14 มิ.ย. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

เราเข้นะ เพิ่งย้ายมาอยู่ข้างบ้าน เพราะโลกเดือด จระเข้จึงต้องย้ายบ้านมาอยู่ใกล้มนุษย์

หลายต่อหลายครั้ง ปัญหาโลกเดือดมักนำเรื่องคาดไม่ถึงมานำเสนอให้เราทราบ
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ประชาชนชาวศรีลังกาในเมือง Akuressa ต้องเผชิญพบหน้ากับเพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยอยากเจอสักเท่าไหร่
ตามที่ผ่านมาพบว่า ชาวเมือง Akuressa มีเหตุพบปะกับจระเข้บ่อยครั้งขึ้น และเป็นไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
ใครบางคนที่กำลังเดินทางไปทำมาหากิน ออกไปทำไร่ทำนา ต่างก็พบเจอจระเข้กันจนเป็นเรื่องปกติบนความไม่ปกติของสภาพอากาศ
บางคนจ๊ะเอ๋กับ ‘ไอ้เข้’ ในเรือกสวนไร่นาบ้าง ท่อระบายน้ำบ้าง
แต่บ้างก็ประสบโชคร้ายมีจระเข้เข้ามาเยือนและแวะพักอาศัยอยู่ในบ้านก็เกิดขึ้นในปริมาณที่ไม่น้อย
การพบเจอจระเข้ในศรีลังกามักเกิดขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ที่เริ่มเกิดถี่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ตัวอย่างเมื่อช่วงเดือนตุลาคมของปีที่ผ่านมา มีรายงานการพบจระเข้ตามนาข้าว รวมถึงลำคลองเล็กๆ ที่เชื่อมจากแม่น้ำสายหลักไปยังชุมชนต่างๆ หลายจุดด้วยกัน
ในเรื่องนี้ นักสัตว์วิทยาอธิบายว่า จระเข้เป็นสัตว์ที่ชอบอาศัยในแหล่งน้ำนิ่งหรือไหลเอื่อยๆ
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันหรือเมื่อน้ำไหลเชี่ยวรุนแรง พวกมันจะย้ายไปหลบภัยตามแหล่งน้ำอื่นๆ ที่น้ำไหลช้ากว่า
อันเป็นกฏการเอาตัวรอดพื้นฐานของสัตว์
แต่ในบางกรณีเมื่อแม่น้ำเอ่อล้นท่วมมากๆ มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จระเข้จะพาตัวเองออกจากแม่น้ำแล้วเข้าไปอาศัยตามจุดที่น้ำท่วมไม่หนัก
อย่างตามเรือสวนไร่นาหรือในพื้นที่ชุมชนแม้กระทั่งบ้านเรือนผู้คน
อันที่จริง ผู้คนในเมือง Akuressa ค่อนข้างจะคุ้นเคยกับจระเข้เป็นอย่างดีจากตำนานเมือง หรือต่างก็รู้ว่าตรงไหนเป็นที่อยู่อาศัยของจระเข้บ้าง
แต่เดิมต่างก็ใช้ชีวิตกันแบบต่างคนต่างอยู่มาโดยตลอด
แม้จะผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมตามฤดูกาลมากี่ยุคกี่สมัยก็ตาม ผู้คนต่างรู้จักหลบหลีกเลี่ยงการเจอหน้าและใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง
จระเข้เองก็ไม่อยากอยู่ใกล้ผู้คนเช่นกัน
จวบจนปัจจุบันที่เหตุการณ์ได้เปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม กลายเป็นพบเจอในสถานการณ์และสถานที่ที่คาดไม่ถึง จึงเกิดความวิตกกังวลเพิ่มเติมให้กับผู้คน
แม้เรื่องนี้ อาจเป็นเหตุการณ์ที่เราเคยได้เห็นในข่าวสารกันอยู่บ่อยๆ ในประเทศไทยก็เคยมีเรื่องราวเช่นนี้ให้รับทราบ หลายครั้งหลายคราเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่
แต่ก็ต้องขยายเพิ่มเติมว่ากรณีในศรีลังกากับประเทศไทยนั้นต่างกันตรงที่ ในศรีลังกานั้นเป็นจระเข้ตามธรรมชาติไม่ใช่หลุดจากฟาร์มเพาะเลี้ยงอย่างในบ้านเรา
ซึ่งในความเป็นสิ่งมีชีวิต นั่นหมายความว่า จระเข้ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วยเช่นกัน
เพราะน้ำที่ไหลเชี่ยวมาฉับพลันนั้นมักหมายถึงการนำมาขยะหรือกระทั่งท่อนซุงลอยมากระแทกตัวสัตว์จนได้รับบาดเจ็บ
แต่ในความหมายที่มากกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมมีส่วนต่อการทำลายรังที่วางไข่ของจระเข้ ที่จะกระทบต่อจำนวนประชากรตามธรรมชาติในอนาคต และอาจจินตนาการไปไกลถึงเรื่องการสูญพันธุ์จากถิ่นที่อยู่อาศัยได้เหมือนกัน
และไม่ว่าจะเป็นจระเข้เลี้ยงหรือจระเข้ตามธรรมชาติ ก็คงไม่มีใครอยากเจออยู่แล้ว - จริงไหม ?
นอกจากที่ศรีลังกาแล้ว ปัจจุบันมีการพบจระเข้ใกล้บ้านเรือนผู้คนเกิดขึ้นหลายแห่งทั่วโลก
เช่น เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ชาวออสเตรเลียได้รับคำเตือนให้ระวังจระเข้ในช่วงน้ำท่วมรุนแรงในรัฐควีนส์แลนด์
เมื่อพายุเฮอริเคนไอดาพัดถล่มสหรัฐอเมริกาในปี 2021 มีชายคนหนึ่งถูกจระเข้กัดขณะลงไปว่ายน้ำในจุดน้ำท่วมขังที่นิวออร์ลีนส์
หรืออีกเหตุการณ์มีจระเข้ 70 ตัวหนีออกจากฟาร์มในช่วงน้ำท่วมรุนแรงทางตอนใต้ของจีนเมื่อเดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา
ดังจะเห็นว่าทุกเหตุการณ์มีสาเหตุเดียวกัน คือ มันมาหลังจากเหตุน้ำท่วมแบบไม่ปกติตามวัฏจักร
ซึ่งเกิดจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยน้ำมือมนุษย์
 
อ้างอิง
As Sri Lanka floods swell with climate change, so does human-crocodile conflict https://shorturl.asia/7a8vF
โฆษณา