18 มิ.ย. เวลา 09:36 • ข่าว

ปูตินเยือนเวียดนาม 2024 เวียดนามจะได้อะไรจากการมาของปูติน?

ตอนนี้สื่อนอกกำลังจับตา ปูติน On Tour to Asia นับจากวันนี้ (18 มิถุนายน 24) ที่ผู้นำรัสเซียไปเยือนเกาหลีเหนือ เพื่อพบกับผู้นำ คิม จอง-อุน ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี
แต่การไปเยือนเกาหลีเหนือ ก็ยังไม่น่าตื่นเต้นแปลกใจ เท่ากับจุดหมายที่ 2 ที่ดูเหมือนไปแวะ แต่กลับมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นก็คือเวียดนาม
สื่อรัสเซียรายงานว่าปูตินจะเดินทางมาเวียดนาม ในช่วงวันที่ 19-20 มิถุนายนนี้ หลังจบทริปที่เกาหลีเหนือแล้ว แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลรัสเซียได้เตรียมการอย่างจริงจัง เพื่อพบปะหารือกับ โต เลิม ประธานาธิบดีคนล่าสุดของเวียดนามที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมปีนี้เอง ท่านกลางกระแสความไม่พอใจอย่างมากจากสหรัฐอเมริกา
สื่อรัสเซียยังเปิดเผยด้วยว่า จะมีการเซ็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัสเซีย และเวียดนามหลายฉบับระหว่างการมาเยือนของปูติน และแน่นอนว่ารวมถึงความร่วมมือทางธุรกรรมการเงินด้วยเงินสกุล ดอง-รูเบิล โดยตรง ไม่ต้องผ่านใคร
ข่าวการมาเยือนเวียดนามของปูติน เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลเวียดนามไม่ได้เข้าร่วมงานประชุม Ukraine Peace Summit ที่จัดขึ้นในสวิสเซอร์แลนด์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่กลับส่งรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศไปพบผู้แทนจากรัสเซียในงานประชุม BRICS รัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้
ด้วยท่าทีแปลกๆ (แตกแถว) จากรัฐบาลเวียดนามที่มาพร้อมข่าวแผนการมาเยือนเวียดนามของปูตินแบบสายฟ้าแล่บ ทำให้สหรัฐอเมริกาแสดงความไม่พอใจอย่างมาก
โดยโฆษกประจำสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงฮานอย ออกมาตำหนิรัฐบาลเวียดนามอย่างดุดันว่า "ไม่ควรมีประเทศไหนในโลกที่ให้แสงแก่ปูตินในการโปรโมทสงครามของเขา หรือแม้กระทั่งเปิดโอกาสให้เขาลดทอนความโหดร้ายที่เขาเคยทำไว้ ให้เป็นเรื่องปกติ ถ้ายังให้ปูตินเดินทางไปไหนก็ได้อย่างอิสระ ก็เท่ากับว่าเราเมินเฉยต่อการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของรัสเซียอย่างโจ่งแจ้ง"
ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าปูตินถูกหมายจับจากศาลอาญาโลก (ICC) ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 ในคดีอาชญากรรมสงครามต่อยูเครน แต่ทว่าประเด็นนี้อาจไม่มีผลกระทบใดๆกับเวียดนาม เนื่องจากทั้งเวียดนาม รัสเซีย หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกาเอง ไม่ได้เป็นสมาชิกของ ICC ดังนั้นทางการเวียดนามก็ไม่จำเป็นต้องจับตัวปูตินตามหมายศาลโลกไปส่งให้ใคร
1
และแม้ว่าสถานทูตสหรัฐในเวียดนามจะออกมาแถลงการณ์ตำหนิอย่างชัดแจ้ง แต่กระทรวงการต่างประเทศเวียดนามก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้ใดๆ อีกทั้งไม่เปิดเผยรายละเอียดหัวข้อที่จะตกลงหารือกับปูตินด้วย โดยให้เหตุผลว่าเป็นประเด็นละเอียดอ่อน ดังนั้น ท่าทีกระฟัดกระเฟียดของสหรัฐ ไม่ได้มีผลอะไรต่อกำหนดการมาเยือนของปูตินแต่อย่างใด
1
สำหรับปูติน การเริ่มออกมาเยือนต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ไม่ได้เป็นแกะดำของชาติตะวันตก อย่าง เกาหลีเหนือ หรือ อิหร่าน นับเป็นการแสดงให้เห็นว่า ความพยายามโดดเดี่ยวรัสเซียนั้นเริ่มไม่ได้ผล
และการเลือกที่จะมาเยือนเวียดนาม ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจ เนื่องจาก โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ก็เพิ่งเดินทางมาเยือนเวียดนามเมื่อช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว อีกทั้ง ไบเดน ยังพูดเองว่าสหรัฐจะยกระดับความสัมพันธ์กับเวียดนามให้มากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา เพื่อคานอิทธิพลของจีนในย่านเอเชียตะวันออก
1
แต่หลังจากโจ ไบเดน กลับไปไม่กี่เดือน สี จิ้นผิง ผู้นำจีนก็มาเองเลยจร้า มาเพื่อย้ำเตือนความสัมพันธ์จีน-เวียดนาม อันแน่นแฟ้นผ่านเครือข่ายอุดมการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ ที่ชาติตะวันตกไม่สามารถแทรกแซงได้
2
ซึ่งใครจะคาดคิดว่าหลังจากโจ ไบเดน กับ สี จิ้นผิง มาขิงกันเรื่องความซี้กับเวียดนามไม่ถึงปี ปูติน ก็ปักหมุดมาเวียดนามกับเขาเหมือนกัน
ทางการเวียดนามนำเสนอว่า การมาเยือนของผู้นำรัสเซีย เป็นเหมือนการฉลองครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศ และ ครบรอบ 30 ปีของการร่วมลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างเวียดนามและรัสเซีย ที่เซ็นไว้ตั้งแต่มิถุนายน 1994
6
แต่ทั้งนี้การส่งเทียบเชิญ และเปิดบ้านต้อนรับปูตินในครั้งนี้ เวียดนามน่าจะได้อะไรมากกว่าแค่การมารื้อฟื้นความหลังวันชื่นคืนสุข ภายใต้บรรยากาศกดดันของภูมิรัฐศาสตร์ การเมือง อันเข้มข้นในเวลานี้
1
นักวิเคราะห์ต่างชาติมองว่า เวียดนามจะได้เปรียบในการเล่นกับสมดุลย์อำนาจการเมืองมากขึ้นกว่าเดิม จากที่เคยมีแค่สหรัฐ และ จีน ตอนนี้ มีรัสเซียกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วยเป็นสามเส้า ที่จะทำให้เวียดนามมีพื้นที่ต่อรองได้มากขึ้น
และแน่นอนว่า เวียดนามไม่ได้ต้องการกระโดดเข้าไปยืนเคียงข้างรัสเซีย ในประเด็นสงครามในยูเครน แต่ถ้าเป็นเรื่องการค้า การลงทุนนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เวียดนามยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับรัสเซียอย่างคงเส้น คงวา ไม่เปลี่ยนแปลง
จากข้อมูลของสื่อเวียดนาม พบว่าในปี 2024 มีนักธุรกิจรัสเซียเข้ามาลงทุนในเวียดนามแล้วถึง 186 โครงการ สร้างรายได้ให้แก่เวียดนามราวๆ 984 ล้านเหรียญ มีเม็ดเงินกระจายใน 21 จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนมากเป็นธุรกิจด้านพลังงาน ปิโตเลียม และ เหมืองแร่ นอกจากนี้ ยังมีชาวเวียดนามไปเรียนต่อ และทำงานในรัสเซียกว่า 8 หมื่นคน
1
เกนนาดี สเตพาโนวิช เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำเวียดนาม กล่าวว่าทางการรัสเซียมีความตั้งใจที่จะยกระดับความร่วมมือกับเวียดนามในทุกมิติ ตั้งแต่ด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว การลงทุน การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ไปจนถึงด้านความมั่นคง ซึ่งการปรากฏตัวของผู้นำรัสเซียในเวียดนาม ก็เหมือนเป็นการประกาศกลายๆ ได้ว่าเวียดนามเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่มีผลประโยชน์ร่วมกันได้
และนั่นกลับทำให้สหรัฐอเมริกาอยู่ในสถานะที่อิหลั่ก อิเหลื่อใจพอสมควรทีเดียว จากการที่โจ ไบเดน อุตส่าห์บินไปเปิดก่อนถึงที่ว่าต่อไปนี้เวียดนามอยู่ในสถานะพันธมิตรหวานเจี๊ยบของสหรัฐ โดยหวังใจว่าจะใช้คานอำนาจจีนในย่านทะเลจีนใต้
1
ไปๆ มาๆ ได้รัสเซียเพิ่มมาอีก 1 คาน ใจหนึ่งก็อยากจะด่า แต่ด่าแรงมากก็ไม่ได้ เพราะมีอีก 2 คานรอเสียบอยู่ข้างหลัง ต้องยอมรับว่านาทีนี้ เมืองเหงียน เขาเสน่ห์แรงจริงๆ
2
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา