต่ำ
2
แม้ว่าทางจีน จะยืนยันหนักแน่น แต่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับสิ่งที่มีข่าวว่าประชาชนทั้งในอู่หลู่มู่ฉีและนอกพื้นที่ อย่างเซี่ยงไฮ้ คือ การประกาศคลายล็อกดาวน์และลดความเข้มงวดลดการจำกัดการเดินทางและหลายๆสิ่งในซินเจียงและอูหลู่มู่ฉี เนื่องจากสิ่งหนึ่งที่มีข่าวออกมา (นอกจีน) ของกลุ่มคนที่ไม่พอใจ ได้แก่ “ซินเจียงและอูหลู่มู่ฉี ล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่มานานเกินไปแล้ว นานกว่า3 เดือน ปิดๆเปิดๆ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต”
3
และไม่ใช่แค่รัฐบาลท้องถิ่นซินเจียงและอูหลู่มู่ฉี เคลื่อนไหวสอดคล้องกับประเด็นการเรียกร้องของชาวจีน แต่ทางรัฐบาลกรุงปักกิ่ง ยังมีประกาศออกมาเรื่อง “ห้ามใช้สิ่งกีดขวางใดๆ ไปปิดตึก ที่พักอาศัย ซึ่งจะสร้างอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตและเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่างไฟไหม้” ซึ่งตรงนี้ ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า แม้จีนจะปฏิเสธเหตุไฟไหม้ตึกที่อูหลู่มู่ฉี ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดการโควิด-19 ที่เข้มงวดของทางการ ไม่ได้มีการปิดตึกและมีสิ่งกีดขวางใดๆ
5
ทว่า ทางจีนก็ตอบสนองโดยทันทีต่อเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้น คือเซนเซอร์เสียงวิจารณ์ไม่ให้ออกไปในวงกว้าง อย่างยิ่งในจีน พร้อมไปกับการตอบสนอง การทำให้ไปในทางบวกขึ้น
1
อีกหนึ่งประเด็นที่ คือ การเรียกร้องเสรีภาพ ทางสื่อตะวันตกมีการตีแผ่ประเด็นนี้อยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ช่วงโควิด โดยผมตอบทางคุณสุทธิชัย หยุ่น ในคำถาม “จะมีการเปลี่ยนแปลงจากทางการจีนในประเด็นเสรีภาพการแสดงความเห็นไหม? “
1
ผมตอบไปว่า ด้วยความมั่นคง ด้วยรูปแบบการปกครอง เราคงไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือหลังมือ แต่เราจะได้เห็นการค่อยๆปรับที่ค่อยแทรกๆเข้าไปในกลุ่มคนจีน โดยที่ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมาย ภายใต้ระบบที่ทางจีนโอเค
1
ถ้าวิเคราะห์กันตามตรง เราจะเห็นว่า
3
ทางจีนมีการรับมือต่อประเด็นต่างๆที่แม้หลายครั้งจีนจะบอกว่าเป็นข่าวลือ "แบบทันท่วงที" และมีการ monitor กระแสตลอด โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์
2
ซึ่งไม่ใช่แค่การ censor แต่เป็นการสื่อสารเพื่อปรับให้เกิดทางบวก และหลายครั้งก็ตอบสนองต่อปัญหา ต่อสิ่งที่มวลชนสงสัย
1
อาจกล่าวได้ว่า การสื่อสารของทางการจีนในปัจจุบัน เป็นไปในแนวทาง โทนนำเสนอแบบมุ่งกลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่า สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ เป็นสิ่งใด ไม่ได้ใช้ Aggressive แข็งกร้าว หรือ Passive ปล่อยเฉย
1
แต่หลายครั้งจะเป็นการสื่อสารแบบ Assertive communication เชิงรุกที่มีการไตร่ตรองแล้วว่าจะต้องสื่อสารอะไรในมุมที่ตัวทางการจีนอยากสื่อสาร ไม่ปล่อยเฉยแบบให้คนเดาเองว่าเกิดอะไรขึ้น และก็ไม่ได้ใช้โทนแข็งกร้าวในการปฏิเสธแบบเด็ดขาด แต่ทิ้งจังหวะนิดหนึ่งในการเก็บข้อมูล พิจารณา แล้วก็สื่อออกมา
1
จะว่าไปก็เป็นการใช้หลักการสื่อสารทางการตลาดมากยิ่งขึ้นก็ว่าได้ครับ
3
อย่างไรก็ตาม ในการวิเคราะห์ของผม เราคงได้เห็นการตอบสนองและการเปลี่ยนแปลงการรับมือโควิด-19 ในมณฑลและเมืองต่างๆของจีน เพื่อเป็นไปในการลดเสียงวิจารณ์และลดแรงต้านครับ
เพราะจีนเอง ก็ทราบครับว่า ทั่วโลกจับตามอง เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อมั่นการลงทุน การค้า ด้วย และจีนก็ต้องการร่วมมือกับระดับนานาชาติมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นภายในจีนก็สำคัญ การมีเสียงวิจารณ์ออกมา แม้จีนจะลุย censor แค่ไหน แต่ย่อมมีการเล็ดลอด หลุดออกมาได้ ดังที่เห็นข่าวจากนอกจีน อย่างยิ่งสื่อตะวันตก
ดังนั้น การแอคชั่นเพื่อให้เป็นไปในทางบวก ย่อมดีกว่า แต่จะเป็นการแอคชั่น ปรับมาตรการที่ยังคงไว้ซึ่งการป้องกันและควบคุมในระดับที่จีน "จะรับได้" บนพื้นฐาน ไม่กระทบต่อความสามารถของระบบสาธารณสุข (ผมเคยเขียนถึงประเด็นสาธารณสุขจีนกับเหตุผลที่จีนยังต้องเข้มงวด ไม่ให้เกิดเคสผู้ติดเชื้อมากเกินรับไหว และยังใช้แนวทางอยู่ร่วมกับโควิดแบบเสรีไม่ได้)
3
และเป็นไปได้เหมือนกันว่า ยังต้องคงไว้ซึ่งความเป็นหนึ่งเดียวของตัวผู้นำและพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะถ้าปรับไปทั้งหมดแบบทันที อาจจะเป็นประเด็นเรื่องอำนาจภายในพรรคฯ ได้เหมือนกัน
1
"ประเด็นการเมือง ยังคงเกี่ยวข้อง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
1
ไม่ใช่แค่จีน ลองมองดูที่ สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็โดนวิจารณ์และมีคะแนนนิยมลดลงมากเพียงแค่ครึ่งวาระการดำรงตำแหน่ง
3
หนึ่งในปัจจัยสำคัญ มีการวิเคราะห์ว่า มาจากการจัดการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีปัญหาท่ามกลางการระบาดโควิด-19
1
และอีกตัวอย่างที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆ "พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของ ไช่ อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน พ่ายแพ้ต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นในไต้หวันที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565"
2
โดยพรรคก๊กมินตั๋ง ที่ถือว่าเอนเอียงไปทางจีนแผ่นดินใหญ่ ออกมาประกาศชัยชนะ คว้าไป 13 จาก 21 ที่นั่งการเลือกตั้งท้องถิ่น และก๊กมินตั๋ง วิจารณ์พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ว่า "ล้มเหลวในการรับมือโควิด-19"
7
หลังจากนี้ เราอาจจะได้เห็น ทางส่วนกลางของจีน ออกมาเน้นย้ำอีกระลอกถึงทางรัฐบาลท้องถิ่น ให้ทำตามไกด์ไลน์ของส่วนกลาง เหมือนเมื่อต้นเดือน ที่ทางหน่วยงานกลางของจีน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ แถลง ย้ำว่า บางพื้นที่ ทำเกินไปกว่าทางส่วนกลางกำหนด
3
แต่ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า เหตุผลที่หลายรัฐบาลท้องถิ่นของจีน ดำเนินการในลักษณะ "ใช้ไม้แข็งสุดกับโควิด"
1
อาจมาจากที่ในยุคเริ่มแรกของการระบาดโควิด-19 ในจีน ที่จีนใช้ มาตรการโควิดเป็นศูนย์แบบเข้มข้น จีนลงโทษเจ้าหน้าที่ระดับสูงจนถึงระดับปฏิบัติงานของหลายพื้นที่ เมื่อมีเคสผู้ติดเชื้อและสถานการณ์ระบาดร้ายแรงในพื้นที่รับผิดชอบ ทำให้พวกเขากลัวการโดนลงโทษก็เป็นไปได้ แม้แถลงล่าสุดของส่วนกลาง จะสื่อว่า "พื้นที่ที่ทำเกินกว่าเหตุ เข้มเกินไปกว่าแนวทางของส่วนกลาง จะต้องรับผิดชอบ" ก็ตาม
1
ต้องติดตามกันต่อไปครับ ว่า จีนจะสร้างสมดุลในมาตรการโควิด-19 กับเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของประชาชนจีน ไปในทิศทางที่บวกขึ้นไหม อย่างที่จีนเคยประกาศออกมา "จะสร้างสมดุลมากขึ้น"
2
#อ้ายจง #เล่าเรื่องเมืองจีน #ชีวิตในจีน
94ถูกใจ
56แชร์
17Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      เมื่อนักเขียนกล่าวว่า ChatGPT เขียนบทความมูลค่า 20,000 บาทในเวลาแค่ 30 วินาที นักเขียน freelance คนหนึ่งกล่าวว่าความสนุกของเขากับ ChatGPT ของ Open AI ได้กลายมาเป็นความน่ากลัว หลังจากที่ AI ได้รวบรวมบทความทางการตลาดที่เกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้วในเวลาเพียงแค่ 30 วินาทีเท่านั้น
      อย่าลืมกด ‼ ‘สะสมแต้ม’ ทุกครั้ง หลังการซื้อสินค้าที่ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ SUN Vending
      ปฏิกริยารัสเซีย เมื่อสหรัฐ-เยอรมัน พร้อมส่งรถถังเสริมทัพยูเครนพิชิตศึก รัสเซียลั่นนี่คือการยั่วยุอย่างโจ่งแจ้ง เมื่อสหรัฐ-เยอรมนี พร้อมส่งรถถังกว่า 40 คันเสริมเขี้ยวเล็บให้ยูเครนใช้เผด็จศึก ย้ำ “แหยมมา เผาไป”
      7 สิ่งนี้อาจจะทำให้คุณอ้วนโดยไม่รู้ตัว ถ้าพูดถึงความอ้วน หลายคนคงนึกออกว่าอะไรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เราอ้วนขึ้น แต่จริงๆ มันยังมีปัจจัยแฝงบางอย่างที่เราอาจไม่รู้ วันนี้เราจะมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่อาจจะทำให้อ้วนโดยไม่รู้ตัว ……………………………………………………………….. สนใจหนังสือของหมอเอ้วคลิกลิงก์นี้ 👉 Shopee : https://shp.ee/2a6fk9f 👉 Line Myshop : https://bit.ly/2UX8w5F
      ดูทั้งหมด