23 ก.พ. เวลา 10:38 • หุ้น & เศรษฐกิจ

รายงานภาวะตลาดประจำสัปดาห์ 16 – 20 ก.พ. 2569

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น หลังศาลฎีกามีมติ 6 ต่อ 3 ชี้ว่าการใช้กฎหมาย IEEPA ของทรัมป์เพื่อเก็บภาษีตอบแทนทางการค้าเกินอำนาจ และสั่งยกเลิกทันที
1
  • สหรัฐประกาศมาตรการภาษีใหม่ กำหนดอัตรานำเข้าสูงสุด 15% กับประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้าอย่างหนัก
  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวระยะสั้นจากผลกระทบ Shutdown แต่แนวโน้มยังฟื้นตัว ขณะที่เงินเฟ้อยังชะลอลงได้ยาก อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคธุรกิจและบางภาคบริการยังคงแข็งแกร่ง
  • หุ้นยุโรปทำจุดสูงสุดใหม่จากแรงหนุนเศรษฐกิจและกำไรบริษัท แม้ภาคอุตสาหกรรมยังหดตัว ขณะมีรายงานว่า คริสติน ลาการ์ด อาจลาออกก่อนครบวาระ
  • ญี่ปุ่นโตต่ำกว่าคาด เงินเฟ้อชะลอ ขณะที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เดินหน้านโยบายคลังเชิงรุก
  • หุ้นจีนปิดทำการช่วงตรุษจีน ขณะที่หุ้นฮ่องกงปรับลงเล็กน้อย ด้าน IMF คาดเศรษฐกิจจีนขยายตัว 4.5% พร้อมแนะเร่งปฏิรูปเพื่อกระตุ้นการบริโภค
  • SET Index ไทย ปรับขึ้น 3.4% จากเงินทุนไหลเข้า ท่ามกลางความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ และตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาแข็งแกร่ง
สถานการณ์ตลาด
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังศาลฎีกามีมติ 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยว่าการใช้กฎหมาย IEEPA ของประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อจัดเก็บภาษีตอบแทนทางการค้า (Reciprocal Tariff) เกินขอบเขตอำนาจ และสั่งยกเลิกทันที
  • อย่างไรก็ตาม สหรัฐได้ประกาศมาตรการภาษีทดแทน โดยกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสูงสุด 15% กับประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้าอย่างหนัก มาตรการมีผลบังคับใช้ทันที ครอบคลุมระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน และต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสหากต้องการขยายเวลา พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจมีมาตรการภาษีเพิ่มเติมในระยะถัดไป
  • รายงานการประชุมเดือนมกราคมของ Fed สะท้อนว่ายังไม่เร่งปรับลดดอกเบี้ย โดยกรรมการมีความเห็นแตกต่างกัน บางส่วนพร้อมผ่อนคลายหากเงินเฟ้อลดลง ขณะที่อีกส่วนไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังสูง ทั้งนี้ แม้ความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานลดลง แต่แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงน่ากังวล
  • ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
- เงินเฟ้อ Core PCE เพิ่มขึ้น 0.4% MoM และ 3.0% YoY ในเดือนธันวาคม ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไป เพิ่มขึ้น 2.9% YoY สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2024 สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงชะลอลงยาก
- GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 ขยายตัวเพียง 1.4% YoY ชะลอลงจาก 4.4% YoY ในไตรมาส 3 โดยมีสาเหตุหลักจาก Government Shutdown ซึ่งทำให้การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมกลาโหมหดตัวถึง 24.1% มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ขณะที่ Bloomberg ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหายไปราว 1 แสนล้านดอลลาร์
- การใช้จ่ายผู้บริโภคชะลอลงเหลือ 2.4% จาก 3.5% โดยมีสาเหตุหลักจากหมวดสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายด้านบริการสุขภาพเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุด
- การส่งออกหดตัว 0.9% หลังพุ่งแรงในไตรมาส 3 ขณะที่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าสหรัฐมีการขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น
- การลงทุนภาคธุรกิจขยายตัว 3.7% ได้แรงหนุนจากการลงทุนในอุปกรณ์ IT เทคโนโลยี AI และ Data Center ซึ่งแตะระดับสูงสุด
- นักวิเคราะห์มองว่า การชะลอตัวของ GDP ในไตรมาส 4 ปี 2025 เป็นเพียงผลกระทบชั่วคราวจาก Government Shutdown และคาดว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงต้นปีนี้
  • ยุโรป
- ดัชนี Stoxx Europe 600 ทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง เพิ่มขึ้นราว 2% จากแรงหนุนของคาดการณ์กำไรที่ปรับดีขึ้น ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และกระแสการกระจายการลงทุนออกจากตลาดสหรัฐฯ
- ภาพรวมเศรษฐกิจยุโรปส่งสัญญาณดีขึ้น แม้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของ Eurozone เดือนธันวาคมลดลง 1.4% QoQ มากกว่าคาด แต่ดัชนี PMI เดือนกุมภาพันธ์ออกมาดีกว่าคาด โดยคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี
- ธนาคารกลางยุโรปมีรายงานว่า คริสติน ลาการ์ด อาจลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระในปี 2027
  • ญี่ปุ่น
- GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 ขยายตัวเพียง 0.2% QoQ ต่ำกว่าคาดที่ 1.6% โดยการบริโภคภาคเอกชนชะลอลงเหลือ 0.1% ขณะที่การส่งออกได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ น้อยกว่าที่กังวล
- เงินเฟ้อผู้บริโภคเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 2% YoY โดยถูกกดดันจากราคาพลังงานและอาหารที่ชะลอลง รวมถึงมาตรการภาครัฐที่ช่วยบรรเทาค่าครองชีพบางส่วน
- นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ให้คำมั่นเดินหน้านโยบายการคลังเชิงรุก เน้นลงทุนด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เกษตร พลังงาน และสาธารณสุข ควบคู่การรักษาวินัยการคลัง
  • จีน
- สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นแผ่นดินใหญ่ของจีน ปิดทำการเนื่องในช่วงตรุษจีน ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกง กลับมาเปิดในวันศุกร์ โดยดัชนี Hang Seng ปรับลงเล็กน้อย -0.6%
- IMF คาดเศรษฐกิจจีนปีนี้เติบโต 4.5% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม แต่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 5% โดยมองว่าเศรษฐกิจจีนยังมีความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทก แม้โมเดลการเติบโตเดิมเผชิญความท้าทาย พร้อมแนะให้เร่งเปลี่ยนสู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภค ผ่านมาตรการสนับสนุนและการปฏิรูปโครงสร้างเพิ่มเติม
  • ไทย
- สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับขึ้น 3.4% จากกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ และตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ออกมาแข็งแกร่ง โดย GDP ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ขยายตัว 2.5% YoY สูงกว่าคาดที่ 1.3% ได้แรงหนุนจากการใช้จ่าย การลงทุนภาครัฐ การบริโภค และสินค้าคงคลังที่เร่งตัวขึ้น
- สำหรับทั้งปี เศรษฐกิจไทยเติบโต 2.4% ส่งผลให้สภาพัฒน์ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตปีนี้เป็น 1.5–2.5% จากเดิม 1.2–2.2%
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับขึ้น 5.9% จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง
คำเตือน
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา