5 ก.ย. 2025 เวลา 02:44 • ความคิดเห็น

เรื่องราวของน้ำเต้าหู้..ที่ไม่มีหมูเจือปน

กลับจากไปเรียนที่ออสเตรเลียด้วยเงินเก็บหนึ่งล้านบาท ลองทำกิจการเล็กๆ หลากหลาย ทะเลาะกับหุ้นส่วนบ้าง เจ๊งบ้าง ซวยบ้าง สุดท้ายเหลือเงินห้าแสนบาท เรียนรู้จากบาดแผลหลายแผล
ใช้เงินห้าแสนบาทนั้นหมดไปกับงานวิจัยน้ำเต้าหู้และ sample ไม่กี่ร้อยชิ้น เงินผลิตก็ไม่มี..
นี่คือปฐมบทของ Tofusan น้ำเต้าหู้พันล้าน เรื่องราวที่ไม่มีอะไรหมูๆ ปีนี้รายได้น่าจะใกล้แตะสองพันล้านเข้าไปทุกที เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการ SME ไทยที่ใครๆ ก็อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลัง
เมื่อวานผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์สองคู่หู น้องนามและน้องกอล์ฟ แห่ง Tofusan ที่ HOW Club ปกติก็คุ้นเคยกันดีจากการที่ทั้งคู่มาเป็นนักเรียนผม ก็เลยได้พูดคุยประเด็นลึกๆหลายประการที่น่าจะเป็นแนวคิดและแรงบันดาลใจให้กับ SME ที่ชีวิตไม่ง่ายในสภาวะปัจจุบัน ก็เลยอยากสรุปหลากประเด็นที่ได้จากการพูดคุยเรื่องน้ำเต้าหู้ที่ไม่มีอะไรหมูเลย…
- แพ้กี่ครั้งไม่สำคัญ ขอโฮมรันครั้งเดียวพอ
นามและกอล์ฟ เริ่มทำงานด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียน เจออะไรก็ลอง หาตังค์อะไรได้ก็เอา มีความคิดเบื้องต้นแค่ว่าอยากทำอะไรดีๆที่ไม่เบียดเบียนใคร
สองคนทำกันตั้งแต่ ไปรับทำวิจัยเล็กๆ ทำศูนย์เรียนรู้ ทำร้านขนมไทย เคยลองทำข้าวเหนียวมะม่วงส่งออก จนถึงทำสนามฟุตบอลแล้วก็เจ๊งเพราะน้ำท่วมและไม่รู้จริง
เช้าๆก่อนไปทำงาน นามจำใจต้องขับรถไปกลับเป็นชั่วโมงเพื่อซื้อน้ำเต้าหู้ที่พ่อชอบกินมาดูแลพ่อ ให้ลองพวกน้ำเต้าหู้กล่องพ่อซึ่งเป็นคนจีน ลิ้นคุ้นเคยกับน้ำเต้าหู้ในตลาดก็ไม่เอา ด้วยความอยากแก้ pain ตัวเองและคิดว่าน่าจะมีตลาดน้ำเต้าหู้บรรจุขวดที่รสชาติเหมือนน้ำเต้าหู้ตลาด ก็เลยเริ่มไอเดียน้ำเต้าหู้ขึ้นมา
กอล์ฟรู้จักนักวิจัยที่ศูนย์ innovation ของศิลปากร ก็เลยเริ่มติดต่ออาจารย์เพื่อเริ่มการหาสูตรน้ำเต้าหู้ที่อร่อยเหมือนตลาด เก็บได้นานพอที่จะวางขายในร้านสะดวกซื้อได้ ใช้เวลาเป็นปีลองกันด้วยเงินที่มีอยู่ห้าแสนบาทจนหมดและได้ตัวอย่างมา 300 ขวด
- ความรู้ลึกคืออาวุธที่สำคัญที่สุด
นามบอกว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ Tofusan เติบโตมาได้นั้น เป็นประสบการณ์จากการที่ทำผิดพลาด และได้ลองผิดลองถูกในอดีต ทำบางเรื่องพอท่าไม่ดีก็เลิกเร็วเกินไป ไม่อึด ไม่ไปต่อ บางเรื่องก็ไม่รู้จริงเช่นไปทำสนามบอลเพราะชอบเตะบอล แต่ไม่รู้เรื่องการทำสนามจริงๆ
แต่พอตอนทำโครงการน้ำเต้าหู้ นามได้ไปทำงานกับนักวิจัยจนรู้ซึ้งถึงกระบวนการเอนไซม์ของน้ำเต้าหู้ กรรมวิธีการผลิต เทคนิคต่างๆ จากทั่วโลก รู้ถึงองค์ประกอบที่ไม่มีใครรู้และเป็นความรู้ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในตลาด ทำแข่งก็ยาก
เป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดของคนตัวเล็กที่จะสู้กับคนตัวใหญ่ที่มีสตางค์โฆษณาหรือทำตลาดมากกว่า
- ความน่ารักคือเครดิตอย่างหนึ่ง
ผมถามว่า ตอนไม่มีสตางค์แล้วไปขอให้อาจารย์ช่วยทำงานวิจัยได้ยังไง วิจัยเสร็จเข้าไปวางจำหน่ายที่วิลล่าได้ไง เอาเงินที่ไหนไปผลิตพอที่จะมาขาย แถมไปออกงาน thai fex ได้อีก
นามและกอล์ฟบอกว่า สิ่งที่ทำในตอนนั้นคืออาศัย การอ้อน ความสุภาพ ความเห็นอกเห็นใจและแสดงออกถึงความตั้งใจจริง ก็ได้รับโอกาสเพราะบุคลิกแบบนั้น
นามบอกว่าตอนที่ไปขอให้อาจารย์ทำวิจัยให้ นามเตรียมตัวด้วย presentation อย่างดีสามสิบหน้าแบบละเอียดยิบ เล่าเป้าประสงค์จนถึงรายละเอียดว่าต้องการอะไร อาจารย์ประทับใจในวิชา “ทำเกิน” ก็เลยยอมทำให้ ตอนที่ไม่มีสตางค์เลยแต่ต้องผลิตหลายหมื่นขวดเพื่อเข้าวิลล่า
3
ทั้งสองก็ไปคุยกับโรงงานถึงความฝันและแผนงาน แสดงให้เห็นความมุ่งมั่น จนเจ้าของโรงงานอยากให้โอกาส จะเข้าวิลล่าหรือ 711 ก็เช่นกัน เข้าไปด้วยความน่ารัก มุ่งมั่น และขอความช่วยเหลือ ความเห็นใจ จนได้เครดิตผลิตก่อนจ่ายทีหลังมา
เป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้เริ่มต้นได้ในตอนนั้น
- Customer obsession
ในช่วงต้น มีกันแค่สองคน นามกับกอล์ฟก็ไปยืนขาย ยืนแจกแซมเปิ้ลเองตามวิลล่า คอยสังเกตพฤติกรรมลูกค้าและหน้าตาลูกค้าว่าเป็นใคร ถึงค่อยๆ เข้าใจว่าที่เคยคิดว่าลูกค้าจะแก่ประมาณพ่อ กลับกลายเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ นามเล่าเทคนิคว่าคนไทยค่อนข้างขี้เกรงใจ พอให้ชิมแล้วก็มักจะหยิบไปลอง บางคนบอกว่ายกไม่ไหวในตอนนั้นนามยกไปส่งที่รถให้ด้วย ทำทุกอย่างเพื่อให้ขายได้
การฟังความเห็น ฟัง pain ของลูกค้าทำให้ภายหลังก็ได้รสชาติใหม่ที่ลูกค้าต้องการ ได้ไอเดีย product ใหม่ที่ทำให้ขายดีมากๆ ก็คือ Tofusan Hi protein เกิดจากฟังลูกค้าเล่าถึงภรรยาที่ป่วยเป็นมะเร็งแล้วชอบกิน Tofusan มากแต่ต้องกินทีสามขวดถึงจะได้โปรตีนครบ
นามก็เลยออกรุ่นที่กินขวดเดียวก็ได้ครบมาและก็ขายดิบขายดีจนวันนี้
- Product&packaging differentiation
นามกับกอล์ฟออกตัวว่าไม่ถนัดกับการทำการตลาดเหมือนคนอื่น ลองทำลองใช้พรีเซนเตอร์ก็ไม่ค่อยสำเร็จ ทั้งคู่เชื่อในเรื่องความอร่อยและความต่างของสินค้ามากกว่า ว่าทำได้ต่างและอร่อยมากพอ คนก็ได้ลองก็จะบอกต่อ
น้ำเต้าหู้ tofusan รุ่นแรกก็เลยทดลองใส่ฟองเต้าหู้ลงไปให้มี texture ที่เคี้ยวสนุกและได้โปรตีนเพิ่มด้วย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จจากการคนลองแล้วชอบ ความอร่อยจึงเป็นหัวใจหลักแรกของทุกสิ่ง
นามกับกอล์ฟเชื่อในเรื่องความต่างของการออกแบบแพคเกจจิ้ง ถึงขนาดตอนที่ไม่มีตังค์ยังไปลงเรียนวาดรูปกับศิลปินดังเพื่อต้องการแยกให้ออกว่าความ “สวย” คืออะไร รูปลักษณ์ของแบรนด์ tofusan จึงดูไม่เหมือนน้ำเต้าหู้หรือกล่องนมทั่วไป ใช้ความน่ารัก ลายเส้นที่สวยเป็นจุดเด่นสะดุดตา
กอล์ฟบอกว่าเพื่อให้ต่างจากคนอื่นในชั้นวาง การออกแบบขวดเป็นเหลี่ยมก็ต้องการให้มีพื้นที่ display ให้เยอะที่สุด ถ้าจะออก product ใหม่ก็จะใช้วิธีขายพ่วงทำโปรไปกับสินค้าที่คนซื้อกันอยู่แล้วในร้านสะดวกซื้อเพื่อให้คนได้ทดลองชิม
พอสวยน่าจับ พออร่อย คนก็จะซื้อซ้ำและบอกต่อเอง
- กันดารคือสินทรัพย์
พอทำน้ำเต้าหู้มาซักพัก นามและกอล์ฟ ก็เริ่มขยับขยายไปทำนมวัวบรรจุถุงเพราะที่เกาหลีกำลังฮิต ตอนแรกก็ไปสะดุดกับราคาเครื่องจักรที่แพงมากระดับร้อยล้านบาท ลงทุนไม่ไหว
นามผู้ที่คลุกคลีกับเครื่องจักรมาตั้งแต่เริ่มทำโรงงานน้ำเต้าหู้เล็กๆจนขยายใหญ่ ก็เลยไปหาเครื่องจักรที่น่าจะพอเอามาโมได้ ไปเจอที่ไต้หวันแล้วมาดัดแปลงเองจนทำได้เหมือนเครื่องจักรร้อยล้านโดยใช้เงินลงทุนแค่สิบล้านบาท
ถ้ามีเงินเหลือๆก็คงซื้อเครื่องจักรร้อยล้านไปแล้ว แต่เพราะว่าไม่มี ก็เลยบีบให้ต้องหาทางออกอื่นๆจนพบไอเดียนวัตกรรมใหม่ที่ถูกกว่าสิบเท่า… ความไม่มีเป็นบ่อเกิดของความคิดสร้างสรรค์โดยแท้
1
- วิกฤติพาโอกาสมาเสมอ
นามและกอล์ฟตัดสินใจลงทุนใหญ่ในช่วงปี 2019 คิดอย่างรอบคอบทุกด้าน แต่ที่ไม่มีใครนึกถึงคือหายนะโควิดที่มาถึง และก็เหมือนกับหลายกิจการที่รายได้หายวับไปกับตา Tofusan ช่วงหนึ่งเหลือเงินสดที่จะอยู่ได้แค่สามเดือน แต่ทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะเก็บพนักงานไว้ทุกคน ถ้าจะเจ๊งก็ไปด้วยกันหมด
ในตอนนั้น โรงงานทั่วไปจะมีประสิทธิภาพการผลิตอยู่ที่ประมาณ 90% มีของเสีย 10% ทั้่งคู่เห็นว่าถ้าลดเหลือ 5% ได้ก็จะลดขาดทุนจนพออยู่ได้ ก็ใช้วิธีคุยกับพนักงานและจัด incentive ว่าถ้าช่วยกันลดได้ก็จะรอดด้วยกัน ถ้าลดไม่ได้ก็จะต้องรับผลลบด้วยกัน
ปรากฏว่าพอมีการตั้งเป้าและมีชะตาชีวิตทุกคนเป็นเดิมพัน ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน ไม่กี่เดือนก็ทำได้ ทำให้บริษัท่พ้นวิกฤติได้ ผมถามนามว่าเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ที่โรงงานอื่นอาจจะใช้เป็นบทเรียนได้ในการเพิ่มประสิทธิผลของการผลิต
นามบอกว่าคือการสื่อสารระหว่างหน่วยงานและ peer pressure ที่กดดันกันเพื่อผลประโยชน์ของทุกคนล้วนๆ ถ้าคุยกัน เข้าใจเป้าร่วมกัน และช่วยกันตรวจสอบ ใครย่อหย่อนก็โดนเพื่อนเขม่น โรงงานก็ปรับปรุงได้ไม่ยาก
วิกฤติก็เลยนำมาซึ่งประสิทธิผลที่สูงขึ้น หลังวิกฤติ tofusan ก็แข็งแรงขึ้นไปอีก
- อิสรภาพทางการเงิน
Tofusan วันนี้เติบโตในระดับจะแต่สองพันล้าน กำไรก็น่าจะสองร้อยล้าน ทั้งคู่ก็มีความมั่งคั่งอย่างที่ไม่เคยนึกฝันตั้งแต่ตอนเริ่มแน่ๆ ผมถามว่าในตอนที่ไม่ค่อยมีตังค์ เวลาฉลองกันชอบไปที่ไหน ทั้งคู่ตอบตรงกันว่า MK และช่วงตังน้อยก็จะทำข้าวต้มในหม้อเพื่อให้อิ่มท้องและอร่อยด้วย
ตอนที่มีตังค์แล้ว ผมถามว่าได้ลองใช้เงินกับความฟุ่มเฟือยตามความฝันอะไรบ้างรึเปล่า เป็นคำถามที่ทั้งคู่นิ่งและนึกไม่ออก พยายามนึกก็นึกไม่ออกเพราะเหมือนกับทั้งคู่พอใจในชีวิตมาตั้งแต่ไม่ค่อยมีสตางค์อยู่แล้ว พอมีก็ยังอยู่บ้านเช่า ไม่ได้ซื้อรถหรูเพราะไม่ได้ชอบ ยังชอบกิน MK เหมือนเดิม มีไปกินหรูบ้างเพราะเพื่อนชวน
ซักพักนามก็นึกออก บอกว่าคือการได้นั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจไปเที่ยว เป็นความฟุ่มเฟือยเดียวที่พอนึกได้ และกอล์ฟก็เริ่มเสริมว่าก็อยากจะไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น …เท่านั้นเองจริงๆ
นามและกอล์ฟบอกว่า มีสตางค์มากขึ้นก็ดีในมุมที่ทำให้รู้สึกมั่นคงในชีวิตขึ้น มีประกัน มีเงินเผื่อรักษาตอนป่วย ดูแลลูกน้องได้ดีขึ้น และก็ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เป็นคู่ที่มีอิสรภาพทางการเงินมานานกว่าที่ผมคิดจริงๆ
เรื่องราวของ Tofusan เป็นเรื่องการเติบโตของน้ำเต้าหู้ที่ไม่มีเรื่องหมูๆ ไม่มีทางง่ายที่ SME ทุกที่ต้องเจอเหมือนกัน
เรื่องของนามและกอล์ฟจึงน่าจะเป็นทั้งแรงบันดาลใจให้กับ SME เล็กๆที่กำลังดิ้นรนอยู่และน่าจะมีบทเรียนมากมายอยู่ในนั้น ระหว่างทางที่มีบาดแผลให้เรียนรู้ ความรู้ลึกรู้จริง การเกาะติดลูกค้า ใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตัว ทางอยู่ที่ปาก แสวงหาโอกาส ใช้ความกันดารเป็นสินทรัพย์ ฯลฯ
ก็น่าจะเป็นไอเดียให้ SME ที่กำลังอ่อนแรงและหมดทุนลองหาท่าใหม่ๆ กัน เผื่อจะเจอโฮมรันได้อย่างใจฝันได้เหมือน tofusan นะครับ…
โฆษณา