21 มิ.ย. เวลา 02:23 • ข่าว

"สุริยะ" สั่งเร่งพิจารณาความเป็นไปได้ ในการชะลอขึ้นค่าผ่านทาง "ด่วนโทลล์เวย์"

"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม" สั่ง "กรมทางหลวง" เร่งพิจารณาแนวทาง-ความเป็นไปได้ในการชะลอการขึ้นอัตราค่าผ่านทาง "ด่วนโทลล์เวย์" เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน
วันที่ 21 มิ.ย. 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยว่า จากกรณีที่บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทางยกระดับอุตราภิมุข หรือทางด่วนโทลล์เวย์ ประกาศปรับอัตราค่าผ่านทางทางด่วนโทลล์เวย์
ตามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานทางหลวง ฉบับที่ 3/2550 ลงวันที่ 12 กันยายน 2550 ซึ่งเป็นการปรับในรอบระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2567 เวลา 00.01 น. - 21 ธันวาคม 2572 โดยกำหนดอัตราค่าผ่านทาง ช่วงดินแดง-ดอนเมือง จากปัจจุบัน 80 บาท ขึ้นเป็น 90 บาท และช่วงดอนเมือง-อนุสรณ์สถาน จาก 35 บาท ขึ้นเป็น 40 บาท นั้น
ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว กระทรวงคมนาคม ได้ห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชน ดังนั้นจึงได้สั่งการให้กรมทางหลวง (ทล.) ในฐานะเจ้าของสัมปทาน และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบายของกระทรวงคมนาคม ไปเร่งพิจารณาแนวทางและความเป็นไปได้ในการชะลอการขึ้นอัตราค่าผ่านทางดังกล่าว รวมถึงอาจพิจารณาให้ลดค่าผ่านทางอีกด้วย เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดค่าครองชีพของประชาชน
ซึ่งการใช้ทางด่วนโทลล์เวย์จากดินแดงไปถึงอนุสรณ์สถาน ปัจจุบันต้องเสียค่าผ่านทางในอัตราที่สูงถึง 115 บาท หากปรับขึ้นค่าผ่านทางตามสัญญาในช่วงปลายปีนี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 130 บาท และก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน จะมีการปรับขึ้นอีกครั้งเป็น 145 บาท ทั้งนี้ หากได้ข้อสรุปหรือมีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบในทันทีต่อไป
ยืนยันว่าในยุคที่ผมเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบาย ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ มุ่งเน้นความสำคัญและประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และประเทศชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน และเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยอยู่ดีกินดี มีความสุขตลอดไป
สำหรับสัญญาสัมปทานดอนเมืองโทลล์เวย์ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานจาก ทล. ในปี 2532 โดยเอกชนเป็นผู้ดำเนินการจัดหาแหล่งเงินทุนและกู้เงินมาลงทุนทั้งหมด เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณภาครัฐที่มีอยู่อย่างจำกัด ณ ขณะนั้น
โดยเอกชนได้รับสิทธิเก็บค่าผ่านทางตามสัญญา ทั้งนี้ ต่อมาได้มีการแก้ไขสัญญาทั้งหมด 3 ครั้ง ซึ่งเป็นที่มาของค่าผ่านทางที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จากการแก้ไขสัญญาครั้งสุดท้ายจะมีการปรับขึ้นค่าผ่านทางอีก 2 ครั้ง คือ ในเดือนธันวาคม 2567 และธันวาคม 2572 ก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2577.
ขอบคุณเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม
โฆษณา