6 มิ.ย. เวลา 02:00 • สุขภาพ

หน้าฝนแล้ว มารู้จักวิธีป้องกันตัวเองจากการเกิดโรค 3 ระดับกัน

เสียงฝนตกกระทบกับหน้าบ้านหรือขอบกระจกที่ทำงานบางครั้งก็ดูโรแมนติกดี ถึงอย่างนั้นก็เถอะ บรรยากาศสุนทรีย์ของหน้าฝนก็เต็มไปด้วยโรคที่ควรระวัง!!🌧
เพราะหน้าฝนหรือในช่วงที่ฝนตกหนักเป็นเวลาที่อากาศเริ่มเย็นและความชื้นในอากาศก็จะเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักให้เหล่าเชื้อโรคต่าง ๆ ฟุ้งกระจาย แพร่ระบาดไปได้รวดเร็ว และไวมากกว่าเดิม ดังนั้นเราควรต้องรู้จักวิธีป้องกันตัวเอง จากการเกิดโรค 3 ระดับ ที่จะไม่ทำให้เรื่องราวของสุขภาพกลายเป็นเรื่องใหญ่
คำถามสำคัญอันดับแรกคือ แล้วช่วงฤดูฝน ที่ฝนตกกระหน่ำขนาดนี้ สามารถเกิดโรคที่ควรระวังอะไรได้บ้าง
😷 โรคที่ควรระวังที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจ :
โรคเหล่านี้มาตามอากาศที่เปลี่ยน ทำให้สิ่งที่หายใจเข้า-ออกมีสิ่งปนเปื้อน และไปทำลายร่างกายจากภายใน เช่น โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่
😷 โรคที่เกิดจากการสัมผัส :
โรคเหล่านี้มักเป็นโรคติดต่อด้วยการสัมผัส จากความไม่สะอาดหรือเชื้อไวรัสที่ก่อตัวขึ้นในพื้นที่ที่มีความชื้น แตกต่างกับหน้าร้อน เช่น โรคมือเท้าปาก โรคฉี่หนู
😷 โรคที่เกิดจากสัตว์ :
โรคเหล่านี้มาจากสัตว์บางประเภทที่จะเป็นโรคภัยหลักในช่วงหน้าฝน มีผลความรุนแรงตั้งแต่เจ็บป่วยเล็กน้อย ไปจนถึงการเสียชีวิต เช่น โรคไข้เลือดออกจากยุง หรือโรคเชื้อไวรัสซิก้า
คราวนี้เมื่อได้เห็นแล้วว่าในหน้าฝนที่ชุ่มฉ่ำแบบนี้มีโรครุมเร้าหลายรูปแบบขนาดไหน จึงต้องมาเรียนรู้แนวคิดของการป้องกันโรคที่กรมสุขภาพจิตระบุไว้ว่ามี 3 ระดับ โดยแบ่งเป็น ระดับปฐมภูมิ (ระดับที่ 1), ระดับทุติยภูมิ (ระดับที่ 2) และระดับตติยภูมิ (ระดับที่ 3)
1) ระดับปฐมภูมิ คือ 'ระดับป้องกันไม่ให้ป่วย’ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการป้องกันขั้นต้นให้คนที่แข็งแรงดีไม่ให้ป่วย
- ระดับแรกเข้าใจง่าย ๆ คือ โรคใหม่ ๆ ในหน้าฝนจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่เคยเป็นโรคใด ๆ มาก่อนเลย มีสุขภาพแข็งแรงดี ดังนั้นหนทางป้องกันคือรักษาตนเองให้อยู่ในสภาพที่ไม่ต้องเผชิญกับโรค ทั้งจากระบบทางเดินหายใจ จากการสัมผัส และจากสัตว์ ทั้งนี้ทั้งนั้นการป้องกันอย่างละเอียดก็ต้องไปดูตามแต่ละโรคด้วยว่าเกิดจากเหตุใดนั่นเอง
2) ระดับทุติยภูมิ คือ ‘ระดับป้องกันคนที่เป็นโรคไม่ให้มีโรคแทรกซ้อน’ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการป้องกันตนเองเวลาที่เกิดโรคใดโรคหนึ่งแล้ว ต้องไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เพราะมีโอกาสเป็นไปได้อย่างสูงในสภาวะที่สุขภาพไม่แข็งแรง
- ระดับที่สองซับซ้อนขึ้นมาสักนิด คือเมื่อเราเกิดโรคในหน้าฝนแบบนี้ จะเข้าสู่การป้องกันระดับทุติยภูมิ หมายถึงเราต้องรู้ว่าเป็นโรคอะไรอยู่ อาการเป็นอย่างไร ผ่านการตรวจเช็กง่าย ๆ เช่น หาหมอ และรับยารักษาโรค แต่สิ่งที่สำคัญของระดับนี้คือ เราต้องเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเองไม่ให้ติดผู้อื่น และป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน
1
เช่น ถ้าเป็นปอดอักเสบ ก็ควรดูแลตัวเองในระดับมาตรฐานที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นไข้เลือดออกแทรกซ้อนอีก อย่างไรก็ตามโรคบางโรคก็มีอาการที่ทับซ้อนกัน ดังนั้นสรุปอย่างเข้าใจง่าย ๆ ว่าการป้องกันในระดับที่ 2 เป็นการดูแลตัวเองควบคู่การหาหมอ เพื่อไม่ให้เกิดอาการหรือโรคอื่นแทรกซ้อนเพิ่มนั่นเอง
3) ระดับตติยภูมิ คือ ‘ระดับป้องกันคนมีโรคแทรกซ้อนให้ไม่เกินเลย’ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เป็นการป้องกันสูงสุดเพื่อไม่ให้คนที่มีอาการโรคแทรกซ้อนเข้าสู่สภาวะทุพพลภาพ พิการ หรือเสียชีวิต
- ระดับสามค่อนข้างรุนแรง การรู้ตัวจะต้องเกิดจากการวินิจฉัยของแพทย์ว่าเกิดอาการแทรกซ้อน ซึ่งเมื่อมีโรคแทรกซ้อนความรุนแรงที่มีผลต่อสุขภาพจะมีมากกว่าปกติ ดังนั้นการป้องกันคือรู้ตัวและพบแพทย์เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็วที่สุด แบบไม่ต้องรีรอ อย่าชะล่าใจ หรือคิดว่าสามารถรักษาเองได้
อย่างที่ได้กล่าวไปตั้งแต่ต้น แม้หน้าฝนจะดูโรแมนติกฝนพรำเย็นสบายแค่ไหน แต่ก็อาจมาพร้อมโรคที่รุนแรงและดุร้ายมาก ๆ ดังนั้นการรู้และเข้าใจที่จะป้องกันตัวเอง และสำรวจสุขภาพอยู่เสมอว่าเข้าขั้นระดับไหนจึงเป็นสิ่งที่ควรตระหนักรู้ เมื่ออยู่ระดับปฐมภูมิเรายังพอรักษาตนเองได้ เมื่ออยู่ระดับทุติยภูมิเรายังสามารถพึ่งพายาปฏิชีวนะหรือหนทางรักษาอย่างง่าย
แต่หากไปจนถึงระดับตติยภูมิหรือขั้นสุดท้าย หน้าฝนที่ว่าชิลล์ ๆ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นเรื่องหดหู่และหนักหน่วงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ดังนั้นด้วยความห่วงใยจากเอไอเอ ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง แล้วผ่านวัสสานะฤดูนี้ไปได้อย่างราบรื่นนะครับ ☔
ขอบคุณข้อมูล กรมสุขภาพจิต
ติดตาม Community AIA Thailand ได้ที่ https://www.blockdit.com/aiathailand
โฆษณา