5 ส.ค. 2023 เวลา 07:00

ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเสียภาษี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทุกวันนี้หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ในหลวงทรงเสียภาษีจากบรรดารายได้ต่างๆ จากเงินปันผลที่ทรงได้รับในฐานะผู้ถือหุ้น ซึ่งทรงต้องเสียภาษีทุกปี ปีละ 3,000 กว่าล้านบาท และพระองค์ยังทรงเสียภาษีต่างๆ ตามกฎหมายอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนกระทั่งภาษีการรับมรดก
ซึ่งสอดคล้องกับแนวพระราชดำริ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 6 มีพระราชประสงค์ให้กระทรวงนครบาลเก็บภาษีจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพราะทรงถือว่าพระองค์แม้จะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่ก็ทรงเป็นบุคคลคนหนึ่งด้วย ในเมื่อชาวสยามทุกคนมีหน้าที่เสียภาษี ฉะนั้นก็ไม่ควรที่จะยกเว้นพระองค์
1
ทำให้นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2455 เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ก็ได้ทรงเสียภาษีอากรเสมอมา ซึ่งปรีดี พนมยงค์ ยังได้สดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์ ไว้ในตำรากฎหมายปกครองว่า เป็นเรื่องที่ “ควรระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 6”
1
จนกระทั่งต่อมา แม้ว่า พรบ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2491 จะยกเว้นให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ต้องเสียภาษี ทว่านับแต่ในสมัยรัชกาลที่ 9 พระองค์ก็ได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีการดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล
จึงมีการดำเนินการแยกเอาการลงทุนที่ดำเนินการแสวงหาผลกำไรในเชิงธุรกิจ จากเดิมที่สำนักงานทรัพย์สินถือหุ้นอยู่ ก็เปลี่ยนแปลงด้วยการให้มีบริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด เข้ามาถือหุ้นแทน ทำให้แต่เดิมบริษัทต่างๆ ที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้นอยู่ เมื่อได้รับเงินปันผล ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ แต่เมื่อบริษัทต่างๆ ถือหุ้นผ่านบริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด แล้ว เงินปันผลต่างๆ จึงไม่อยู่ในขอบข่ายที่ได้รับการยกเว้นภาษี
จวบจนสมัยรัชกาลที่ 10 ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยพระองค์ทรงถือหุ้นในพระปรมาภิไธยด้วยพระองค์เอง ก็เพื่อที่จะทรงเสียภาษีได้อย่างถูกต้อง เฉกเช่นคนไทยคนหนึ่ง (การถือหุ้นในพระปรมาภิไธย จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทำให้ทรงต้องรับภาระภาษีที่สูงขึ้นด้วย) ซึ่งเป็นพระราชปณิธาน ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชประสงค์ของในหลวงรัชกาลก่อนๆ นั่นเอง
อนึ่ง ยังมีข้อเท็จจริงที่ควรต้องรู้คือ นับแต่ในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์ต้องเสียภาษีที่ดินทุกพระองค์ อีกทั้งพระมหากษัตริย์ไทย ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกในทุกๆ ศาสนา และยังทรงเป็นพุทธมามกะอีกด้วย ดังนั้น นับแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นต้นมา จึงทรง “ยกเว้นการเก็บภาษีที่ดินจากวัด” ซึ่งส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน ที่ประเทศไทยไม่เคยยกเลิกการยกเว้นการเก็บภาษีจากที่ดินวัดเลย พูดง่ายๆ ก็คือ จนถึงปัจจุบันนี้ วัดไม่จำเป็นต้องเสียภาษีที่ดิน
นอกจากพระมหากษัตริย์ไทยจะไม่เก็บภาษีที่ดินจากวัดแล้ว ยังทรงถวายเงินนิตยภัตแก่พระภิกษุสงฆ์อีกด้วย บรรดาสมณศักดิ์ หรือเครื่องประกอบสมณศักดิ์ต่างๆ ก็ทรงถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระรัตนตรัย ทำให้ศาสนาพุทธในประเทศไทยมีความมั่นคง พระภิกษุสงฆ์สามารถปฏิบัติธุดงควัตร มุ่งมั่นศึกษาพระธรรม สืบสานพระพุทธศาสนาได้โดยไม่ต้องประกอบธุรกิจอย่างฆราวาส
1
ทั้งหมดนี้คือข้อเท็จจริงที่เราควรต้องศึกษาไว้เป็น “ความรู้” ก่อนที่จะเสนอ “ความเห็น” เพื่อนำไปสู่ “ความจริง” อันเป็นประโยชน์ แต่หากบุคคลใดที่เข้าถึงแล้วซึ่งความรู้ แต่ยังคงไม่ละเว้นจาก “มุสาวาทา” อันจะนำความเดือนร้อนมาสู่ผู้อื่นและสังคม บุคคลนั้นก็ไม่สมควรที่จะได้รับความเคารพใดๆ
อ่านบทความ ในหลวงทรงเสียภาษีเงินได้จากการปันผลธุรกิจ และภาษีอื่นๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้ที่นี่ https://www.luehistory.com/?p=20565
เลือกติดตามช่องทางอื่น ๆ ของ Lue History ได้ที่นี่
#LueHistory #ในหลวงเสียภาษี
โฆษณา