19 พ.ย. เวลา 11:04 • ไลฟ์สไตล์
บลน.โรโบเวลธ์

อยากมีบ้าน แต่ผ่อนไม่ไหวทำยังไง..งั้นจัดไป ผ่อนยาวๆ แบบ 50 ปี🏡

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่สหรัฐฯ และมันคือนโยบายใหม่ๆ ร้อนๆ จากเตา โดย ทรัมป์ หลายคนอาจคิดว่า การผ่อนบ้านแบบ 50 ปี นั้นไม่ต่างอะไรกับเช่าอยู่ เพียงแต่คุณไม่ได้เช่ากับเจ้าของบ้าน คุณเช่ากับธนาคารแทน แล้วนโยบายแบบนี้ มันไม่มีข้อดีเลยจริงๆ หรอเรามาดูกันที่ตัวเลขดีกว่า
สมมุติว่าการชำระเงินรายเดือน (อัตราดอกเบี้ย 6%, บ้านราคา 1,000,000 บาท)
😌 ยอดผ่อนต่อเดือน
- 30 ปี: 6,000 บาท
- 50 ปี: 5,267 บาท
ส่วนต่างรายเดือน = 733 บาท
🔎 ดอกเบี้ยรวมที่จ่ายไป
ดอกเบี้ย 30 ปี: 1,160,039 บาท
ดอกเบี้ย 50 ปี: 2,160,242 บาท
ดอกเบี้ยส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นจากการเลือก 50 ปี = 1,000,202 บาท
ดังนั้น การยืดระยะเวลาเงินกู้เป็น 50 ปีหมายความว่าคุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มอีกเป็นล้านให้ธนาคาร แต่ แต่ แต่ ถ้าเรานำเงินส่วนต่างเดือนละ 733 บาทไปลงทุนใน S&P500 เป็นเวลา 50 ปี (ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี) เราจะได้พอร์ตขนาด 6,231,180 บาท หักลบดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่ม 1,000,202 บาท
สรุปคือกำไรสุทธิ (หลังหักส่วนต่างดอกเบี้ย) = 5,230,978 บาท
หลายคนอาจจะมองว่าการทำแบบนี้มัน “ไม่แฟร์”อ้าว ก็คนที่ผ่อนบ้าน 30 ปี สามารถนำเงินเดือนละ 6,000 บาท ไปออมแบบ เต็มๆ 20 ปีได้ โอเค เรามาดูตัวเลขกัน
ถ้าเราออม 6,000 บาท 20 ปี ในเงื่อนไขเดียวกัน เราจะพอร์ตขนาด 3,524,475 บาทสรุป สินทรัพย์สุทธิของทั้งสองกรณีหลังจากผ่านไป 50 ปี
👉🏻 ยอมผ่อน 50 ปี
- บ้าน 1 หลัง
- พอร์ตการลงทุนมูลค่า 6,231,180 บาท
👉🏻 ผ่อน 30 ปี แล้วค่อยลงทุนทีหลัง
- บ้าน 1 หลัง
- พอร์ตการลงทุนมูลค่า 3,524,475 บาท
ดังนั้น มันหมายความว่า การยอมจ่ายเงินให้ธนาคารเพิ่มขึ้น 1,000,202 แล้วนำส่วนต่างเล็กๆ น้อยๆ ในนั้นมาออม จะทำให้มีพอร์ตมูลค่า 6,231,180 บาท
เรื่องนี้บอกอะไรเรา ถ้าเราดูผิวเผิน นโยบายผ่อนบ้าน 50 ปี อาจจะฟังดูเป็นเรื่องตลกแอดเองก็คิดแบบนั้นแต่พอเรามาคิดเลขจริงๆ มันกลับเป็นกลายเป็นโอกาสแต่มันจะเป็นโอกาสหรือวิกฤตนั้น มันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เรานำเงินส่วนต่างไปทำอะไรด้วยว่าแต่ คิดว่าในไทย ควรมีนโยบายผ่อนบ้านแบบ 50 ปี แบบนี้หรือเปล่า???
╔═══════════╗
เพราะการลงทุน ไม่จำเป็นต้องเครียด แต่ต้อง fundii
╚═══════════╝
กดเข้าร่วม Community
#fundii #ลงทุน #กองทุน #สนุก #ฝันดี
โฆษณา