10 มิ.ย. เวลา 08:26 • กีฬา

25 เรื่องควรรู้ ก่อนเกมชี้ชะตาไทย vs สิงคโปร์ ที่มีเกาหลีใต้ vs จีน มาเกี่ยวข้องด้วย

แม้ยูโร แม้โอลิมปิก จะใกล้เริ่ม แม้มีข่าวมวย ที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่ใจของผม คิดถึงเรื่องอื่นไม่ได้จริงๆ นอกจากฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่ไทยจะเจอสิงคโปร์ และ เกาหลีใต้จะเจอจีน
11 มิถุนายนคือวันชี้ชะตา ว่าอีก 2 ปีต่อจากนี้ ไทยเราจะได้โอกาสไปท้าชนกับพวกบิ๊กเนมในเอเชีย อย่างญี่ปุ่น, ซาอุฯ, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ (อีกรอบ) หรือ อิหร่าน ได้ไหม? หรือว่า เราจะต้องกลับไปออกสตาร์ตที่เอเชียนคัพ รอบคัดเลือกเหมือนเดิม
1
ดังนั้น ทั้งวันผมจึงอ่านข่าวเกี่ยวกับฟุตบอลโลก จากทุกสื่อ ทุกแหล่ง เก็บข้อมูลทุกมิติ จนในหัวแบบว่ามีแต่บอลโลก บอลโลก บอลโลก ซ้ำไปซ้ำมาครับ
เพื่อให้ในหัวทุกคน มีแต่บอลโลก บอลโลก บอลโลก เหมือนผม (5555) ผมจะเล่าเกร็ดที่น่าสนใจ เท่าที่ผมพบเจอมานะครับ การดูบอลวันอังคารนี้ จะได้สนุกยิ่งขึ้นเนอะ เริ่มกันเลย
-----------------------
1) ถ้าจีนไม่แพ้เกาหลีใต้ พวกเขาจะผ่านเข้ารอบต่อไปทันที โดยไม่ต้องสนใจคู่ไทยที่เตะเวลา 19.30 น. ว่าง่ายๆ คือ โชคชะตาอยู่ในกำมือตัวเอง แม้คู่แข่งคือเกาหลีใต้ที่เหนือกว่ามาก แต่ในทางทฤษฎี ก็ยังถือว่าจีนกุมชะตาชีวิตของตัวเองเอาไว้
1
2) อันดับโลกของเกาหลีใต้ อยู่ที่ 23 ของโลก ส่วนจีน อยู่อันดับ 88 ของโลก ห่างกัน 65 อันดับ ส่วนไทยอยู่อันดับ 101 ของโลก ขณะที่สิงคโปร์อยู่อันดับ 155 ของโลก ห่างกัน 54 อันดับ ช่องว่างของเกาหลีใต้กับจีน กว้างกว่าไทยกับสิงคโปร์เสียอีก
3) เกาหลีใต้จำเป็นต้องชนะจีน เพราะมีผลกับการวาง Seed ในรอบต่อไป ปัจจุบัน เกาหลีใต้อยู่อันดับ 23 ของโลก (อันดับ 3 ของเอเชีย มีแต้มฟีฟ่า 1563.99) ส่วนออสเตรเลียอยู่อันดับ 24 (อันดับ 4 เอเชีย มีแต้ม 1563.93) แต้มของสองชาตินี้ห่างกันแค่ 0.06 เท่านั้น
ถ้าหากเกาหลีใต้ เสมอจีน แต้มจะติดลบ 6.37 คะแนน แล้วถ้าออสเตรเลีย ชนะ ปาเลสไตน์ ที่แข่งวันเดียวกัน ออสซี่จะได้แต้มบวกเพิ่ม 5.51 คะแนน ว่าง่ายๆ คือ อันดับโลกของสองทีมจะสลับกันทันที
ในรอบต่อไป ของโซนเอเชีย จะแบ่งเป็น 6 โถ แต่ละโถ มี 3 ทีม เรียกตามอันดับฟีฟ่าเวิลด์แรงกิ้ง ที่จะตัดแต้ม หลังจบวันที่ 11 มิถุนายนนี้
โดยโถ 1 คือทีมอันดับ 1 2 3 ในเอเชีย ส่วนโถ 2 ก็ 4 5 6 เรียงมาเรื่อยๆ ถ้าเกาหลีใต้อยู่โถ 1 ก็จะไม่เจอญี่ปุ่น (อันดับ 1 เอเชีย) และ อิหร่าน (อันดับ 2 เอเชีย) แต่ถ้าเกาหลีใต้พลาดในนัดเจอจีน จนหล่นไปอยู่โถ 2 มีโอกาสแจ๊กพอตแตก เจอญี่ปุ่น หรือ อิหร่านได้ทันทีในรอบต่อไป
ไม่ใช่แค่หลบญี่ปุ่น หรือ อิหร่านเท่านั้น แต่ทีมที่อยู่โถ 1 รอบต่อไป จะการันตี "การเล่นในบ้าน" ใน Fixture สุดท้ายอีกด้วย ซึ่งมันสำคัญมากต่อการเข้ารอบ ถ้าคุณได้เล่นในบ้าน ในเกมชี้เป็นชี้ตายขนาดนั้น
4) สำหรับทีมชาติไทย ถ้าหากผ่านจีน เข้าไปเล่นในรอบต่อไปได้ ก็แทบจะ 100% ว่าเราจะอยู่ในโถ 5 เพราะมีทีมที่เข้ารอบ แล้วอันดับต่ำกว่าเราอยู่หลายกลุ่ม (เช่น กลุ่ม A อัฟกานิสถาน, อินเดีย, คูเวต ใครจะเข้าก็มีอันดับโลกต่ำกว่าเรา, กลุ่ม B เกาหลีเหนือ อันดับต่ำกว่าเรา และ กลุ่ม F จะอินโดนีเซีย หรือ เวียดนาม ใครเข้า ก็อันดับโลกต่ำกว่าเรา)
ในบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 ยุคเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ตอนนั้นไทยได้เข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย แต่อยู่ในโถ 6 ในฐานะทีมที่มีแรงกิ้งต่ำที่สุด คือ 119 ของโลก
5) วันที่ 11 มิถุนายนนี้ เวลาแข่งของฟุตบอลโลก 3 คู่ ที่มีผลต่อกันคือ (อ้างอิงตามเวลาไทย)
 
18.00 เกาหลีใต้ vs จีน
19.10 ออสเตรเลีย vs ปาเลสไตน์
19.30 ไทย vs สิงคโปร์
ความหมายคือ เกาหลีใต้ ไม่สามารถรอดูผลของออสเตรเลีย (ที่แย่ง Seed โถ 1 กันอยู่) ว่าชนะ แพ้ หรือ เสมอ เมื่อเกาหลีใต้แข่งก่อน ดังนั้นก็ต้องชนะไว้ก่อน เพื่อการันตีว่าผลคู่ออสเตรเลียออกมาแบบไหน อันดับโลกก็จะไม่แซงพวกเขา
เช่นเดียวกับไทยที่ได้ประโยชน์ เพราะเกาหลีใต้กับจีน แข่งเกือบจะจบอยู่แล้ว คู่ไทยถึงจะเริ่ม เราจะสามารถรอดูสถานการณ์ได้ ว่าผลคู่นั้นจบเท่าไหร่ แล้วสามารถวางแผนได้ถูก ว่าต้องชนะสิงคโปร์กี่ลูก
6) แฟนบอลจีน เรียกร้องขอให้สมาคมฟุตบอลจีน ทำเรื่องไปที่ AFC เพื่อขอให้เกาหลีใต้เลื่อนเวลาแข่ง เป็นเวลาเดียวกับไทย (19.30) จะได้ไม่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ อย่างไรก็ตาม สมาคมบอลจีนไม่ได้ส่งเรื่องไป เพราะเวลาแข่งนัดที่ 6 ถูกกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว
1
ยิ่งไปกว่านั้น ยื่นเรื่องไปเกาหลีใต้ก็ไม่ยอมอยู่ดี บอลเตะ 20.00 ที่กรุงโซล จะต้องเลื่อนเป็น 21.30 เพื่อเอาใจจีนอย่างนั้นหรือ ใครจะไปยอม
7) ดาวซัลโวของฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย หลังผ่านไป 5 เกม คือ ซน ฮึง-มิน (เกาหลีใต้) กับ อัลโมซ อาลี (กาตาร์) ยิงได้ 7 ลูกเท่ากัน แต่ซน ฮึง-มิน จะได้เครดิตดีกว่านิดหน่อย เพราะยิงจุดโทษน้อยกว่า
ส่วนดาวซัลโว อันดับรองลงมา (5 ลูก) มี 4 คน หนึ่งในนั้นคือ อู๋ เหล่ย ของจีน
8 ) ซน ฮึง-มิน เป็นนักเตะคนเดียวในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ที่ยิงได้ "ทุกนัด"
สิงคโปร์ (เหย้า) - 1 ลูก
จีน (เยือน) - 2 ลูก
ไทย (เหย้า) - 1 ลูก
ไทย (เยือน) - 1 ลูก
สิงคโปร์ (เยือน) - 2 ลูก
คำถามคือ ไม่รู้ ซน ฮึง-มิน จะเก็บโควต้าเอาไว้ใช้ในเกมสุดท้ายกับจีนด้วยหรือไม่ ซึ่งถ้ายิงได้ เขาก็จะยิงครบทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่มไปเลย
9) ในประวัติศาสตร์ของจีน เคยไปเยือนเกาหลีใต้ทั้งหมด 9 ครั้ง ผลลัพธ์คือ ชนะ 0 เสมอ 5 แพ้ 4 เว็บไซต์ Zubo สื่อกีฬาจีนบอกว่า ถ้าสังเกตดูดีๆ เสมอ มากกว่าแพ้เสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น ค่าเฉลี่ยเวลาเจอเกาหลีใต้ ถ้าแข่ง 2 นัด จีนจะดึงผลเสมอได้ 1 นัด ดังนั้นก็มีโอกาสเป็นไปได้ ที่แม้จะไม่ชนะ แต่จีนก็สามารถดึงผลเสมอออกมาจากเกาหลีใต้ในเกมนี้ ถ้าอ้างอิงตามหลักสถิติ
10) ผู้ตัดสินเกม เกาหลีใต้ กับ จีน ชื่อ โมฮัมเหม็ด อัล ฮอยช์ จากซาอุดิอาระเบีย ในเอเชียนคัพเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตัดสินเกมจีน กับ ทาจิกิสถาน โดยเกมนั้นจีนยิงประตูได้ ในนาที 80 แต่อัล ฮอยช์ เช็ก VAR แล้วไม่ให้ประตู จนส่งผลให้จีนตกรอบในเวลาต่อมาด้วย
ฝั่งจีนเซ็งมาก ที่ได้กรรมการคนนี้ในแมตช์เจอเกาหลีใต้ สื่อจีนโพสต์ว่า "กรรมการซาอุฯ ที่ถูกเลือกมาในเกมนี้ คือกรรมการที่ตัดสินผิดพลาดในเอเชียนคัพ นี่เป็นกรรมการที่เกลียดประเทศจีนอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นสิ่งที่เราต้องกังวล ไม่ใช่แค่เกาหลีใต้ แต่เป็นการลำเอียงของกรรมการด้วย"
11) เกาหลีใต้ กับ ญี่ปุ่น เป็นสองชาติที่ยิงประตูได้มากที่สุด ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ณ ขณะนี้ ยิงได้ 19 ลูกเท่ากัน เหมือนเป็นการชิงชัยกันกลายๆ ว่าใครจะเป็นทีมที่มีเกมรุกอันดับหนึ่ง โดยจะวัดจากผลการแข่งขันในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม (เกาหลีใต้ เจอ จีน, ญี่ปุ่น เจอ ซีเรีย)
ขณะที่เรื่องเกมรับ ญี่ปุ่น กับ ออสเตรเลีย ไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียวในรอบคัดเลือก ส่วนเกาหลีใต้ เสียแค่ 1 ลูกเท่านั้น ใน 5 เกม โดยคนเดียวที่ยิงเกาหลีใต้ได้ คือศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ในเกมที่กรุงโซล
12) เว็บไซต์ Sohu ในประเทศจีน ตั้งคำถามแกมๆ เล่น Mind Game ไปถึงสิงคโปร์ว่า อาจปล่อยตัวล้อฟรีในเกมเจอไทย "คิดดูว่า ถ้าสิงคโปร์ชนะไทย 10-0 ยังไงพวกเขาก็ไม่ผ่านเข้ารอบอยู่ดี เพราะตกรอบไปแล้ว มันจะมีเหตุผลอะไร ที่ต้องเล่นจริงจังในเกมเจอไทย"
13) เกาหลีใต้เปิด Public Training ให้แฟนบอลเข้ามาดูทีมชาติซ้อม ในวันที่ 8 มิถุนายน พร้อมกับมีการไลฟ์สด กินระยะเวลา 8 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่วอร์มอัพ ทำกิจกรรมทุกอย่าง ไปจนจบซ้อม บรรยากาศในทีมเต็มไปด้วยความชื่นมื่น
เฮดโค้ชชั่วคราว คิม โด-ฮุน ให้สัมภาษณ์ว่า "เราสร้างความสุขให้แฟนบอลของเราด้วยชัยชนะในเกมที่สิงคโปร์ และเราอยากจะปิดฉากรอบนี้ให้สวยที่สุดในบ้านของเราเอง ไม่ใช่แค่ผมที่คิดอย่างนี้ แต่นักเตะทุกคนก็คิดเหมือนกัน"
14) ในเกมที่ชนะสิงคโปร์ 7-0 เฮดโค้ชเกาหลีใต้ ตัดสินใจ ถอด อี คัง-อิน (เปแอสเช), อี แจ-ซัง (ไมนซ์) และ ซน ฮึง-มิน (สเปอร์ส) ออกจากสนามก่อนครบ 90 นาที หลายคนเชื่อว่า เก็บแรงนักเตะเหล่านี้ไว้ เพื่อส่งลงเป็นตัวจริงพร้อมกัน ในเกมเจอจีน วันอังคารนี้
โดยเฉพาะกับซน ฮึง-มิน นี่เป็นการเล่นไม่ครบ 90 นาที ครั้งแรกในฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกอีกด้วย
15) ถ้าหากเกาหลีใต้เอาชนะจีนไม่ได้ จะทำให้จีนเข้ารอบ ซึ่งจะมีโอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์แปลกๆ นั่นคือ เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ, ญี่ปุ่น และ จีน อาจถูกจับสลากมาอยู่กลุ่มเดียวกันหมดเลย เพราะทั้ง 4 ทีมที่ว่า จะอยู่คนละโถทั้งหมด ไม่บ่อยนัก ที่ทีมจากเอเชียตะวันออก จะได้อยู่ร่วมกลุ่มกันแบบนี้
16) สำหรับความเห็นในโลกออนไลน์ ของชาวเน็ตเกาหลี จากเว็บ nate ก็มีความคิดที่แตกต่างกันออกไป บางคนอยากให้ถล่มจีนให้ยับ แต่บางคนไม่อยากให้โหมเกินเพราะกลัวตัวเจ็บ
- จงจัดการพวกมัน ก่อนที่มันจะกลับมาแว้งกัดเรา
- ชนะ 8-0 ขึ้นไปเลยได้ไหม
- เราต้องระวังอาการบาดเจ็บด้วย พวกจีนคิดว่าตัวเองเป็นเส้าหลินซอคเกอร์
- ได้โปรดกรุณาจัดการพวกคนจีน ที่สร้างมลพิษให้โลกของเราด้วยเถอะ
- ถ้าเรายิงได้ 2 ลูกก่อน ควรเปลี่ยนตัวหลักให้หมด แล้วเอาสำรองลงแทน
- ไทยแลนด์สู้ๆ เดี๋ยวเราจะถล่มจีนให้ล่วงหน้าไปก่อนเลยนะ
- ตอนนี้เอเชียมีโควต้า 8.5 ทีมแล้ว แต่จีนก็ยังไม่ได้ไปบอลโลก พวกแกตลกดีว่ะ
1
17) สำหรับทีมชาติไทย เงื่อนไขในการเข้ารอบของเรา อธิบายแบบง่ายๆ คือ
เกาหลีใต้ ชนะ จีน 1-0, ไทยต้อง ชนะ สิงคโปร์ 3-0
เกาหลีใต้ ชนะ จีน 2-0, ไทยต้อง ชนะ สิงคโปร์ 2-0
เกาหลีใต้ ชนะ จีน 3-0, ไทยต้อง ชนะ สิงคโปร์ 1-0
เกาหลีใต้ ไม่ชนะ จีน, ไทยตกรอบ
หมายความว่า ต่อให้เชียร์เกาหลีใต้เอาชนะจีนได้สำเร็จ แต่ถ้าไทยไม่ชนะสิงคโปร์ล่ะก็ ทุกอย่างก็จบอยู่ดี ดังนั้นอย่าเอาแต่สนใจอีกสนาม ต้องโฟกัสที่ตัวเองสำคัญที่สุด
18) สิงคโปร์คือทีมเดียวที่ตกรอบไปแล้ว เหลือแค่เล่นตามโปรแกรมเท่านั้น โดยบรรยากาศของฟุตบอลในประเทศไม่ค่อยสู้ดีนัก คอมเมนต์ในเพจสมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ กล่าวถึงแมตช์นี้ว่า
- ถ้าผมไปประเทศไทย ผมขอไปเที่ยวตลาดน้ำ, เดินช็อปปิ้ง, ไปวัดวาอาราม ดีกว่านั่งทนดูทีมแมวเหมียวของเราโดนขยี้เละเป็นโจ๊ก สมาคมฟุตบอลของเราไร้สมอง และไร้ประโยชน์
- ตื่นเต้นจังเลย ที่จะเห็นทีมชาติไทย ไล่ถล่มสิงโตกระดาษ
- ดื่มชานม กับกินต้มยำให้อร่อยนะ หวังว่านักเตะจะยิ้มได้ ที่ประเทศแห่งรอยยิ้ม
- ขอให้โชคดี เดินทางไปสู้อย่างเต็มที่ และเอาผลการแข่งขันที่พอรับได้กลับมา
- ผมเชียร์อยู่นะ ... เชียร์ไทยนะ โดนสัก 8 เลยได้ไหม
- อยากให้โค้ชให้โอกาสดาวรุ่งหน่อยได้ไหม บางทีอาจจะไปเข้าตาทีมจากไทยลีกก็ได้ เลิกยึดติดกับตัวแก่ๆ ได้แล้ว!
19) หน้าเสื่อในนัดนี้ ทีมชาติไทยเป็นต่อเยอะ เพราะในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ไทยเจอกับสิงคโปร์ทั้งหมด 6 นัด ไทยชนะ 100% ทั้งเหย้าและเยือน แต่ประเด็นคือ ใน 6 นัดที่ว่านั้น มีเกมเดียวเท่านั้น ที่ชนะถึง 3 ลูก ที่เหลือก็ชนะ 1 ลูกบ้าง 2 ลูกบ้าง ยิงกันไม่ค่อยขาด
ประเด็นคือ ถ้าเกาหลีใต้ชนะจีนแค่ 1-0 แล้วไทยต้องชนะ 3 ลูก เราจะสามารถบดขยี้สิงคโปร์ได้ขนาดนั้นไหม เมื่อในอดีต เราก็ชนะพวกเขาไม่ค่อยขาดเท่าไหร่
20) นัดสุดท้ายที่ทีมชาติไทย เอาชนะคู่แข่งได้ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เกิดขึ้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2018 (เพราะจากนั้น ส่วนใหญ่เปลี่ยนไปเล่นที่ธรรมศาสตร์ รังสิต หรือไม่ก็ต่างจังหวัด) โดยคู่แข่งทีมนั้น ที่ไทยชนะ คือสิงคโปร์นั่นเอง
เกมนั้นไทยชนะ 3-0 คนยิงได้คือ พรรษา เหมวิบูลย์, ศุภชัย ใจเด็ด และ อดิศักดิ์ ไกรษร
21) สำหรับมาซาทาดะ อิชิอิ นี่เป็นการคุมทีมชาติไทย นัดที่ 9 ของเขา ความน่าสนใจคือ นี่จะเป็นครั้งแรก ที่เขาได้คุมทีมเจอทีมอันดับฟีฟ่า แรงค์กิ้ง ต่ำกว่า และอยู่อันดับต่ำกว่าร้อย นั่นคือสิงคโปร์ อันดับ 155
ก่อนหน้านี้ 8 นัด ทีมที่เขาเจอ มีอันดับโลกสูงกว่าทั้งหมด
- ญี่ปุ่น (อันดับ 17) แพ้ 5-0
- คีร์กีซสถาน (อันดับ 98) ชนะ 2-0
- โอมาน (อันดับ 74) เสมอ 0-0
- ซาอุดิอาระเบีย (อันดับ 56) เสมอ 0-0
- อุซเบกิสถาน (อันดับ 68) แพ้ 2-1
- เกาหลีใต้ (อันดับ 22) เสมอ 1-1
- เกาหลีใต้ (อันดับ 22) แพ้ 3-0
- จีน (อันดับ 88) เสมอ 1-1
22) ตั้งแต่อิชิอิ มาคุมทีมชาติไทย เรายิงประตูได้ทั้งหมด 5 ลูก มาจากนักเตะแค่ 3 คนเท่านั้น ได้แก่ ศุภชัย ใจเด็ด (2 ลูก), สุภโชค สารชาติ (2 ลูก) และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (1 ลูก) โดยทั้งสามคน เป็นผู้เล่นที่อิชิอิ เคยใช้งานมาก่อน สมัยคุมทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
23) ตั้งแต่อิชิอิ มาคุมทีมชาติไทย เขาใช้ตัวสำรองไม่ครบอยู่หลายนัด
- ญี่ปุ่น (ใช้ครบ 6/6)
- คีร์กีซสถาน (ใช้ครบ 5/5 )
- โอมาน (ใช้ไม่ครบ 4/5)
- ซาอุดิอาระเบีย (ใช้ครบ 5/5)
- อุซเบกิสถาน (ใช้ครบ 5/5)
- เกาหลีใต้ (ใช้ไม่ครบ 3/5)
- เกาหลีใต้ (ใช้ไม่ครบ 4/5)
- จีน (ใช้ไม่ครบ 3/5)
ในช่วงหลัง อิชิอิ เหลือโควต้าตัวสำรองตลอด เราพอจะเห็นแนวทางบางอย่างของเขานั่นคือ ถ้าทีมทรงดี Shape ดี ก็ไม่จำเป็นต้องใช้โควต้าครบก็ได้ แน่นอน มันอาจขัดใจแฟนบอลบางคน แต่มันก็คือวิธีการทำทีมของเขา
24) มูลค่าของนักเตะไทย กับ สิงคโปร์ เมื่อเทียบกัน โดยเว็บ Transfermarkt นักเตะไทยมีมูลค่ารวม 10.10 ล้านยูโร ส่วนนักเตะสิงคโปร์ทั้งทีม มีมูลค่ารวม 3.58 ล้านยูโร ถ้ามองในภาพรวม นักเตะเราดูดีกว่าในสายตาสื่อต่างชาติ
25) ตั๋วทีมชาติไทย ในเกมกับสิงคโปร์ ไม่มีเหลือแล้ว Sold Out ทั้ง 48,900 ที่นั่ง ตอนนี้ใครถือตั๋วไว้ เก็บให้ดีเลยนะครับ มีค่ามากๆ เลยทีเดียวล่ะ เพราะแฟนบอลคนไหน ก็อยากเข้าไปอยู่ในบรรยากาศสุดยอดของฟุตบอลโลกครับ แล้วนี่อาจเป็นเกมประวัติศาสตร์ ที่ทำให้เราได้ผ่านเข้ารอบต่อไปก็ได้ครับผม
-----------------------
นี่คือสรุปข้อมูล ที่ผมพบเจอ จนถึง ณ วันนี้นะครับ เอามาอัพเดทให้กับทุกคนได้รับรู้กันครับผม เพื่อการเชียร์บอลจะได้สนุกขึ้นอีกนิดนึงเนอะ
วันที่ 11 มิถุนายนนี้ จะเป็นวันอันยาวนานของทีมชาติไทยเลยครับผม ถ้าเกาหลีใต้ชนะจีนในคู่แรกไม่ได้ ก็จบ เราเชียร์ไทยกันเพลินๆ ในแมตช์สิงคโปร์ไปละกัน
แต่ถ้าเกิดเกาหลีใต้อัดจีนได้ขึ้นมา เท่านั้นล่ะครับ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน และหน้าจอไทยรัฐทีวี เดือดดาลแน่นอนครับผม!
โฆษณา