15 ก.พ. เวลา 01:35 • ความคิดเห็น

สักวัน..อาจไม่มีอยู่จริง

ชีวิตคนทำงานที่อยู่ห่างบ้านเกิด ใน 1 ปี จะกลับบ้านได้ไม่กี่ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นวันหยุดยาวอย่างปีใหม่หรือไม่ก็ช่วงสงกรานต์
จำนวนวันหยุดที่เราจะได้กลับบ้านไปพบเจอพ่อแม่ไม่น่าเกิน 20 วันต่อปี บางคนอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ แต่คงไม่ต่างกันมาก
ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของคนเราอยู่ได้ถึง 80 ปี ถ้าพ่อแม่เราอายุ 60 ปี แสดงว่ายังเหลือเวลาชีวิตอีก 20 ปี
ช่วงที่เรากลับบ้านไปเยี่ยมท่าน หากตัดเวลานอน 8 ชั่วโมงออกไป จะเหลือ 16 ชั่วโมงต่อวันที่เราได้พบเจอกัน (ไม่นับบางครั้งที่เราไม่ได้ค้างคืนหรือไม่ได้อยู่บ้านเต็มวัน)
ดังนั้นในเวลา 20 ปีที่เหลือ เราจะมีโอกาสได้อยู่กับท่าน
20 ปี X 20 วัน X 16 ชั่วโมง = 6,400 ชั่วโมง หรือประมาณ 9 เดือน เท่ากับเวลาที่แม่ตั้งท้องเราพอดี
เวลานั้นแม่ทะนุถนอมดูแลเราเป็นอย่างดี เร่งวันเร่งคืนอยากเห็นหน้าลูกที่จะออกมาลืมตาดูโลกด้วยความจดจ่อ ภาวนาในใจขอให้ลูกออกมาแข็งแรงและปลอดภัย แต่ตัวเราเองกลับใช้ช่วงเวลาจำนวนเท่ากันนี้ดูแลท่านได้ไม่ดีพอ อาจเป็นเพราะข้อจำกัดในการทำงาน เรื่องครอบครัว หรือปัญหาอื่นๆ เป็นร้อยเป็นพันเหตุผลที่กัดกินเวลาที่มีค่านั้นให้ลดน้อยลง
ได้แต่ตั้งเป้าหมายว่า…
สักวันเราจะทำหน้าที่ลูกที่ดี
สักวันเราจะพาพ่อแม่ไปกินอาหารดีๆ
สักวันเราจะพาพ่อแม่ไปเที่ยวในที่ที่ท่านอยากไป
สักวันเราจะได้กลับไปอยู่ด้วยกัน
วันนั้นอาจจะไม่มีอยู่จริง ทุกคนมีภาระและมีเวลาจำกัด
เราไม่รู้เลยว่าจะได้ตื่นนอนในเช้าวันพรุ่งนี้อีกหรือเปล่า
ไม่รู้ว่าใครจะชิงจากโลกนี้ไปเสียก่อน ไม่มีอะไรแน่นอน
ใช้เวลากับท่านให้มากขึ้น เข้าไปกอด บอกรัก รวมทั้งกล่าวขอโทษ ในตอนที่ท่านยังรับรู้
เพราะหากเวลาสุดท้ายของชีวิตมาถึง แต่เรายังไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
ความรู้สึกผิดนั้นมันอาจจะฝังอยู่ในใจเราตราบจนวันตาย
จริงอย่างที่เขาบอกกันว่า “เราจะเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ทำมากกว่าสิ่งที่ทำไปแล้วแต่ไม่สำเร็จ”
ใครที่พ่อกับแม่หรือคนที่รักยังอยู่ ไม่มีความสุขอะไรที่มากไปกว่านี้อีกแล้ว
ตั้งเป้าหมายอะไรให้เร่งลงมือทำ อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
ทำทุกอย่างให้เต็มที่ จะได้ไม่ต้องเสียใจอะไร หากวันนั้นมาถึง
โฆษณา