18 มิ.ย. เวลา 02:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

SCB WEALTH แนะนักลงทุนไทยข้ามกำแพง ลงทุนหุ้นต่างประเทศ

SCB WEALTH ชี้หุ้นไทยยังขาดเสน่ห์ มีความผันผวนในระยะสั้น แนะนักลงทุนข้ามกำแพง ลงทุนหุ้นต่างประเทศ กระจายความเสี่ยงหลายประเทศ ลดข้อจำกัดอัตราแลกเปลี่ยน
นายศรชัย สุเนต์ตา รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Office and Product กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวในงานสัมนาหุ้นไทย 2024 with the Dragon Fire "Discover new opportunities" หัวข้อเรื่อง Discover new opportunities ทลายกำแพงการลงทุน จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงมาต่ำสุดในรอบหลายปี ซึ่งเทียบเท่ากับระดับเดียวกันในช่วงที่เกิดโควิด แต่ไม่ได้น่ากังวลเท่าช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด มองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจ
ขณะเดียวกัน มองว่า Dividend Yield หรืออัตราตอบแทนจากเงินปันผลในตลาดหุ้นไทยยังอยู่ระดับสูง บางธุรกิจอยู่ที่ 6% สูงกว่าการฝากเงินธนาคาร ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยไม่ได้น่าเกลียดเลยที่จะเข้าไปลงทุนในจังหวัดเวลาที่นักลงทุนไม่สนใจ และเทขายหุ้นในปัจจุบัน ซึ่งมองว่าเป็นความผันผวนในระยะสั้นที่กดดันตลาด
นายศรชัย กล่าวว่า ภาพการลงทุนปัจจุบันนี้เปิดกว้างกว่าในอดีต หากสินทรัพย์มีจำกัด สามารถบริหารจัดการได้ หากตลาดหุ้นไทยระยะสั้นไม่ดี นักลงทุนอาจจะข้ามกำแพงไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ยอมรับว่าตลาดหุ้นไทยถูก แต่บางครั้งก็ขาดเสน่ห์ในระยะสั้น
“ภาพที่เราเห็น หากดูธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนจากบริษัทจดทะเบียน โดยช่วง 10 กว่าปีที่ผ่าน แม้เรามีธุรกิจ New Economy มากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชียประเทศอื่นๆ อาทิ เกาหลีใต้ และเวียดนาม เป็นต้น จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นกว่าประเทศไทยมาก แสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจในตลาดหุ้นต่างประเทศ”
อย่างไรก็ตาม ขอเรียนว่าหุ้นไทยยังดีอยู่ หากต้องการกระจายการลงทุน ก็คงต้องกระจายบางส่วน แต่โอกาสการลงทุนเราสามารถข้ามกำแพงไปลงทุนต่างประเทศได้ และเมื่อข้ามกำแพงไปลงทุนในต่างประเทศแล้ว กลุ่มการลงทุน และหลักทรัพย์จะมีหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น เรื่องเทคโนโลยีนั้น จะไม่เฉพาะการลงทุนในเทคโนโลยีไอทีเพียงอย่างเดียว แต่แตกแขนงไปยังกลุ่มเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วย
นอกจากนี้ นักลงทุนจะต้องมีการกระจายความเสี่ยง ซึ่งส่วนใหญ่นักลงทุนจะค่อนข้างคุ้นชินกับฐานข้อมูล หรือบริษัทที่ตัวคุ้นเคย ซึ่งหากลดข้อจำกัดส่วนนี้ได้ จะเป็นเรื่องกระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้น รวมทั้งโอกาสที่จะแสวงหาผลตอบแทนได้ดีด้วย ซึ่งหุ้นไทยในฐานะนักลงทุนต่างประเทศ หุ้นที่ลงทุนได้มีประมาณ 30 ตัว มาเก็ตแคปประมาณ 268 พันล้านบาท ขณะที่หุ้นโลกมีขนาดใหญ่กว่าหุ้นไทยเป็นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบประมาณ 99%
ขณะเดียวกัน ไทยยังมีโอกาสลงทุนในเรื่องอัตราดอกเบี้ย โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างเยอะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ฉะนั้น นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ฝากเงินเป็นสกุลดอลลาร์ ซึ่งวันนี้ดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาสูง 5%ต่อปี หรือสามารถไปลงทุนในหุ้นกู้เอกชนได้เช่นเดียวกัน รวมทั้งการลงทุนในตราสารหนี้อนุพันธ์ เป็นต้น
นายศรชัย กล่าวว่า การลงทุนในต่างประเทศก็มีเรื่องกำแพงภาษี โดยเมื่อนักลงทุนไปลงทุนในต่างประเทศ โดยรายจ่ายที่กลับมายังประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นกำไร เงินปันผล กำไรจากดอกเบี้ย หากนำเข้ามาจะต้องจ่ายภาษี ซึ่งตามกฎหมายใหม่ จะต้องรวมกับภาษีเงินได้ หมายความว่า ฐานภาษีคิดเป็น 35%ของกำไร
อย่างไรก็ตาม ก็มีทางออกสำหรับนักลงทุน โดยนักลงทุนบุคคลทั่วไปสามารถลงทุนผ่านกองทุนบ้านเราได้ ก็จะไม่เสียภาษีดังกล่าว หรือหากมีเม็ดเงินจำนวนมาก สามารถตั้งนิติบุคคล โดยการคิดอัตราภาษีจะถูกกว่าภาษีบุคคลธรรมดาทั่วไป
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในต่างประเทศ อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องอัตราการแลกเปลี่ยน ฉะนั้น จะต้องมีการกระจายความเสี่ยง โดยต้องมีการลงทุนไว้หลากหลายประเทศ เป็นต้น
โฆษณา