27 พ.ย. เวลา 13:00 • ดนตรี เพลง

CULTURE (Ctrl+Alt+C) Saint Pepsi / Skylar Spence

เมื่อกฎหมายบังคับให้ Vaporwave Reboot สู่ Pop Star
Saint Pepsi หรือ Skylar Spence คือกรณีศึกษาที่สมบูรณ์แบบที่สุดของศิลปินที่ถูก "ระบบ" บังคับให้ต้อง Reboot ตัวเองใหม่ทั้งหมด จากเจ้าพ่อเพลง Future Funk ที่ใช้ Sample ในการสร้างสรรค์อย่างเป็นอิสระ สู่การเป็นศิลปิน Pop / Disco ที่เขียนเพลงเองทั้งหมดภายใต้ชื่อใหม่
นี่คือเรื่องราวของ Ryan DeRobertis ที่แสดงให้เห็นว่า กฎหมายลิขสิทธิ์ (Copyright) มีพลังเหนือกว่าความคิดสร้างสรรค์อย่างไร
1. 🚨 The System Error (Saint Pepsi / 2012-2014)
ในฐานะ Saint Pepsi, Ryan DeRobertis คือหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่ทำให้แนวดนตรี Future Funk (แนวที่แตกหน่อมาจาก Vaporwave) ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
The Vibe: เพลงยุค Saint Pepsi โดยเฉพาะอัลบั้มคลาสสิกอย่าง Hit Vibes (2013) คือการนำเอาเพลง Funk, Disco, และ Boogie เก่าๆ จากยุค 70s-80s มาตัด (Chop), วน (Loop), และเร่งความเร็ว (Pitch Up) จนเกิดเป็นดนตรีที่เต็มไปด้วยพลังงานความสุข (Exuberant)
The Conflict: ชื่อ "Saint Pepsi" และการใช้ Sample จากเพลงที่มีลิขสิทธิ์จำนวนมาก เป็นการ "เล่นกับไฟ" ทางกฎหมายแต่แรกแล้ว มันคือการตั้งใจ Debug ระบบลิขสิทธิ์ เพื่อพิสูจน์ว่าเพลงใหม่ที่สร้างจาก "เศษเสี้ยว" ของเพลงเก่าก็สร้างความหมายใหม่ได้
ในที่สุด "ชื่อ" ที่อ้างอิงถึงแบรนด์เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ก็สร้างปัญหา Saint Pepsi จึงกลายเป็น System Error ที่ต้องถูกถอดออกโดยทันที
2. 🔄 The Forced Reboot (Skylar Spence / 2015 - ปัจจุบัน)
ในต้นปี 2015 Ryan ประกาศเปลี่ยนชื่อโปรเจกต์เป็น Skylar Spence (ชื่อที่ยืมมาจากตัวละครในภาพยนตร์ Everyone Says I Love You ของ Woody Allen) การเปลี่ยนชื่อนี้ไม่ได้มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางดนตรีที่น่าตกใจ แต่เป็นการ "ยกระดับ" โปรดักชันทั้งหมด
The New Code: Skylar Spence ทิ้งการพึ่งพา Sample แบบ 100% แล้วเริ่มใส่ เสียงร้องของตัวเอง, เครื่องดนตรีจริง, และใช้เทคนิคการผลิตแบบ New Wave และ Disco ที่ "สะอาด" (Pristine Production) มากขึ้น
The Signature Album: อัลบั้ม Prom King (2015) คือผลผลิตของการ Reboot ครั้งนี้ มันพิสูจน์ว่า Ryan สามารถสร้างเพลง Pop ที่ฟังค์กี้และติดหูได้โดยไม่ต้องพึ่งพา Sample ใดๆ เลย เพลงอย่าง Fall Harder หรือ Fiona Coyne คือเพลง New Wave / Pop ยุคใหม่ ที่ยังคงรักษา "Vibe" ของ Future Funk เอาไว้
การเป็น Skylar Spence คือการพิสูจน์ว่า สัญชาตญาณทางดนตรีของเขาแข็งแรงกว่าการพึ่งพาแคตตาล็อกเก่าๆ
3. 💿 The Legacy Log (Nov 2025)
ในปัจจุบัน (พฤศจิกายน 2025) Ryan DeRobertis ได้รับการยอมรับในฐานะผู้สร้างทั้งสองโลก โดยเขายังใช้ชื่อ Saint Pepsi สำหรับผลงานที่กลับไปหาความเป็น Future Funk
Current Event: ล่าสุด (กันยายน 2025) ได้มีการวางจำหน่าย Prom King (10th Anniversary Deluxe Edition) เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีของอัลบั้มที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนนี้ โดยมีการเพิ่มเพลง Demo และเพลงที่ยังไม่เคยปล่อยถึง 8 แทร็ก
นี่คือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่จะย้อนกลับไปฟังการเดินทางของศิลปินคนหนึ่ง ที่ต้องล้มเลิกเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงไปอย่างสิ้นเชิง เพียงเพราะความเข้มงวดของกฎหมายลิขสิทธิ์ แต่กลับใช้ความท้าทายนั้นเป็นเชื้อเพลิงในการสร้างสรรค์ผลงาน Pop ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม
เรื่องของ Saint Pepsi สอนให้เรารู้ว่า การมี "แผนสำรอง" และ "ความสามารถในการผลิตงานต้นฉบับ" เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าอยากเล่นกับระบบลิขสิทธิ์ คุณต้องพร้อมที่จะ "Reboot Identity" เมื่อถึงเวลาต้องยอมจำนนต่อกฎหมาย
Source: Carpark Records, DIY Magazine, Wikipedia, Exclaim! (ข้อมูล ณ พ.ย. 2025)
#CTRLALTBEAT #CULTURE #SaintPepsi #SkylarSpence #FutureFunk #Vaporwave #RebootYourMusicThinking
โฆษณา