17 มิ.ย. เวลา 04:42 • ธุรกิจ

ESG ในบริบทของแปซิฟิกไพพ์ องค์กร 50 ปีโลดแล่นในธุรกิจท่อเหล็กรูปพรรณ

กรณีศึกษาแนวคิด ESG แปซิฟิกไพพ์ โลดเล่นในธุรกิจผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กรูปพรรณมากว่า 50 ปี ภายใต้แนวคิด 3 แกนหลักพัฒนาธุรกิจยั่งยืน “เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”
กล่าวกันว่า การทำธุรกิจในปัจจุบันมีความท้าทายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติที่วันนี้ถูกทำลาย จนเหลือให้ใช้น้อยลงทุกที หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงทางประชากรที่เด็กเกิดน้อยลง เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ธุรกิจจึงต้องตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้และปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด และหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่หลาย ๆ ธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจที่อยู่ในบริษัทจดทะะเบียนใช้เป็นกรอบการทำงานคือ ‘ESG’ (Environmental, Social, Governance) ซึ่งแนวคิดนี้เป็นที่พูดถึงทั่วโลก
แปซิฟิก ไพพ์ องค์กร 52 ปี
ผู้นำธุรกิจท่อเหล็กรูปพรรณ
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด เป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กรูปพรรณเต็มรูปแบบ หากย้อนดูเส้นทางธุรกิจ เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2515 ด้วยก้าวแรกจากธุรกิจครอบครัวของตระกูล ‘เลขะพจน์พานิช’ เปิดโรงงานผลิตรถเด็กเล่น ในนาม ‘โรงงานตั้งหมงเส็ง’ ก่อนขยับสู่ธุรกิจการผลิตท่อเหล็กเฟอร์นิเจอร์ ในปี พ.ศ. 2524
ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในนาม บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2534 เพื่อผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กรูปพรรณเต็มรูปแบบ ก่อนก้าวเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมท่อเหล็กของไทย โดยในปี พ.ศ. 2547 ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพและขยายโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ
ปัจจุบัน บริษัทมีโรงงานผลิต 4 แห่ง ศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่ง เพื่อรองรับลูกค้าจากทั่วทุกภูมิภาคในประเทศ และมีสำนักงานขายตั้งอยู่ถนนพระราม 4 เป็นผู้ผลิตท่อเหล็กรูปพรรณทั้งท่อเหล็กสำหรับงานโครงสร้าง และท่อเหล็กสำหรับงานระบบ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 4.5 แสนตันต่อปี รายได้อยู่ที่ประมาณ 8 พัน-1 หมื่นล้านบาทต่อปี
ผู้บริหารต้องเข้าใจแกนของการทำ ESG
ในงาน The Story Thailand Forum 2024 ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด ได้ถ่ายทอดแนวคิดของการทำ ESG ของบริษัท พร้อมกับบอกกรอบการทำงาน (Fremework) และวิธีการลงมือทำ (Action) ที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในหัวข้อ Real used case: ESG in Action
ดร.เอื้อมพร กล่าวว่า ธุรกิจเหล็กเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวในเรื่องการค้าสูงมาก เพราะฉะนั้นเราต้องขายอยู่บนวอลลุ่มเยอะ และมาร์จิ้นบาง ฉะนั้นโจทย์การทำงานที่สำคัญคือ ทำอย่างไรที่เราจะสร้างโอกาสในการแข่งขันได้ และมีความสามารถในการทำกำไรให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ยากมาก และ KPI ของซีอีโอที่เข้ามา ต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงคือ ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คุณจะพาแปซิฟิกไพพ์ไปอยู่ตรงไหน
“ก่อนที่จะมาทำงานในแปซิฟิกไพพ์ เป็นคนที่สนใจเรื่อง ESG อยู่แล้ว และได้มีโอกาสไปเรียนในตลาดหลักทรัพย์จริงจัง จนได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG (ESG Expert) ดิฉันมองว่าหลายธุรกิจอาจจะยังเข้าใจคำว่า ESG ผิด ๆ อาจจะเน้นการตั้งทีมขึ้นมาทำ โดยขาดความเข้าใจ ทางแปซิฟิกไพพ์เองก็เคยอยู่ในจุดนั้น
โดยเริ่มต้นจากการทำ CSR โดยลงไปดูว่าชมชุนโดยรอบโรงงานอยากได้อะไร ไม่ต่างจากที่อื่นที่ทำธุรกิจแล้วมักจะคิดว่าทำกำไรได้เท่าไหร่ก็ต้องคืนกำไรให้สังคมด้วย ซึ่งเราก็คืนให้แบบที่เราไม่เข้าใจถึงแก่นของการทำ ESG เช่น การไปบริจาคน้ำดื่ม ซ่อมถนนเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการบริจาคน้ำดื่มหรือซ่อมถนนให้ชุมชนไม่ดี แต่อาจจะไม่ได้ต่อยอดอะไรให้กับธุรกิจมากนัก เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นที่มาที่จะต้องทำให้ผู้บริหารเข้าใจถึงแกนของการทำ ESG ก่อน เพราะว่าเรื่อง ESG กว้างมาก”
ESG เริ่มต้นที่ Economic
ดร.เอื้อมพร กล่าวต่อว่า การเริ่มต้นทำ ESG ของแปซิฟิกไพพ์คือ การเริ่มต้นที่เศรษฐกิจ (Economic) โดยประกอบด้วยการทำให้ธุรกิจโปร่งใส เติบโต ทำกำไร พร้อมดูด้วยว่าธุรกิจมีสังคมอย่างไร ใครที่เกี่ยวข้องกับเราบ้าง และมีสิ่งแวดล้อมเป็นแบบไหน โดยเริ่มต้นจากกรอบการทำงานให้เกิดความยั่งยืนขึ้นได้จริงในองค์กร Materity หรือการ Defind ให้ออกว่าธุรกิจมีอะไรสำคัญที่มากกว่ายอดขายและกำไร
รวมถึงดูให้ออกว่าเรามีจุดไหนบ้าง ที่ต้องปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้เห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ที่ชัดเจนมากขึ้น หลังจากนั้นเราจะได้ประเด็นสำคัญออกมา ส่วนการทำนโยบาย (Policy)
เราจะดึงประเด็นสำคัญออกมาจัดลำดับ และสร้างเป็นนโยบายออกมาว่า เราจะทำอะไรบ้าง เช่น ข้อแรกของเราอยากจะทำให้ธุรกิจเติบโต ต้องการกำกับการดูแลกิจการที่ดี การต่อต้านธุรกิจ ซึ่งอันดับต้น ๆ ของแปซิฟิกไพพ์ไม่ได้มีในเรื่องของกำไรหรือเงินมาเกี่ยวข้องเลย และหลังจากนั้นนำมาพล็อตกราฟ ซึ่งทำให้เห็นว่า ใครที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำสิ่งนี้บ้าง รวมถึงการนำไปปฏิบัติ ลงมือทำและทำ Plan-do-check-action สุดท้ายเป็นเรื่องวัดผลลัพธ์และเปิดเผยข้อมูล
ลงมือทำ ESG ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแรง
เรามีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่ต่างกันค่อนข้างมาก เช่น คนในชุมชน พนักงาน ช่าง ฯลฯ จึงไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดียวกับทุก ๆ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ ดังนั้น อย่าไปพูดถึงแค่กลยุทธ์ธุรกิจแต่ควรพูดเรื่องความยั่งยืนขององค์กรก่อนมากกว่า ซึ่งควรที่จะดูว่าเราจะทำในมิติไหนก่อน และเราก็ออกแบบกลยุทธ์ความยั่งยืน (Sustainabilitiy Strategy) ออกมา 3 เรื่องคือ
1. สร้างแรงบันดาลใจและทำให้ผู้คนใช้ชีวิตที่ดีบนโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย
2. ส่งเสริมบุคลากรด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อสร้างการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
3. มุ่งมั่นบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
ในขณะที่ ESG Fremework สำหรับแปซิฟิกไพพ์มี 3 แกน ดังนี้
1. เศรษฐกิจ : การสร้างความเติบโตและมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับพันธมิตรทางคู่ค้าและลูกค้าอย่างยั่งยืน
2. สังคม: ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้องด้วยความรู้และความปลอดภัย
3. สิ่งแวดล้อม: ดูและสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า
“ทั้งสามแกน ESG ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ปฏิเสธว่าไม่มี แต่ถ้าเราสามารถนำสิ่งที่เราเชี่ยวชาญเข้าไปทำให้ถูกทาง ก็จะทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีจากการทำ เช่น ไปทำกิจกรรมร่วมกับสังคม อาจเป็นการแนะนำให้คนได้รู้จักสินค้าของเรามากขึ้น เป็นต้น”
#ESGUNIVERSE
#แปซิฟิกไพพ์
#ธุรกิจท่อเหล็ก
#ESG
#ความยั่งยืน
#Thestorythailand
โฆษณา