1 มิ.ย. เวลา 00:00 • ประวัติศาสตร์

บทความ Blockdit ตอน ลีกวนยูสร้างชาติอย่างไร ตอน 17 เติ้งเสี่ยวผิงตีเด็ก

เวียดนามจะ “จะบุกยึดกรุงเทพฯในเวลาสองชั่วโมง"
3
ภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียอาคเนย์เปลี่ยนไปทันทีที่สหรัฐฯแพ้สงครามเวียดนามและถอนตัวออกไป เรือรบโซเวียตก็ปรากฏในน่านน้ำแถบนี้
วันที่ 3 พฤศจิกายน 1978 โซเวียตกับเวียดนามเซ็นสัญญาการทหารร่วมกัน 25 ปี เวียดนามกลายเป็นอาวุธชิ้นหนึ่งของโซเวียตเพื่อจัดการจีน
หลังเซ็นสัญญาไม่นาน ในวันคริสต์มาสปีนั้น เวียดนามยกทัพ 150,000 คนบุกกัมพูชา ขับไล่พวกเขมรแดงสำเร็จในสองอาทิตย์
1
เสนาธิการเวียดนามคือนายพลวันเทียนดง มันสมองที่วางแผนการยุทธ์ยึดไซ่ง่อนได้ในปี 1975 หนึ่งปีหลังเวียดนามโค่นรัฐบาลกัมพูชา โซเวียตก็รุกรานอัฟกานิสถาน ทุกฝ่ายเฝ้ามองเกมของโซเวียต
หลังจากนั้นทัพเวียดนาม 20 กองพลก็ประจำการในกัมพูชากองทัพส่วนหนึ่งประชิดเมืองไทย
เล่ากันว่า วันเทียนดงประกาศกร้าวว่า “จะบุกยึดกรุงเทพฯ ในเวลาสองชั่วโมง” ไม่ว่านี่จะเป็นแค่คําขู่เล่นหรือจริง แต่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และไทยต้องถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เพราะเวียดนามอาจไม่หยุดแค่ยึดเขมร เวียดนามไม่เคยปิดบังความในใจที่อยากยึดไทยและ
เปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์
1
เวียดนามต้องการตั้งสหพันธรัฐอินโดจีน และรวมลาวกับเขมรเข้าด้วยกันสำเร็จ ไทยเป็นด่านสุดท้ายไทยต้องเดินหมากการเมืองระหว่างประเทศอย่างระมัดระวังที่สุด
ปัญหาของไทยคือประสบการณ์การรบสู้เวียดนามไม่ได้ เวียดนามรบมาตลอดสงครามเวียดนาม เชี่ยวชาญการรบแบบกองโจร ได้รับการสนับสนุนทางทหารจากโซเวียต โซเวียตส่งอาวุธให้เวียดนาม
1
ปลายปี 1978 ในช่วงเวลาเดียวกับที่เติ้งเสี่ยวผิงเยือนประเทศไทยและสิงคโปร์ ผู้นำไทยเรียกประชุมด่วน ประกอบด้วยหน่วยข่าวกรอง ฝ่ายความมั่นคง และกองทัพ ผู้ร่วมประชุมประกอบด้วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ ผบ. เหล่าทัพ รวมทั้ง พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบก
4
มีรายงานว่าเวียดนามกำลังทหาร อาจสูงถึงแปดแสนคน ไปกัมพูชา เพื่อโค่นรัฐบาลของพลพต กลุ่มเขมรแดงสองปีก่อนหน้านั้น ทัพเขมรแดงบุกยึดกรุงพนมเปญ แล้วเริ่มต้นสังหารหมู่ ฆ่าคนเขมรไปราวสองล้านคนในเหตุการณ์ที่เรียกว่า ‘Killing Fields’ เป็นการสังหารหมู่ที่โหดเหี้ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก
2
เสนาธิการฝ่ายไทยวิเคราะห์สถานการณ์ว่า ประเทศไทยมีเส้นพรมแดนติดเขมรถึงแปดร้อยกิโลเมตร ถ้าเวียดนามบุกกัมพูชา ชาวเขมรหลายแสนคนจะอพยพเข้าเขตไทย เมื่อนั้นเวียดนามก็อาจหาข้ออ้างบุกเข้ามาในดินแดน “เพื่อปราบเขมร”
มีเรื่องเล่าว่าเวียดนามเสนอความคิดแก่ พคท. ให้ยืมทหารเข้ายึด 17 จังหวัดภาคอีสานของไทย แล้วประกาศเป็นรัฐใหม่
แรงกดดันทั้งหลายนี้จ่อคอหอยประเทศไทย ไทยต้องคิดยุทธศาสตร์ระยะยาว แก้ปัญหานี้ให้จบ
ไทยตกลงไปหาจีนอีกครั้ง
2
หลังจากการสร้างสายสัมพันธ์ใหม่กับจีนในยุค ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แล้ว การคุยกับจีนก็เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
4
วันที่ 23 มิถุนายน 1979 ทหารไทยระดับสูงสามคน ได้แก่ พล.ท. ผิน เกษร เจ้ากรมยุทธการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย พ.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้ากองยุทธการ กรมยุทธการทหารบก และ พ.อ. พัฒน์ อัคนิบุตร หัวหน้าฝ่ายข่าว ศูนย์อำนวยการร่วม กองบัญชาการทหารสูงสุด โดยสารเครื่องบินปากีสถานแอร์ไลน์ไปญี่ปุ่น แล้วบินเข้าจีน เพื่อไปพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน
1
เหตุที่ต้องแอบไปเพราะไม่ต้องการให้สหรัฐฯ รู้ ไม่ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ไทยก็ยังต้องการผูกมิตรกับสหรัฐฯ
2
คณะนายทหารไทยได้เข้าพบเติ้งเสี่ยวผิง
เติ้งเสี่ยวผิงบอกฝ่ายไทยที่ไปพบว่า “เวียดนามกำลังจับหมัดสิบตัวด้วยหลายมือ”
นั่นคือเหตุการณ์ราวหนึ่งปีหลังจากที่เติ้งเสี่ยวพบลีกวนยูที่สิงคโปร์ และตัดสินใจเริ่มเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศจีน และปฏิรูปเศรษฐกิจ
1
ยกเว้นโซเวียตกับเวียดนามแล้ว จีนต้องการเป็นมิตรกับทุกประเทศ รวมทั้งอาเซียน ดังนั้นความช่วยเหลืออะไรที่ฝ่ายไทยอุตส่าห์บากหน้ามาขอ ถ้าช่วยได้ก็ช่วย
2
จีนมองว่าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยนั้นเป็นราคาที่ตนจ่ายได้ เพื่อประโยชน์ในระยะยาว ขณะเดียวกัน ไทยมีราคาที่ต้องจ่ายจีน เช่น ไทยต้องยอมให้จีนขนอาวุธผ่านไทยไปช่วยเขมรแดงสู้เวียดนาม
เก้าเดือนหลังจากที่นายทหารไทยสามคนไปพบเติ้งเสี่ยวผิง คลื่นจากสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) ก็หายไปอย่างถาวรการปิดสถานีกระจายเสียงของคอมมิวนิสต์จากเมืองจีน ก็คือคําแนะนําของลีกวนยูในการสนทนาระหว่างลีกวนยูกับเติ้งเสี่ยวผิง
2
ในปี 1978 สถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) เป็นอาวุธข่าวสารที่ พคท. ใช้ทำสงครามกับรัฐบาลไทย เดิมกระจายเสียงจากฮานอย ต่อมาย้ายไปที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน
1
เสียงวิทยุที่หายไปคือจุดสิ้นสุดของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
2
ผ่านไปหนึ่งปี พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 3 มีนาคม 1980 ก็รุกต่อด้วยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ยุติสงครามกับคอมมิวนิสต์ในไทย ใช้นโยบาย ‘การเมืองนำการทหาร’ นิรโทษกรรมนักศึกษาที่เข้าป่าให้กลับมาเรียนต่อ ผลก็คือจุดจบของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
3
ยุทธศาสตร์นี้สำเร็จเพราะจีนช่วย และการที่จีนช่วย ก็เกี่ยวพันทางอ้อมกับลีกวนยู
ทุกอย่างในโลกเป็น Butterfly Effect ทุกอย่างในโลกเกี่ยวร้อยกัน
เวียดนามกร่าง
สามเดือนหลังจาก พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เวียดนามก็บุกไทยด้วยข้ออ้างตามที่คาด คือ “มาปราบเขมร” เริ่มต้นที่โจมตีค่ายอพยพที่ชายแดนอรัญประเทศ รุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทย ตีค่ายอพยพบ้านหนองจาน บ้านโนนหมากมุ่น อําเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี และอีกหลายหมู่บ้าน
1
พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ไปเยือนแนวหน้า
กองทัพไทยยกกำลังไปชิงพื้นที่คืน และรบกับฝ่ายเวียดนาม เสียชีวิตไปหลายคน หลังจากนั้นการรบระหว่างไทยกับเวียดนามก็เกิดขึ้น เกือบตลอดสมัยของ พล.อ. เปรม
2
เมื่อเวียดนามบุกเข้ามายึดบ้านโนนหมากมุ่น ไทยก็ส่งกำลังไปยึดคืนกลับมา ทั้งสองฝ่ายตายรวมหลายสิบคน
2
พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ พาคณะทูตานุทูตไปดูบริเวณชายแดนปราจีนบุรีและวัฒนานคร ที่บ้านโนนหมากมุ่น ผู้สื่อข่าวต่างประเทศถาม พล.อ. เปรมว่า “ทำไมทหารไทยรุกเข้าไปในเขตแดนเขมรถึงหกกิโลเมตร?”
พล.อ. เปรมชี้ให้ดูหมวกกะโล่และดาวแดงของพวกเวียดนาม
ตอบว่า “ไทยไม่เคยรุกล้ำใคร นอกจากเวียดนามจะรุกล้ำแผ่นดินไทยก็เห็น ๆ อยู่แล้ว จะให้ทำอย่างไรถ้าไม่ต่อต้าน”
3
ฝ่ายไทยย่อมรู้ดีว่า ใครเป็น ‘นายใหญ่’ ของเวียดนาม ดังนั้น พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ จึงเดินทางไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27-30 ตุลาคม 1980 ได้พบกับเติ้งเสี่ยวผิงและนายกรัฐมนตรีจีน จ้าวจื่อหยาง
2
จ้าวจื่อหยางให้สัญญากับไทยว่า “ถ้าเวียดนามรุกรานไทย จีนจะช่วยไทย”
1
ไทยกับเวียดนามปะทะกันนานเกือบสิบปี แทบตลอดยุคที่พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี บนสมรภูมินับไม่ถ้วน
3
ที่รุนแรง เช่น ช่องบก ตั้งแต่ 1985-1987 กองทัพไทยสูญเสียทหารไปร้อยกว่านาย
4
จนถึงปลายเดือนมิถุนายน 1987 การรบที่สมรภูมิช่องบกยุติลง เมื่อเวียดนามก็ถอนตัวกลับ และส่งสัญญาณว่าจะถอนกำลังทหารออกจากกัมพูชา
2
สองปีต่อมาเวียดนามก็ถอนทหารออกจากกัมพูชาอย่างถาวรปิดฉากสงครามไทย-เวียดนาม และความหวัง “จะยึดกรุงเทพฯในสองชั่วโมง”
4
ประเทศไทยในยุคนั้นอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง หวุดหวิดกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ โชคดีที่ไทยรอดพ้นจาก Domino Effect เพราะดำเนินนโยบายถูกจุด แผนการยุทธ์ถูกต้อง และเข้าหามังกรจีนโดยตรง
10
คอมมิวนิสต์ก็มีหลายกลุ่ม
เหตุการณ์เวียดนามบุกเขมรเป็นเรื่องน่าวิเคราะห์ เพราะเวียดนามเป็นลูกสมุนของโซเวียต ใช้อาวุธโซเวียตมาตลอดสงครามเวียดนาม ส่วนเขมรแดงเป็นลูกสมุนของจีน
1
สงครามเวียดนามกับเขมรจึงดูเหมือนเป็นสงครามตัวแทน (proxy war) ระหว่างจีนกับโซเวียต ไม่รบกันตรงๆ ไปรบกันในดินแดนอื่น
1
คำถามคือทำไมจีนจึงแตกคอกับโซเวียต ในเมื่อทั้งคู่เป็นคอมมิวนิสต์เหมือนกัน?
3
ข้อเท็จจริงคือคอมมิวนิสต์ก็มีหลายกลุ่ม ความจริงความสัมพันธ์ของกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ในยุคแรกๆ เหนียวแน่นมาก เพราะต้องสู้กับประเทศฝั่งประชาธิปไตย เสรีนิยมทั้งโลก ก่อนทศวรรษ 1950 จีนและโซเวียตสนับสนุนพวกเวียดมินห์เต็มที่ในการกู้ชาติจากฝรั่งเศส
2
แต่หลังจาก โจเซฟ สตาลิน ตายในปี 1953 ครุสเชฟก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับโซเวียตเริ่มเปราะร้าว เหมาเจ๋อตงไม่ถูกกับผู้นําคนใหม่ของโซเวียต กล่าวกันว่าเพราะครุสเชฟตีความหลักมาร์กซ-เลนินในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือเชื่อว่าคอมมิวนิสต์ควรอยู่ร่วมกันกับชาติอื่นแบบ ‘ต่างคนต่างอยู่’ หรือ coexist เมื่อลูกพี่ทะเลาะกัน ลูกน้องก็ต้องเลือกข้างโดยอัตโนมัติ
2
พวกเวียดมินห์เอนเอียงไปทางสหภาพโซเวียต จีนจึงลดความช่วยเหลือเวียดมินห์ โซเวียตกับเวียดนามลงนามสนธิสัญญาทางทหารร่วมกัน 25 ปี
1
จีนกับโซเวียตต่างฝ่ายต่างชี้นิ้วว่าอีกฝ่ายเป็นคอมมิวนิสต์ปลอมผิดอุดมการณ์
3
ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหภาพโซเวียตเลวร้ายลงตามลำดับ โซเวียตหนุนหลังเวียดนาม จีนหนุนหลังเขมรแดงกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
จีนมีความรู้สึกว่าเวียดนามเนรคุณ เวียดนามรบชนะฝรั่งเศสที่เดียนเบียนฟูได้ก็ด้วยการสนับสนุนอาวุธจากจีน ในสงครามเวียดนาม เวียดนามรบกับสหรัฐฯ ก็ได้รับอาวุธจากจีน แต่เวียดนามกลับข่มเหง คนจีนกลุ่มน้อยในเวียดนาม ความขัดแย้งอีกเรื่องคือประเด็นเวียดนาม เข้าครองหมู่เกาะสแปรตลี
4
จุดเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากเติ้งเสี่ยวผิงไปคุยกับลีกวนยู เปลี่ยนนโยบายทางเศรษฐกิจ เปิดประเทศสู่ทุนนิยมเสรีทีละขั้นเติ้งเสี่ยวผิงต้องการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับประเทศตะวันตก ก็ไปจับมือกับสหรัฐฯ เป็นที่มาของการที่เติ้งเสี่ยวผิงไปเยือนวอชิงตันในปี 1979 ด้วยสองเหตุผล
1
จีนสั่งสอนเวียดนาม
1
ปลายเดือนมกราคม 1979 เติ้งเสี่ยวผิงไปเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก พบประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ การเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะกระชับความสัมพันธ์ เชื่อมกันทางเศรษฐกิจ ยังไปแจ้งข่าวว่า “จะตีเด็ก” เติ้งเสี่ยวผิงบอกประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ ว่า “เด็กน้อยคนนี้ชักจะซนเกินไปแล้ว คงถึงเวลาตีก้นแล้ว”
3
เป็นการส่งสารถึงโลกตะวันตกและโซเวียตว่า “จีนจะสั่งสอนเวียดนามแล้วนะ กรุณาอย่ายุ่ง”
2
สงครามสั่งสอนเด็กน้อยจะเป็นเพียงสงครามระยะสั้นเท่านั้น จีนส่งสัญญาณว่าพร้อมจะทำสงครามกับโซเวียตหากเข้ามาช่วยเวียดนาม
มีเหตุผลอะไรหรือไม่ที่จีนเลือกไปเยี่ยมสหรัฐฯตอนปลายเดือนมกราคม 1979 ? คำตอบคือมี
1
เหตุผลที่จีนต้องรอมาถึงตอนนั้นค่อยตีก้นเด็กชายเวียดนาม เพราะสนธิสัญญามิตรภาพระหว่างจีน-โซเวียตที่ลงนามในปี 1950 สนธิสัญญาฉบับนี้ผูกมัดจีนไม่ให้บุกรุกพันธมิตรของโซเวียต
อย่าลืมว่าโซเวียตกับเวียดนามเพิ่งเซ็นสัญญาการทหารร่วมกัน 25 ปี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 1978 แต่เนื่องจากสนธิสัญญาจีน-โซเวียตฉบับนี้จะหมดอายุในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1979 แปลว่าหลังจากวันนั้น จีนก็สามารถสั่งสอนเวียดนามได้
5
เติ้งเสี่ยวผิงพบประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ มกราคม 1979
เติ้งเสี่ยวผิงไม่ต้องการต่อสนธิสัญญาฉบับนี้ ยกเว้นแต่ว่าโซเวียตจะยอมตามข้อเรียกร้องต่างๆ ของจีน เช่น ยอมถอนทหารออกจากมองโกเลีย และยุติการสนับสนุนเวียดนามบุกกัมพูชา แน่นอนโซเวียตไม่ยอม
1
ทําไมเติ้งเสี่ยวผิงเดินเกมนี้?
มีการวิเคราะห์ว่า มันเป็นการขว้างนกสามตัวด้วยหินก้อนเดียว นกตัวที่หนึ่งคือเวียดนาม นี่จะเป็นการสั่งสอนเวียดนามไม่ให้กร่างกับจีน บังอาจบุกเขมร ขับไล่พวกเขมรแดงซึ่งจีนสนับสนุนอยู่
นกตัวที่สองคือโซเวียต เป็นการสอนบทเรียนนอกห้องเรียนแก่โซเวียตว่า การสนับสนุนเวียดนามได้ไม่คุ้มเสีย มันจะกลายเป็นภาระสำหรับโซเวียต
1
นกตัวที่สามคือการเมืองภายในประเทศจีน เติ้งเสี่ยวผิงกลับมาสู่เวทีอำนาจอย่างไม่น่าเชื่อ เขาหลุดจากวงโคจรไปนานมากในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม เมื่อกลับมา เขาต้องชำระล้างคราบสกปรกต่างๆ
3
เติ้งเสี่ยวผิงเป็นนักยุทธศาสตร์เก่งกาจ เขาพลาดไปอย่างเดียวคือเสนอวิธีคิดทางเศรษฐกิจซึ่งแตกต่างจากแนวคิดของคอมมิวนิสต์สุดโต่ง และสวนทางกับปรัชญาของเหมาเจ๋อตง ทำให้หลุดจากวงโคจรของอำนาจไปนาน แต่เมื่อท่านเหมาฯ ตายในปี 1976 และแก๊งสี่คนถูกโค่น สิ้นสุดยุคปฏิวัติวัฒนธรรม คราวนี้ก็ถึงเวลาที่เติ้งเสี่ยวผิงเก็บกวาดฝ่ายตรงข้าม และเดินตามแนวเศรษฐกิจที่ดีต่อประชาชนจีนทั้งประเทศ
3
การทําสงครามกับเวียดนามจะทำให้กองทัพจีนมัวยุ่งกับการรบ ขณะที่เติ้งเสี่ยวผิงรวมอำนาจภายในประเทศเพื่อตนเอง นี่เป็นทฤษฎีหนึ่งที่อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น
1
จีนส่งทหารจำนวนหนึ่งล้านห้าแสนคนไปประจำการที่ชายแดน เตรียมพร้อมทำศึก อพยพชาวจีนสามแสนคนออกจากชายแดนจีน-สหภาพโซเวียต
1
แต่หลายคนในตะวันตกไม่เชื่อว่าจีนกล้า เพราะกองเรือโซเวียตอยู่ที่ทะเลจีนใต้หนึ่งเดือนหลังพบกับประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ เติ้งเสี่ยวผิงก็ลงมือ ‘ตีก้นเด็ก’ จริงๆ
1
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1979 กองทัพจีนบุกเวียดนามที่ชายแดนมณฑลกวางสีซึ่งอยู่ติดเวียดนาม ยิงปืนใหญ่ถล่มเวียดนามต่อเนื่องกดดันให้เวียดนามกองกำลังที่พรมแดนเขมร-ไทยไปต้านจีน
2
จีนถล่มเวียดนามอยู่สามสัปดาห์กับหกวัน ก็ถอนทัพกลับไปเป็นการตีก้นเด็กระยะสั้นๆ อย่างที่เติ้งเสี่ยวผิงบอกโลกตะวันตกโซเวียตไม่ทําอะไร เพราะไม่คุ้มที่จะรบ โซเวียตรู้ดีว่าจุดยุทธศาสตร์ของตนไม่สามารถรบกันยาวๆ ระยะทางระหว่างโซเวียตกับเวียดนามห่างไกลกัน ต้องข้ามจีนหรือประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นพันธมิตรสหรัฐฯ ทำให้สนับสนุนเวียดนามได้ยาก
2
โซเวียตคิดไปคิดมาก็บรรลุ ‘ซาโตริ’ ว่า เวียดนามไม่สำคัญต่อโซเวียตขนาดที่ต้องเปลืองตัวทำสงครามกับจีน
3
ไทยได้รับประโยชน์จากสงครามตีก้นเด็กครั้งนี้ไปเต็มๆ เวียดนามเข้าใจสารที่ส่งมาว่า ถ้าข้ามกัมพูชาไปที่ไทย จะเจอดีแน่นอน
5
ภูมิรัฐศาสตร์คือเกมหมากรุก
3
โฆษณา