16 มิ.ย. เวลา 03:12 • ข่าวรอบโลก
ปารีส

ปารีส พยายามลดมลพิษทางเสียงลง 4 เดซิเบล เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีและยั่งยืน

เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส กำหนดนโยบาย ตั้งเป้าลดมลพิษทางเสียงลงให้ได้ 4 เดซิเบล หลังกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่เสียงดังที่สุดในยุโรป เพราะธุรกิจบันเทิงยามค่ำคืนคึกคัก ส่งผลต่อสุขภาพการนอนหลับของผู้คน
‘ปารีส’ เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศส ขึ้นชื่อเป็นนครแห่งแสงสี โดดเด่นในเรื่องศิลปะ สถาปัตยกรรมต้องมนต์เสน่ห์ มีอาหาร ไวน์ ขึ้นชื่อ และแหล่งช้อปปิ้ง เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ในขณะที่ยามราตรี เมืองปารีส ก็ไม่เคยได้หลับใหล ทุกช่วงถนนจะมีสถานที่สำหรับปาร์ตี้มากมาย ตั้งแต่ร้านไวน์ คลับ คาบาเร่ต์ สนุกสนานได้จนถึงรุ่งเช้า
ปารีสกำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางเสียง
ด้วยการใช้ชีวิตท่ามกลางความคึกคักยามค่ำคืน ทำให้เมืองที่แสนสวยงามนี้กลายเป็นหนึ่ง ในเมืองที่มีเสียงดังที่สุดของยุโรป
ตามการวิเคราะห์ร่วมกันจากองค์กร บรูตปาริฟ (Bruitparif) และ แอร์พาริฟ( Airparif) พบว่า กว่า 80% ของประชากรในย่าน อิลเดอฟรองซ์ (île-de-france) ผู้อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากระดับมลพิษทั้งทางเสียง และ ทางอากาศที่เกินคําแนะนําขององค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด
ทั้งนี้เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางเสียง จึงได้มีการเปิดแนวทางหารือสาธารณะเมื่อสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน พ.ศ.2567 เพื่อหาวิธีสกัดเสียงจากการขนส่ง และ เสียงในระแวกใกล้เคียง เช่น คลับ บาร์ โดยตั้งเป้าเป็นนโยบาบเมืองลดเสียงรบกวนลงให้ได้ 4 เดซิเบล
ปารีสลดมลพิษทางเสียงอย่างไร?
ความพยายามของปารีสในการทําให้เมืองสงบลง สอดคล้องกับวาระสีเขียวของเมือง
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สภาได้ปิดบางพื้นที่ เช่น ริมฝั่งแม่น้ําแซน ด้วยการเปิดตัวเลนจักรยานใหม่หลายร้อยกิโลเมตร และลดจำนวนยานพาหนะที่ก่อมลพิษ ซึ่งช่วยลดเสียงก่อกวนจากการจราจรได้ในบางส่วน และยังมีรายงานว่า การทำเช่นนี้สามารถลดเสียงเสียงรบกวนบนท้องถนนได้ถึง 20% หรือราวๆ 2 เดซิเบล
และยังมีมาตรการอื่นๆ อีก เช่น ติดตั้งเรดาร์เสียงในบางเขตเพื่อตรวจจับและปรับยานพาหนะที่มีเสียงดัง การราดยางมะตอยลดเสียงรบกวน ซึ่งกำลังทดลองบนถนน Rue de Courcelles
ภายใต้แผนควบคุมเสียงรบกวนฉบับที่ 2 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564-2569 ปารีสตั้งเป้าว่าจะลดเสียงลง 1-4 เดซิเบลหากเป็นไปได้
เอ็มมานูเอล เกรกัวร์ (Emmanuel Grégoire) รองนายกเทศมนตรีคนแรกกล่าวกับหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส ว่า มีความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเมืองปารีส โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ให้ความบันเทิง แต่ก็มองว่าการพักผ่อนและการนอนหลับก็เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง
การหารือสาธารณะซึ่งมีกําหนดดําเนินการจนถึงเดือนตุลาคม จะระบุมาตรการตัดเสียงรบกวนในสิ่งแวดล้อมจากการขนส่ง รวมไปถึงสถานบันเทิงยามค่ำคืน แต่ในส่วนของการจัดงานโอลิมปิกฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้านั้นยกให้เป็นข้อยกเว้น
ต้นทุนด้านสุขภาพและสังคมของมลพิษทางเสียงคืออะไร?
Ademe (สํานักงานจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานของฝรั่งเศส)ให้ข้อมูล
ว่า ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อรางกายที่ได้รับผลกระทบจากเสียงในย่าน อิล-เดอ-ฟรองซ์ (île-de-France) อยู่ที่ประมาณ 42.6 พันล้านยูโรต่อปี หรือ ราวๆ 1.68 ล้านล้านบาท
สิ่งนี้แสดงถึงผลกระทบด้านสุขภาพจิต และสุขภาพทางกายมากมายที่จากมลพิษทางเสียง โดยการนอนหลับที่บกพร่องเชื่อมโยงกับความเครียด และประสิทธิภาพการทํางานที่แย่ลง รวมไปถึงปัญหาหัวใจ
ผู้คนกว่า 30% อยู่กับระดับเสียงเกิน 55 เดซิเบล
ผู้คนมากกว่า 30% ทั่วสหภาพยุโรป ใช้ชีวิตกับระดับเสียงที่เกิน 55 เดซิเบลในเวลากลางคืน ซึ่งด้วยเสียงระดับนี้ WHO กําหนดให้เป็นเกณฑ์ที่สามารถก่อให้เกิดความผิดปกติของหัวใจ หลอดเลือด และ ความดันโลหิตสูง
แผนใหม่ของปารีสตั้งเป้าให้ผู้อยู่อาศัย ได้รับประโยชน์จากมาตรฐานเวลากลางคืนของ WHO เพิ่มขึ้นจากจำนวน 54% เป็น 63% ของประชากรในปัจจุบัน
แดน เลิร์ท (Dan Lert) รองนายกเทศมนตรีด้านการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยาจะเป็นผู้นําในการริเริ่ม ด้วยการรวบรวมคณะกรรมการท้องถิ่น หน่วยงานด้านสุขภาพ และ ความปลอดภัย ประสานงานกับตํารวจเทศบาลเพื่อร่วมดำเนินโครงการรณรงค์ดังกล่าว
โฆษณา