19 มิ.ย. เวลา 10:54 • ครอบครัว & เด็ก

ไซเบอร์บูลลี่ "น่ากลัว" แต่ถ้ารู้จักและเข้าใจ ก็จะรับมือได้ง่ายๆ

#HealthyLiving หยุดคิดสักนิด หยุดการโจมตีผ่านโชเชียล คือการหยุดทำร้ายผู้อื่น คิดต่างได้ เห็นต่างได้ แต่ควรเคารพกันและกันในความต่าง
.
การบูลลี่ เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว สถานศึกษา สังคมเพื่อน ที่ทำงาน และในโลกไซเบอร์
.
ไซเบอร์บูลลี่คืออะไร..
คือ การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ การกลั่นแกล้งกันโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้บนโซเชียลมีเดีย แอปแชท เกมออนไลน์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างรอยแผล ความโกรธ หรือความอับอาย ต่อผู้ที่เป็นเป้าหมาย
.
อันที่จริงการบูลลี่ มีรูปแบบที่แสดงออกมาทั้งในแบบคำพูด และการกระทำ หากแต่ผลกระทบทางตรงที่ส่งถึงจิตใจของผู้ที่ถูกบูลลี่ อาจส่งผลทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ จนนำพาไปสู่ปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพ และความรู้สึก
.
ในโลกยุคปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวล้ำอย่างรวดเร็ว การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งการโต้ตอบ ถือว่าทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว การที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าเพียงการแสดงออกบางอย่างในโลกไซเบอร์ ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นการบูลลี่แล้ว ซึ่งฝ่ายที่ถูกกระทำ ในบางครั้งอาจแยกไม่ออกว่าอย่างไรแกล้งกันขำๆ กับแกล้งกันจริงจัง
.
หลายต่อหลายครั้งที่เหยื่อไม่สามารถเลี่ยงการถูกบูลลี่ได้ และการตัดสินใจตอบโต้โดยใช้อารมณ์ อาจเป็นทางออกที่จะส่งผลร้ายตามมาได้ ดังนั้น การรู้จักรับมือกับการถูกบูลลี่ ด้วยการตั้งรับอย่างมีสติ นิ่งเฉย ไม่โต้ตอบ ก็จะลดความรุนแรงลงได้
.
การหลีกเลี่ยงที่ดีอีกอย่างคือ การเลือกอยู่กับสภาพแวดล้อม สังคมที่ดี ที่เหมาะสมกับตัวเอง ก็จะหลีกเลี่ยงการกระทำของกลุ่มคนที่ต้องการจะบูลลี่ได้ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่สามารถหาทางออกได้แล้ว ควรไปปรึกษานักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ เพื่อฟื้นฟูจิตใจ เข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างถูกวิธี
.
แต่ก็มีตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นของผู้ที่เคยถูกบูลลี่ แล้วนำคำพูดเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดันให้กับตัวเอง ทำให้เกิดการยอมรับในสังคม และนำไปสู่ผลสำหรับในชีวิตได้ แต่ก็นั่นก็เป็นเพียงแค่บางคนที่เข้าใจวิธีรับมือ อีกทั้งยังรวมถึงการมีครอบครัว หรือเพื่อน ที่จะคอยอยู่เคียงข้าง เป็นแรงผลักแรงสนับสนุน
.
มีงานวิจัยในสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก NIH นำโดยดร. รัน บาร์ซิเลย์ Dr. Ran Barzilay จากโรงพยาบาลเด็กในฟิลาเดลเฟีย ซึ่งได้ข้อมูลจากวัยรุ่นผู้เข้าร่วมลงทะเบียนเพื่อการศึกษาระยะยาว ในการติดตามการพัฒนาและสุขภาพของเด็ก มากกว่า 10,000 คนที่มีอายุเฉลี่ย 12 ปี
.
ส่วนหนึ่งของการสำรวจในการศึกษานี้ วัยรุ่นรายงานว่าพวกเขาเคยมีประสบการณ์หรือกระทำการกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ตหรือไม่ สิ่งนี้ถูกกำหนดให้เป็น "การพยายามทำร้ายบุคคลอื่นโดยเจตนาหรือทำร้ายพวกเขาทางออนไลน์ ในข้อความหรือข้อความกลุ่ม หรือบนโซเชียลมีเดีย"
.
ผู้เข้าร่วมยังตอบคำถามเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งต่อหน้า รวมถึงความเสียหายทางกายภาพ ความสัมพันธ์ (ถูกละเลยหรือถูกกีดกัน) หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง (เช่น การนินทา) แบบสอบถามการศึกษาอีกชุดหนึ่งถามว่าพวกเขาเคยคิดฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตายหรือไม่
.
ทีมวิจัยยังได้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างประเภทของการกลั่นแกล้งและความคิดฆ่าตัวตายและการพยายาม ผลลัพธ์เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2022 ในงาน JAMA Network Open
.
วัยรุ่นอายุน้อยเกือบ 9% รายงานว่าตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต
.
น้อยกว่า 1% รายงานว่ามีการกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ต แต่ส่วนใหญ่ก็เคยประสบปัญหาการกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ตเช่นกัน ผู้เข้าร่วมที่เป็นผู้หญิงและผิวดำมีแนวโน้มที่จะถูกรังแกทางออนไลน์มากกว่า
.
ผู้เข้าร่วมที่เคยประสบปัญหาการกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มที่จะรายงานความคิดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายและความพยายามมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รายงานถึง 4 เท่า
.
นักวิจัยเพิ่มการปรับเปลี่ยนปัจจัยอื่นๆ เข้ามา เพื่อให้ทราบว่า จะมีการส่งผลต่อความคิดฆ่าตัวตายและความพยายามด้วยหรือไม่ ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้ ทำการเพิ่มความขัดแย้งในครอบครัว การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ การดูแลโดยผู้ปกครอง และการได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียน
.
การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ไม่เหมือนกับแนวโน้มที่เห็นได้จากการกลั่นแกล้งแบบต่อหน้า การกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความคิดและความพยายามฆ่าตัวตาย
.
อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้เน้นย้ำถึงผลกระทบเชิงลบที่การกลั่นแกล้งในพื้นที่เสมือนจริงอาจมีต่อเป้าหมาย” Dr. Ran Barzilay กล่าว “อาจเป็นการรอบคอบ ในการดูแลเบื้องต้น สำหรับผู้ให้บริการในการคัดกรองการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตเป็นประจำในลักษณะเดียวกับที่พวกเขาอาจคัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายอื่น ๆ เช่นภาวะซึมเศร้า ผู้ปกครองและนักการศึกษาควรตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงนี้ด้วย”
.
ขอขอบคุณข้อมูล
.
Better Day
กำลังใจเติมให้กันได้ทุกวัน
#betterday
โฆษณา