22 มิ.ย. เวลา 05:44 • ข่าว

ปฏิบัติการทวงรอยยิ้มชาวฮ่องกง

รัฐบาลรณรงค์ชาวฮ่องกงยิ้มให้มากขึ้นก่อนนักท่องเที่ยวจะหนีไปเมืองอื่นหมด
สำหรับบ้านเรา ที่ได้รับสมญานามอย่างภาคภูมิว่าเป็น Land of Smile สยามเมืองยิ้ม เจอใครเราก็ยิ้ม เจอฝรั่งถามทางไม่เข้าใจเราก็ยิ้ม ขนาดซื้อกับข้าวหน้าปากซอยแต่เงินไม่พอ เราก็ยังยิ้ม (แหยๆ) ให้กับเรื่องแบบนี้ได้ 😃
แต่กับประเทศอื่น รอยยิ้มไม่ใช่จะปรากฏได้ง่ายๆ โดยเฉพาะชาวฮ่องกง ที่ได้ชื่อว่าเป็น "เสือยิ้มยาก" ชาติหนึ่ง อาจจะต้องทบทวนตัวเองว่าเคยยิ้มครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
ถ้ามันนานมากจนจำไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร แต่นับจากวันนี้ ชาวฮ่องกงต้องงัดรอยยิ้มออกมาใช้แล้ว เมื่อรัฐบาลฮ่องกงได้ออกแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว “Let’s Go the Extra Mile” เรียกร้องให้ชาวฮ่องกงช่วยๆกันยิ้ม และแสดงน้ำใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติหน่อย ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะหนีไปเที่ยวที่อื่นกันหมด
ฮ่องกง เคยเป็นจุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั้งขากิน ขาช้อปมาตลอดหลายสิบปี ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกาะเล็กๆแห่งนี้ราวๆ ปีละ 55-65 ล้านคนไม่เคยขาด
แต่การท่องเที่ยวฮ่องกงมาหยุดชะงักเอาช่วงยุค Covid-19 ที่รัฐบาลใช้มาตรการปิดเกาะ แทบไม่รับชาวต่างชาติเข้าเมืองเลยมานานถึง 3 ปี ตั้งแต่ 2020 - 2022 จนกระทั่งปี 2023 ที่ฮ่องกงเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง พร้อมอัดแคมเปญ ลดราคาตั๋วเครื่องบิน แจกบัตรเงินสดให้นักท่องเที่ยว ตั้งเป้าให้นักท่องเที่ยวกลับมาได้เหมือนยุคก่อน Covid-19
แต่ผิดคาด ยอดนักท่องเที่ยวกลับมาได้เพียงแค่ 34 ล้านในปีที่แล้ว มาในปีนี้ 2024 ตัวเลขนักท่องเที่ยวก็ยังไม่ดีขึ้น ช่วง 4 เดือนแรกมีนักท่องเที่ยวเข้าเมืองเพียง 24 ล้านคน ต่ำว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวในปี 2019 ก่อน Covid-19 ถึง 60% แถมฮ่องกงยังเจอเมืองคู่แข่งอย่างเสิ้นเจิ้นของจีน ที่แย่งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนไปเป็นจำนวนมาก
ส่วนหนึ่งที่ยอดนักท่องเที่ยวลดลงคือ ราคาสินค้า ที่พัก และค่าครองชีพในฮ่องกงสูงขึ้นมาก ในขณะที่ข้ามไปฝั่งเสิ้นเจิ้นกลับถูกกว่าเยอะ จึงทำให้เสิ่นเจิ้นดึงนักท่องเที่ยวในกลุ่มงบประมาณจำกัดจากฮ่องกงไป
แต่นั่นเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ และทางฮ่องกงต้องการเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงที่เคยนิยมมาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี ดื่มด่ำกับอาหารระดับภัตตาคารมากกว่า แต่กลับพบว่า ฮ่องกง ไม่ใช่จุดหมายปลายทางเบอร์ต้นๆของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดบนอย่างที่เคยเป็นมาเหมือนแต่ก่อน
ทำให้รัฐบาลฮ่องกงต้องกลับศึกษา Feedback ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเคยร้องเรียนกันมาตลอดหลายสิบปี ถึงพฤติกรรมของชาวฮ่องกงที่ไม่ค่อยน่าพิศมัย ทั้งตะโกนโหวกเหวกข้ามหัวแม้นั่งตัวแทบติดกัน โยนข้าวของใส่หน้าปึงปัง พูดจาถามคำ-ตอบคำ และที่สำคัญคือ ชาวฮ่องกงส่วนใหญ่ไร้รอยยิ้มบนใบหน้า แม้จะเป็นพนักงานที่ทำงานด้านบริการกับนักท่องเที่ยวโดยตรงก็ตาม
1
ใช่ว่าปัญหาเหล่านี้ไม่เคยถูกพูดถึง แต่เป็นที่เลื่องลือในกลุ่มนักท่องเที่ยวมานานแล้ว เรื่องการคุยเสียงดัง เหมือนตะคอกสั่งตลอดเวลา ยังไม่นับรวมมาตรฐานการบริการ ที่ฝรั่งถึงขั้นเรียกว่า "โหดเหี้ยม" ตบโต๊ะเสียงดัง เห่าสั่ง พนักงานเรียกไม่หัน ไม่สบตา ไม่ยิ้ม ไม่ทัก และไม่อดทนต่อความชักช้า ขัดจังหวะการขายของพวกเขา
แถมบางความเห็นบอกว่าชาวฮ่องกงมักไม่ค่อยสนใจนักท่องเที่ยว เมินที่จะให้ความช่วยเหลือ เรียกแท็กซี่ผิดโซนยังโดนด่า ถ้าคุณคาดหวังว่าชาวฮ่องกงจะมีน้ำใจช่วยเปิดประตูรอใครก็ลืมไปได้เลย เพราะนั่นไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติของชาวฮ่องกง
แต่หลายครั้งเมื่อมีนักท่องเที่ยวมาโพสต์แชร์ประสบการณ์ Culture Shock ถึงมารยาทอันเลื่องลือของชาวฮ่องกง ก็มักจะมีชาวฮ่องกงมาตอบโต้ว่า นี่เป็นวัฒนธรรมของเขา เราชาวฮ่องกงนิยมงานเซอร์วิสเร็ว ทันใจ และตรงเวลา ส่วนมารยาทมาเป็นเรื่องรอง แถมยังบอกด้วยว่า ถ้ามาฮ่องกงแล้วไม่เคยเจอคนเหวี่ยงจานข้าวข้ามหัว ถือว่ามาไม่ถึง
1
สื่อท้องถิ่นฮ่องกงออกมาแย้งว่า อันที่จริงเรื่องมารยาทที่พูดตรงๆได้ว่าหยาบคายในบางครั้งนั้น ไม่ใช่มรดกทางวัฒนธรรมของชาวฮ่องกงอย่างที่หลายคนพยายามแก้ตัวให้ดูดี แต่มาจากสภาพ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความเป็นอยู่ที่ เร่งรีบ กดดัน อยู่กันแออัดหนาแน่นในพื้นที่จำกัด ได้พรากรอยยิ้ม และความมีน้ำใจต่อคนรอบข้างของชาวฮ่องกงไป
แม้เรื่องสภาพความเป็นอยู่จะน่าเห็นใจ แต่ถ้ามองในมุมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะให้ขายมารยาทสไตล์ฮ่องกงเป็น Soft Power ที่ชวนนักท่องเที่ยวมาดูคนคุยเล่นเหมือนทะเลาะกัน มันก็คงไม่ใช่
ทางการฮ่องกงจึงอัดงบประมาณสูงถึง 1 พันล้านเหรียญฮ่องกง จัดแคมเปญ “Let’s Go The Extra Mile” ปรับโฉมเมือง จัดอีเว้นท์ เน้นงานช้อป เรียกนักท่องเที่ยวขนานใหญ่ แล้วรณรงค์ให้ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ปรับปรุงเรื่องงานบริการขนานใหญ่ ยกระดับการต้อนรับ ยิ้มรับลูกค้า และบริการอย่างมีมารยาทให้มากกว่านี้
โดยตั้งเป้าให้ฮ่องกงเป็น "The Best Tourism Destination" จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเลือกคืนมาให้ได้ ก่อนที่จะเสียนักท่องเที่ยวชั้นดีให้เมืองใหญ่มาแรงอย่างเสิ่นเจิ้น หรือ เกาะไหหลำ ของจีน
ก็ไม่แน่ใจว่าชาวฮ่องกงจะเข้าใจวัฒนธรรมการยิ้มพิมพ์ใจมากน้อยเพียงใด เพราะการยิ้มไม่ใช่แค่การเกร็งเหยียดริมฝีปาก แต่ตาแข็งเวอร์ นั่นเรียกว่า "แยกเขี้ยว" ซึ่งน่ากลัวกว่าคนไม่ยิ้มเสียอีก 😬
จะยิ้มให้สวย ต้องมาจากใจที่เป็นมิตรก่อน ดังนั้นจึงต้องแก้ทัศนคติของชาวฮ่องกงต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าเป็นคนมาเรือนชานบ้านเราต้องต้อนรับ ไม่ใช่สั่งให้ยิ้ม แต่ชาร์ตทุกดอก แล้วบอกว่าบริการ ก็ไม่ไหวหนา หากต้องการเจาะ Target นักท่องเที่ยวตลาดบน เขาก็มีตัวเลือกหลายเมืองอยู่น้า
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
โฆษณา