10 มิ.ย. เวลา 12:27 • กีฬา

อ่านมุมมองสื่อจีน สดุดีแท็กติกมาซาทาดะ อิชิอิ เอาต์คลาสโค้ชอีวานโควิช

ในขณะที่แฟนบอลไทยจำนวนหนึ่ง รุมต่อว่า มาซาทาดะ อิชิอิ ที่ไม่สามารถพาทีมชาติไทยบุกไปชนะจีนได้ ในมุมของฝั่งจีน พวกเขากลับชื่นชมอิชิอิ ว่าจัดแผนได้เหนือกว่า บรังโก้ อีวานโควิช เฮดโค้ชของทีมชาติจีน
แฟนบอลไทยอาจเซ็งที่ไม่ชนะ แต่บรรยากาศของฟุตบอลจีน ณ เวลานี้ เครียดกว่าเราเยอะ กับผลที่ออกมาเสมอ 1-1 แบบนี้
ตอนที่ผมอยู่จีน มีโอกาสคุยกับนักข่าวจีนคนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษได้ เขาบอกว่า จริงอยู่ว่าไทยมีแต้มน้อยกว่า แต่สถานการณ์กลับได้เปรียบกว่า
ผมถามเขาว่าทำไม เขาอธิบายว่า ถ้าเลือกได้ ระหว่าง มี 8 แต้ม แต่นัดหน้าต้องไปเยือนเกาหลีใต้ กับ มี 5 แต้มแล้วนัดหน้าเล่นในบ้านเจอสิงคโปร์ ถามใจจริงๆ ว่าจะเลือกอะไร เชื่อว่าร้อยทั้งร้อย ก็คงเลือกเจอสิงคโปร์แน่นอน เพราะการบุกไปเก็บ 1 แต้มในกรุงโซล มันยากเหลือเกิน
เกาหลีใต้เข้ารอบไปแล้ว ก็ใช่ แต่อย่าลืมว่านี่คือเกมสุดท้ายของพวกเขา ก่อนจะไปพักเบรกปิดฤดูกาล ทุกคนอยากอำลาแฟนๆ ในสนามอย่างสมบูรณ์ที่สุด แล้วยิ่งมีเรื่องค่าสัมประสิทธิ์จับสลากรอบต่อไปเป็นเดิมพันด้วย แน่นอนว่าเกาหลีใต้จะเล่นเอาจริงแบบ 100% ในนัดพบจีน
การบุกไปเสมอเกาหลีใต้ เป็นภารกิจที่สาหัสมากของจีน พวกเขารู้ดี ว่าโอกาสแพ้มันสูงลิ่วจริงๆ
คอลัมนิสต์จีน 3 คน จากสำนักข่าวไททัน สปอร์ต เขียนบทความเอาไว้หลังจบเกม ผมแปลมาให้อ่านนะครับ จะได้พอเห็นฟีลลิ่งของฝั่งจีนว่าผิดหวังในทีม มากกว่าที่เรารู้สึกหลายเท่าครับ
-------------------
[ บทความที่ 1 โดย หม่า เดซิง : แท็กติกของทีมชาติจีน แพ้คู่แข่งราบคาบ เลิกหวังว่าจะไปบอลโลกที่อเมริกาเหนือได้เลย ]
ค่ำคืนวันที่ 6 มิถุนายน ทีมชาติจีนเสมอกับไทย 1-1 ในเกมสำคัญที่สนามโอลิมปิก เสิ่นหยาง ถ้าเราชนะนัดนี้ เราจะผ่านเข้ารอบต่อไปทันที แต่เราก็ทำไม่ได้
เพื่ออธิบายให้เห็นภาพชัดขึ้น ผลเสมอเกมนี้ ทำให้ความได้เปรียบตกอยู่ในมือของคู่แข่งเรา คือใช่ ในทางทฤษฎี แค่เราเสมอกับเกาหลีใต้ เราก็จะเข้ารอบต่อไปทันที แต่ทีมชาติจีนของเรา มีประสบการณ์มาเยอะแล้วกับคำว่า 'แค่เสมอก็เข้ารอบ' ซึ่งสุดท้าย เราไม่เคยทำได้เสียที
เกมนี้ที่เจอกับไทย ทีมชาติจีนของเราพ่ายแพ้ในเรื่องแท็กติก ส่งผลให้นักเตะทุกคนเล่นแย่กันไปหมด เอาเป็นว่าจบสกอร์ 1-1 ได้ก็ดีมากแล้ว
ถ้าสังเกตดู เราจะเห็นว่าทีมชาติไทย เตรียมตัวได้ดีกว่าเรามาก ตั้งแต่ก่อนเกมจะเริ่ม พวกเขามีแท็กติกที่ชัดเจน และทำตามเป้าหมายนั้น ยกตัวอย่างเช่น ตั้งแต่ต้นเกม ไทยเน้นการโจมตีที่ริมเส้นเป็นหลัก และประตูขึ้นนำของพวกเขา ก็มาจากการครอสบอลด้านข้างเข้ามาตรงกลาง
ทีมชาติไทยทำตามแผนเป็นอย่างดี พวกเขาพยายามหาวิธี เอาไทอัส บราวนิ่ง เซ็นเตอร์แบ็กของเรา ออกมาจากพื้นที่ตรงกลาง คือบราวนิ่ง จะแข็งแกร่งมาก ถ้ายืนอยู่ตรงกลางในแผงกองหลัง แต่ทันทีที่เขาต้องวิ่งฉีกออกไปริมเส้น เขาจะลดความแข็งแกร่งลงทันที
ประตู 1-0 ของไทย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก พอหวัง เจิ้นอ้าว เพรสซิ่งขึ้นมากดดันจนหลุดจากตำแหน่ง ผู้เล่นไทยก็โยนบอลไปที่ฝั่งขวาของเราทันที บราวนิ่งต้องฉีกออกมาอยู่ตรงฟูลแบ็ก จนไม่มีใครคุมตรงกลาง นั่นทำให้หมายเลข 7 สุภโชค โหม่งเข้าไปแบบง่ายดายที่สุด ต้องบอกว่าแผนของมาซาทาดะ อิชิอิ เข้าเป้ามาก
นอกจากนั้นมิดฟิลด์ของไทยก็ข่มจีน เพราะเราใช้ หวัง ช่างหยวน เป็นกองกลางตัวรับแค่คนเดียวเท่านั้น กองกลางตำแหน่งอื่นของเรา ไม่เด่นเรื่องการครองบอล และรับ-ส่งบอล ตรงข้ามกับของไทย ที่มีหมายเลข 22 วีระเทพ เล่นมิดฟิลด์ตัวรับ และ มีหมายเลข 6 สารัช ยืนอยู่ข้างหน้าเล็กน้อย ทั้งคู่ช่วยกันต่อบอลระหว่างกันได้ดี
หน้าที่ของสารัช คือการประกบ และเคลื่อนที่ไปรอบๆ หวัง ช่างหยวน ไม่ให้เล่นเกมได้ง่ายๆ ซึ่งการป้วนเปี้ยนของสารัช ทำให้หวัง ช่างหยวน เล่นได้อย่างยากลำบาก แล้วจากนั้นพอไทยขึ้นนำ สารัช ก็ถอยลงต่ำเพื่อเล่นเกมรับมากขึ้น แล้วขยับหมายเลข 17 ศุภณัฏฐ์ ทำหน้าที่มาร์กกิ้ง หวัง ช่างหยวนแทน
ทีมชาติไทย สลับแผนตลอดเวลาระหว่างเกม พวกเขาครองบอลได้ดีกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า ตรงข้ามกับจีนเลย ที่เราไม่มีไอเดียอะไรเลย ผู้เล่นของเรา ไม่มีการให้เสียงอะไรกัน ไม่มีการตอบสนองใดๆ ทั้งนั้น พอบุกขึ้นมาทีก็โดนตัดบอล จนโดนคู่แข่งสวนกลับเร็วอยู่บ่อยๆ
คือโค้ชอีวานโควิช ใช้ 11 ตัวจริงชุดนี้ก็ได้ แต่ปัญหาคือ เขาไม่แก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเกม เกมนี้ก็เห็นอยู่ว่าไทยเจาะด้านข้าง แต่เรายังเล่นแบบ 4-4-2 ไดอามอนด์อยู่ได้ คือยกตัวอย่างนะ ถ้าเราเอา เกา เทียนอี้ ถอยมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับคู่กับหวัง ช่างหยวน แล้วเอา เหวย ซื่อหาว ไปเล่นมิดฟิลด์ด้านซ้าย แผนของเราจะเปลี่ยนเป็น 4-4-2 แบบหน้ากระดาน และเราก็สามารถโจมตีด้วยปีกสองข้างได้เลย บางทีผลลัพธ์ของเกม อาจเปลี่ยนไปจากนี้
สิ่งที่เราเห็นคือ โค้ช อีวานโควิช ไม่เข้าใจฟุตบอลจีนมากพอ จริงอยู่ เขาเคยพาชานตงคว้าแชมป์ลีก แต่ทุกวันนี้ ความสามารถของเขามันน่าผิดหวัง มีอย่างที่ไหน เกมแรกสุดของเขากับทีมชาติ อุตส่าห์นำสิงคโปร์ 2-0 ยังกล้าพลิกกลับมาโดนตีเสมอ 2-2 ได้ ตอนนั้นเราก็พูดกันว่า เขาเพิ่งมาคุมทีมใหม่ๆ ต้องให้เวลาปรับตัวกันก่อน แต่มาเกมนี้ เสมอไทยในบ้านอีก เราคงพูดได้แล้วว่า อีวานโควิชไม่ได้เข้าใจฟุตบอลจีนเลยสักนิด!
ในฐานะคนที่ติดตามบอลจีนมาตลอด และเห็นจีนปะทะกับไทย หรือเวียดนามมาแล้วหลายครั้ง ผมพอจะบอกได้เลยว่า คุณภาพฝีเท้า และเรื่องเทคนิค เราไม่ได้เหนือกว่าพวกเขาเลย ดังนั้นการไปต่อบอลสั้นเข้าสู้ ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนัก เราน่าจะใช้ข้อได้เปรียบเรื่องสภาพร่างกายมากกว่า เพราะทีมอย่างไทย หรือ เวียดนาม ไม่มีตัวโอนสัญชาติ ที่มีความสูงใหญ่ ร่างกายแข็งแกร่ง ดังนั้นเราก็น่าจะใช้กลยุทธ์ครอสบอลกลางอากาศโจมตีใส่
เราจะเห็นในช่วงท้ายเกม ว่าเราเพิ่งจะมาใช้งานจาง ยู่หนิง และ เจียง เฉิงหลง ใช้ส่วนสูงโจมตีไทย ซึ่งเราก็มายิงตีเสมอได้จากลูกเซ็ตพีซ ก่อนจะเป็นลามู่ยิงเข้าประตูไป คำถามคือ ทำไมโค้ชไม่เปลี่ยนแท็กติกตั้งแต่ต้นเกม แล้วใช้ลูกบอมบ์โจมตีไทยให้เร็วกว่านี้
1
บางทีในมุมของอีวานโควิช นี่คือเกมเล่นในบ้าน ถ้าใช้เกมโยนบอมบ์ มันจะดูชนะไม่สวย ดูไม่สง่างาม แต่เขาไม่เข้าใจเลยว่า สถานการณ์ของฟุตบอลจีนตอนนี้ จะเล่นสวยหรือไม่ ไม่สำคัญแล้ว ฟุตบอลจีนต้องการชัยชนะเกมนี้มากที่สุด ต่อให้เล่นไม่สวยแค่ไหนก็ไม่เป็นไร เราต้องชนะเพื่อเข้ารอบให้ได้ก่อน แล้วจากนั้น ค่อยๆ พัฒนาทีมให้เล่นสวยขึ้นก็ยังไม่สาย
ทางทฤษฎีแล้ว จีนขอแค่ 1 แต้ม ในนัดสุดท้ายที่ไปเยือนเกาหลีใต้ เราก็จะเข้ารอบต่อไป แต่มันก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของฝั่งเกาหลีใต้ด้วย ว่าจะเอาจริงแค่ไหน ไม่งั้นเราก็ต้องภาวนาให้สิงคโปร์ช่วยหยุดทีมชาติไทยให้ได้ แต่คำถามคือ สิงคโปร์จะช่วยทีมชาติจีนไปทำไม?
พูดตรงๆ เลยนะ ถ้ามองโลกตามจริงตอนนี้ เราควรทำใจ แล้วไปโฟกัสที่เอเชียนคัพรอบคัดเลือก เดือนมีนาคมปีหน้าเลยดีกว่า ส่วนฟุตบอลโลกที่จะจัดที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และ แคนาดา ในปี 2026 คงไม่มีอะไรให้ต้องห่วงกันอีกแล้ว
------------------------
[ บทความที่ 2 โดย ฟู ยาหยู : ทีมชาติจีน โดนโทษประหาร ]
ทีมชาติจีนของเรายังไม่ตายไปจากฟุตบอลโลกก็จริง แต่สิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้คือนักโทษ ที่รอการโดนประหาร ผลกรรมครั้งนี้ มันเป็นผลพวงมาจากเกมเสมอไทย
ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด เราต้องยอมรับว่า นักเตะในทีม มีน้อยคนมากที่เล่นได้ตามมาตรฐานของตัวเอง คนที่เราพอจะชมได้ มีแค่ ลามู่, หวัง เจิ้นอ้าว และ สู เฮ่าหยาง สามตัวผู้เล่นใหม่ ที่เพิ่งจะเคยลงเล่นกับทีมชาติเป็นนัดแรก
ถึงแม้ว่าเราจะสร้างโอกาสได้บ้าง จากจุดโทษของแฟร์นันดินโญ่ และโอกาสเน้นๆ หลายครั้งในครึ่งหลัง แต่ต้องบอกว่าเราโชคดีมากกว่า ที่จบเกมแบบไม่แพ้ อาจจะเพราะเป็นสนามศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองเสิ่นหยางก็ได้ ที่ช่วยชีวิตเราไว้ คือถ้าดูโอกาสของไทยในครึ่งแรก ที่ยิงชนเสาบ้าง เฉี่ยวประตูบ้าง ต้องบอกว่าเราโชคดีมาก ที่ 45 นาทีแรก โดนนำแค่ 1-0 เพราะตอนนั้นทีมชาติจีนเล่นเหมือนคนที่ยอมรับสภาพแล้ว
โค้ชอีวานโควิชของเรา โดนมาซาทาดะ อิชิอิของไทย ทำลายแผนอย่างราบคาบ จนต้องเปลี่ยนตัวคนแรกในนาทีที่ 28 แต่ก็ไม่สามารถทำให้เกมดีขึ้นมาได้สักเท่าไหร่
อีวานโควิช จัดตัวมั่วซั่วไปหมด จุดแข็งของทีมเรา โดนทำลายทิ้งด้วยมือเราเอง เหวย ซื่อหาว โดดเด่นถ้ายืนริมเส้นด้านซ้ายแล้วใช้วิธีการตัดเข้าใน แต่เขาโดนจับมาอยู่ตรงกลาง หรืออลัน ที่เหมาะจะเป็นกองหน้าตัวต่ำ ก็โดนดันไปยืนกองหน้าตัวเป้า นอกจากนั้น เกมด้านข้างของเราไม่มีเลย จำนวนครั้งในการครอสบอลนับครั้งได้ เกมรุกด้วยริมเส้นของเรา หายไปจากเกมโดยสมบูรณ์ เราไม่มีตัวจ่ายบอลที่มีประสิทธิภาพเลย
พอครึ่งแรกจบลง ผมไม่อยากเชื่อสายตา ถ้าไม่รู้มาก่อน ผมจะคิดว่าอีวานโควิชเป็นสายสืบของทีมชาติไทย ที่ส่งมาอยู่กับเราด้วยซ้ำ
ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราไปเยือนสิงคโปร์ แล้วนำ 2-0 แต่ก็โดนตีเสมอ 2-2 นั่นคือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่มากของอีวานโควิช กลายเป็นว่าทีมชาติจีนของเรา จากที่สถานการณ์สดใสอยู่ดีๆ พลิกกลับตาลปัตรเลย
จริงๆ ถ้าเราชนะสิงคโปร์นัดนั้น เกมนี้เราเล่นกับไทย แค่ไม่แพ้ก็เข้ารอบแล้ว อยู่ๆ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด กลายเป็นว่า การเจอไทยนัดนี้ เราต้องเล่นเพื่อให้ชนะเท่านั้น ความยากมันก็ผิดกัน
สิ่งที่ไม่เข้าใจในตัวอีวานโควิชก็คือ นักเตะคนสำคัญก็ควรได้เล่นในตำแหน่งที่เขาถนัด ไม่งั้นจะระเบิดผลงานดีที่สุดออกมาได้อย่างไร แต่เขาสลับตำแหน่งกันมั่วไปหมด นี่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าอีวานโควิชกับทีมงาน ได้ดูไชนีส ซูเปอร์ลีก เหมือนอย่างที่พวกเราดูกันหรือเปล่า?
แน่นอน เราพอจะปลอบใจตัวเองได้ว่า โชคชะตายังอยู่ในมือเราเอง แค่เราเสมอเกาหลีใต้ในอีก 5 วันข้างหน้า เราก็เข้ารอบแล้ว แต่เอาจริงๆ นะ สิ่งที่โค้ชของเราทำให้เห็นในการเจอกับไทยในวันนี้ ถ้าหากต้องไปเจอกับซน ฮึง-มิน และ อี คัง-อิน ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะบุกไปแบ่งแต้มได้อย่างไร เราอย่าหลอกตัวเองกันอีกเลย!
------------------------
[ บทความที่ 3 โดย หวัง เซียวรุย : ใช้บทเรียนจากไทย เอาไปสู้เกาหลีใต้ ]
เกมที่ 5 ของฟุตบอลโลกจบลงแล้ว จีนทำได้แค่เสมอ 1-1 กับไทย แปลว่าเราต้องบุกไปเกาหลีใต้ เพื่อดึงเสมอให้ได้ นี่คือเกมแห่งชีวิต ซึ่งเราต้องเอาความผิดพลาดในเกมเจอไทย นำมาใช้เป็นบทเรียนก่อนจะเจอเกาหลีในวันที่ 11 มิถุนายนนี้
ในเกมที่เสิ่นหยาง จีนใช้ระบบ 4-4-2 แบบไดอามอนด์ ที่เน้นการโจมตีตรงกลาง แต่มาซาทาดะ อิชิอิ ใช้ระบบ 4-3-3 โดยมีความเชื่อมั่นในตัวริมเส้นอย่างมาก โดยเฉพาะสุภโชค สารชาติ ที่เป็นตัวความหวังของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมในเจลีก สังเกตได้ว่า ทุกครั้งที่เล่นให้ทีมชาติไทย เขามีผลงานยอดเยี่ยมเสมอ ในเกมที่เราไปเยือนไทยที่กรุงเทพเมื่อปีที่แล้ว ก็มีสุภโชคคอยปั่นป่วนแนวรับของเราอยู่เรื่อยๆ คือคนยิงประตูเราอาจเป็นสารัช อยู่เย็น แต่จุดเริ่มต้นของประตูก็มาจากสุภโชคนี่ล่ะ
รวมถึงประตูที่ไทยยิงเกาหลีใต้ที่โซล จุดเริ่มต้นก็มาจากสุภโชคเช่นกัน ที่ได้บอลทางฝั่งซ้ายก่อนที่ไทยจะได้ประตูตีเสมอจากศุภณัฏฐ์
ไม่ใช่แค่สุภโชค แต่ปีกขวา เจริญศักดิ์ และ กองหน้าศุภชัย พวกเขามีศักยภาพที่จะลากบอลเข้าไปถึงเขตโทษของทีมชาติจีนได้เลย
ขณะที่ในเกมรับ อิชิอิ ไม่มีพรรษาที่บาดเจ็บ แต่แทนที่จะใช้เอเลียส ที่สูงถึง 196 เซนติเมตร เขากลับเลือกใช้ กฤษฎา ที่มีส่วนสูงน้อยกว่า แต่ต่อบอลได้ดีกว่า ดังนั้นเราเห็นเจตนาเลยว่า ทีมชาติไทย ต้องการเล่นบอลสั้น อันรวดเร็วโจมตีใส่ทีมชาติจีน
การเลือกผู้เล่นของทีมชาติไทย ดูมีความมั่นใจ และมีความเยือกเย็น แต่ของฝั่งจีนกลับตรงข้ามกัน เราจัดแผน 4-4-2 แบบไม่ใช้ตัวริมเส้นเลยสักคน แถมโค้ชเลือกใช้นักเตะไม่ตรงตำแหน่งอีกต่างหาก
เมื่อลงเล่นจริงๆ ทีมของเราก็ไม่ค่อยนิ่ง ดูได้เลยจากช่วงทดเจ็บท้ายเกม เราได้ฟรีคิกระยะอันตราย ตามหลักก็น่าจะเอาคนที่มีกำลังขายังดี เป็นคนยิง แต่อีวานโควิชออกมายอมรับหลังเกมว่า ไม่มีการวางคนยิงเอาไว้ก่อน จะเห็นเลยว่า การเตรียมตัวหลายๆ อย่างมันไม่พร้อมเลย สู้กับฝั่งไทยไม่ได้
ไทยขึ้นนำเรา กว่าเราจะรู้ตัว และแก้เกมมาใช้ลูกโยนกลางอากาศได้ ก็เข้าครึ่งหลังแล้ว เราน่าจะสังเกตเห็นตั้งนานแล้ว ว่าแนวรับของไทยมีส่วนสูงไม่เยอะและควรเน้นโจมตีด้วยการโยนเยอะๆ
หลังจากเราตีเสมอได้ 1-1 มีช่วงประมาณ 2-3 นาที ที่เราเดินหน้าบุกแหลกเพื่อยิงอีกลูกให้ได้ แต่เมื่อเราทำไม่ได้ ทิศทางของเกม ก็เริ่มกลับมาเท่ากันอีกครั้ง ทีมไทยเริ่มหาจังหวะโต้ได้ ส่วนเกมรุกของจีนก็ไม่มีอะไรหวือหวาอีก
บทสรุปคือเกมนี้ จีนมีข้อผิดพลาดหลายอย่าง เช่นการส่งเอา เกา เทียนอี้ ลงเป็นตัวจริง แต่ก็เปลี่ยนตัวออกทันที ทั้งๆ ที่ยังไม่จบครึ่งแรก แสดงให้เห็นเลยว่า คุณตัดสินใจผิดตั้งแต่เริ่ม รวมถึงการวางแท็กติกของโค้ช ก็ทำให้เราเสียเปรียบคู่แข่งอย่างชัดเจนขึ้น
เกมนี้ที่เจอกับไทย เหมือนเป็นการทดสอบครั้งสุดท้าย โดยเกมหน้าที่เจอกับเกาหลีใต้ เปรียบเทียบได้กับ วันสอบเข้ามหาวิทยาลัยของจริง หวังว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จะทำให้เราได้รับคำตอบที่ถูกต้อง แล้วเอาไปใช้เกับเกาหลีใต้ได้
นัดต่อไปกับเกาหลีใต้ โค้ชอีวานโควิช ควรเลือกคนที่อยู่ในฟอร์มดี ส่งบอลดี หาพื้นที่เก่ง อยู่ใน 11 ตัวจริง การหานักเตะ 11 คน ที่รู้หน้าที่ของตัวเอง และมีทีมเวิร์กที่ดี จะทำให้ศักยภาพของทีมสูงขึ้นได้ เหมือนกับที่ทีมชาติไทย แสดงให้เราเห็นในนัดนี้
-------------------
จะเห็นได้ว่า มุมมองของฝั่งจีน ให้เครดิตอย่างมากกับอิชิอิ ที่ทำการบ้านจีนมาอย่างละเอียด รู้ว่าใช้แผน 4-4-2 ไดอามอนด์แน่ เลยสู้กลับด้วยแผน 4-3-3 (หรือบางทีก็พลิกเป็น 4-2-3-1) ที่ใช้การโจมตีริมเส้นเข้าทำ
ผมไล่อ่านบทความของฝั่งจีนมาหลายสำนักมาก มีแต่ด่าทีมชาติตัวเอง ส่วนเวลาพูดถึงไทยก็กล่าวชมในเรื่องการวางแท็กติก และวิธีการเล่น
เมื่อเห็นฟีดแบ็กของฝั่งจีนแล้ว ผมจึงรู้สึกแปลกใจมาก ที่โลกออนไลน์ของไทย อิชิอิ กลับโดนบางคนตำหนิอย่างรุนแรง ถึงกับขับไล่ไสสงเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่ สิ่งที่เขาทำ มันไม่ได้แย่อะไรเลย
เสมอจีน ทีมที่อันดับโลกสูงกว่าเรา ในบ้านของเขา ในสภาพความกดดันอย่างหนักจากกองเชียร์ทั้งสนาม แล้วเราดึงผลเสมอได้ ด้วยฟอร์มที่เหนือกว่า ไม่เห็นต้องไปด่าทออะไรโค้ชแบบนั้นครับ
ผมบอกเสมอว่า ทีมชาติของเรา เราวิจารณ์โค้ชได้อยู่แล้ว ผมก็ทำ เช่น เรื่องโค้ชไม่ยอมเปลี่ยนตัว โค้ชส่งกฤษฎาลง เรื่องพวกนี้เราคุยกันได้หมดครับ แต่มันก็ต้องมีลิมิตครับ ไปด่าทอ ไปขับไล่ว่าเขาควรโดนไล่ออก แบบนี้มันไม่ถูกต้องละครับ
ถ้าจำกันได้ ตอนเราแพ้จีน 2-1 ที่ราชมังฯ ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่เลยล่ะ คิดว่าเราตกรอบแน่ แต่รู้ตัวอีกที เรามีลุ้นได้จนถึงนัดสุดท้ายขนาดนี้ ผมว่าอิชิอิก็ควรได้เครดิตตรงนี้นะครับ
ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็ยังเชื่อว่า เรามีลุ้นมากๆ ที่จะเข้ารอบ เอาเป็นว่าวันอังคารนี้ เรามานั่งเชียร์ ซน ฮึง-มิน ขยี้จีนให้เละ ตอน 18.00 ต่อด้วยเชียร์ทีมชาติไทยพิชิตสิงคโปร์ในเวลา 19.30 กันดีกว่าครับผม
โฆษณา