ช่วงนี้เป็นช่วงที่งบการเงิน งบปี 65 ของหุ้นกลุ่มธนาคารออกมาให้ได้อ่านกัน งบการเงินของธนาคารมี 3 ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้จักในการอ่านงบการเงิน ไปอ่านกันว่ามีอะไรบ้าง...
งบการเงินของธนาคารที่ทยอยออกกันมา เราสามารถเข้าไปหาอ่านได้ในเว็บไซต์ของ set ในหัวข้อ “ข่าว” ตรงหุ้นที่เราสนใจนะ
1. NPL คือ non-performing loans ก็คือ “เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ”
การจัดชั้นหนี้ตาม TFRS9 จะแบ่งเป็น 3 ระดับ
ระดับแรก เงินให้สินเชื่อที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต(performing) คือ ลูกหนี้ที่ไม่ได้ผิดชำระหนี้
ระดับ 2 เงินให้สินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิต (under-performing) คือ ลูกหนี้ค้างชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นเกินกว่า 30 วัน
และระดับ 3 เงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (non-performing; NPL) สินเชื่อที่ผิดชำระหนี้หนี้เกิน 3 เดือนติดต่อกัน ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย/ สาญสูญ เลิกกิจการ
NPL คือสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต หรือสินเชื่อด้อยคุณภาพ
เวลาที่เราดูหุ้นกลุ่มธนาคารก็ควรมองเรื่องของ NPL ด้วย ซึ่งเราสามารถหาดูได้จาก "คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ" ในหัวข้อข่าว ที่ออกมาพร้อมกับงบการเงิน หรือจาก “หมายเหตุประกอบงบการเงิน” หรือ “NOTES” ที่เป็นไฟล์แนบมากับงบการเงินฉบับเต็ม
จะมีบอกไว้ว่า NPL เท่าไหร่ และ % NPLs ต่อสินเชื่อ ซึ่งคิดจาก NPL มาเทียบกับเงินให้สินเชื่อโดยรวม ออกมาเป็น % นะ และบอก Coverage Ratio: ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ
2. ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin หรือ NIM)
NIM หรือส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ คิดมาจากแบบนี้
(รายได้ดอกเบี้ยรับ – ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย) / สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ย
เนื่องจากธนาคารมีดอกเบี้ยรับ และดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ที่มากกว่าแค่ เรื่องของสินเชื่อ และเงินฝาก เพราะธนาคารมีดอกเบี้ยรับการลงทุนในตราสารหนี้ ดอกเบี้ยจ่ายจากการออกตราสารหนี้ มีดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมกันเองระหว่างธนาคารด้วย ดังนั้นการคิดส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยแบบ spread จึงยังไม่ครอบคลุมในส่วนตรงนี้
รายได้ดอกเบี้ยรับ คือ รายได้จากเงินให้สินเชื่อ การกู้ยืมระหว่างธนาคาร จากการลงทุนในตราสารหนี้
ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย คือ รายจ่ายจากเงินรับฝาก เงินกู้ยืมสถาบัน การออกตราสารหนี้ เงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน และสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ย เช่น เงินให้สินเชื่อ เงินลงทุน รายการระหว่างธนาคาร
จะเห็นว่าการคิดแบบ NIM นั้นจะบอกถึงความสามารถในการหารายได้ของธนาคารจากส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมด มาเทียบกับสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ จึงเป็นอัตราส่วนทางการเงินตัวหนึ่งที่ไว้ใช้วัดผลกำไรเบื้องต้นในการดูหุ้นกลุ่มธนาคาร
3. ROE (Return on Equity) หรือ อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น
คิดมาจาก กำไรสุทธิ/ ส่วนผู้ถือหุ้น
อัตราส่วนนี้จึงเป็นอีกอัตราส่วนที่สำคัญ เพราะเป็นการบอกว่า ท้ายที่สุดแล้ว ธนาคารนั้นๆ ทำผลตอบแทนกลับมาได้เท่าไหร่ จากเงินของผู้ถือหุ้นที่ได้ลงไป ค่านี้จึงยิ่งสูง ยิ่งดี
เช่น ถ้า ROE = 10% หมายถึงว่า ทุก 100 บ. จากเงินส่วนผู้ถือหุ้นที่ได้ลงไป ได้ผลตอบแทนกลับมา 10 บ.
และ ROE นั้นมีผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มธนาคารด้วย ซึ่งโดยทั่วไปการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มธนาคารนั้นจะใช้ P/BV (price per book value) เนื่องจากทรัพย์สินของธนาคารส่วนใหญ่นั้นเป็นเงิน และเงินลงทุนต่างๆ ทรัพย์สินส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกับมูลค่า และ ROE นั้นมีความสัมพันธ์กับ P/BV ยิ่ง ROE สูง การประเมินมูลค่าด้วย P/BV จะสูงขึ้น
ช่วงนี้เป็นช่วงที่งบการเงิน งบปี 65 ทยอยออกกันมา ซึ่งปกติของหุ้นกลุ่มธนาคารก็จะออกมาก่อน ดังนั้นถ้าใครถือหุ้นกลุ่มนี้ หรือสนใจลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ ก็ลองอ่านงบการเงินที่ออกมากัน
ถ้าสนใจอ่านเพิ่มเติมเรื่อง "ทำไมกำไรของธนาคารแห่งหนึ่งลดลง" อ่านได้จากโพสนี้นะคะ https://www.facebook.com/DoctorWantTime/posts/pfbid01Jzs6QHKXr6Uqkt71GvesK1vhZE5TVHUr555FCDsBSqAjuFbmBsXKREPToj4eTtpl
#หมอยุ่งอยากมีเวลา
#หุ้น
#งบการเงิน
#ธนาคาร
#NIM
#NPL
#ROE
1ถูกใจ
3แชร์
383รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      มิติใหม่ของวงการร้านกาแฟและคาเฟ่ เมื่อมีพนักงาน “นมเมจิ” มายื่นใบสมัครงาน ใครจะคิดว่า การสมัครงานยุคนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องของมนุษย์ออฟฟิศ อีกต่อไป เมื่อได้เกิดปรากฏการณ์หนึ่งในวงการร้านกาแฟและคาเฟ่เครื่องดื่ม เมื่อมี “พนักงานนม” มายื่นใบสมัครให้เจ้าของร้านพิจารณา
      หุ้นกู้ TUC ระดับ BBB+ แนวโน้มอันดับเครดิต “บวก” ดอกเบี้ยระหว่าง 3.50-5.05% ต่อปี นำไปชำระหนี้ ชำระค่าคลื่นความถี่ และเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อการเติบโต TUC x ลงทุนแมน
      กรณีศึกษา KTC บริษัทบัตรเครดิต ลูกรักธนาคารกรุงไทย ถ้าพูดถึงบัตรเครดิตเจ้าดังในไทย KTC ก็คงเป็นบัตรเครดิตที่หลายคน มีอยู่ในกระเป๋าสตางค์
      สหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีหนี้ 1,000,000,000,000,000 บาท ตัวเลขนี้อ่านว่า “หนึ่งพันล้านล้านบาท” โดยเป็นตัวเลขหนี้สาธารณะของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ จนต้องมีการขอขยายเพดานหนี้เพิ่มเติม
      ดูทั้งหมด