9 พ.ค. เวลา 02:00 • ข่าวรอบโลก

ส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวในประเทศ “เก็บเงินภาษีเที่ยวเมืองนอก” ดีจริงหรือ?

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังในการนำพระราชกำหนดภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 กลับมาบังคับใช้อีกครั้ง เพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมขาออก (Exit Fee) ในอัตรา 1,000 บาทต่อคนต่อครั้ง โดยจะเรียกเก็บเฉพาะคนไทยเท่านั้น ไม่รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อลดความกังวลเรื่องการจัดเก็บซ้ำซ้อนทั้งขาเข้าและขาออก
คาดการณ์ว่าจากฐานข้อมูลคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศเฉลี่ยปีละ 10 ล้านคน จะสามารถสร้างรายได้เข้าสู่รัฐได้ประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้เป็นงบประมาณอุดหนุนโครงการ "เที่ยวคนละครึ่ง" เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและสกัดเม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ
ในอดีตประเทศไทยเคยมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าวในอัตรา 500 บาทก่อนจะยกเลิกไป โดยรัฐมนตรีฯ ระบุว่าหากเปรียบเทียบกับการปรับขึ้นของค่าตั๋วเครื่องบิน ภาษีจำนวน 1,000 บาทถือว่ามีผลต่อการตัดสินใจน้อยกว่า มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของคนไทย และเป็นการระดมทุนที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการกลับมาส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศต่อไป
✅ ข้อดีต่อประเทศไทย ✅
- สร้างรายได้เข้ารัฐจำนวนมหาศาล: กระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดการณ์ว่าจะมีคนไทยเดินทางออกนอกประเทศราว 10 ล้านคนต่อปี หากเก็บคนละ 1,000 บาท จะสร้างรายได้สูงถึง 10,000 ล้านบาทต่อปี
- กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศ: รายได้ส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น "เที่ยวคนละครึ่ง" ซึ่งเป็นการดึงเม็ดเงินที่เดิมจะรั่วไหลออกไปต่างประเทศ ให้กลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากของไทย
- ลดการขาดดุลดุลบริการ (Service Account Balance): ช่วยลดปริมาณการใช้จ่ายเงินตราต่างประเทศจากการที่คนไทยออกไปเที่ยวเมืองนอก และจูงใจให้คนไทยเลือกเที่ยวไทยแทน ซึ่งจะช่วยให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศดีขึ้น
- งบประมาณอุดหนุนกองทุนท่องเที่ยว: เงินส่วนหนึ่งสามารถนำไปใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในไทยที่เสื่อมโทรม หรือเพิ่มความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในระยะยาว
❌ ข้อเสียและผลกระทบ❌
- กระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน: สมาคมตัวแทนขนส่งทางอากาศเตือนว่า ค่าภาษีที่เพิ่มขึ้น 1,000 บาท เมื่อรวมกับค่าบริการผู้โดยสาร (PSC) ที่เพิ่งปรับขึ้น อาจทำให้ต้นทุนการเดินทางรวมสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางงบประหยัด (Budget Travelers)
- ความเสี่ยงต่อเที่ยวบินขาเข้า (Inbound): สายการบินอยู่ได้ด้วย "Demand สองทาง" (คนไปและคนมา) หากคนไทยเดินทางออกลดลง สายการบินอาจลดจำนวนเที่ยวบินหรือยกเลิกเส้นทาง ซึ่งจะส่งผลทางอ้อมทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้ยากขึ้นหรือมีค่าตั๋วแพงขึ้น
- ผลกระทบทางจิตวิทยาต่อผู้บริโภค: ในภาวะค่าครองชีพสูง ภาษี 1,000 บาทต่อครั้งอาจถูกมองว่าเป็นภาระที่หนักเกินไป และอาจเป็นการ "เลือกปฏิบัติ" ต่อคนไทยที่ต้องการเปิดหูเปิดตาในต่างประเทศ
- ความซับซ้อนในการจัดเก็บ: หากเก็บเฉพาะคนไทย (ไม่เก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติ) จะไม่สามารถรวมไปในราคาตั๋วเครื่องบินได้ง่ายเหมือนภาษีสนามบินทั่วไป อาจต้องกลับไปใช้ระบบซื้อคูปองหรือจ่ายแยกก่อนผ่านตม. ซึ่งจะทำให้เกิดความล่าช้าและไม่สะดวกที่สนามบิน
มาตรการนี้ยังอยู่ในขั้นตอน "รับฟังความคิดเห็นและศึกษาความเป็นไปได้" โดยกระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังไม่มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ และต้องนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. อีกครั้ง ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีการยกเว้นให้กับกลุ่มผู้ไปเรียนหรือไปทำงานต่างประเทศหรือไม่
แล้วคุณล่ะ คิดว่าภาษี 1,000 บาทนี้ จะทำให้คนไทยหันมาเที่ยวไทยมากขึ้นจริง ๆ หรือจะเลือกตัดใจจ่ายเพื่อไปเที่ยวต่างประเทศเหมือนเดิม ?
รู้จัก Hotelsup มากขึ้น : https://www.hotelsup.co/
โฆษณา