Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง
•
ติดตาม
17 พ.ค. เวลา 07:16 • ประวัติศาสตร์
ตอนที่ 29 บาเยซิดที่ 1 “อัสนีบาตคำราม” (Yıldırım) เส้นทางเหล็กกล้าความดุดันที่ถูกล่าวขานผ่านยุคสมัย
สุลต่านบาเยซิดที่ 1 ผู้ก้าวขึ้นเป็นสุลต่านลำดับที่ 4 แห่งจักรวรรดิออตโตมัน ทรงเป็นหนึ่งในผู้นำทางทหารที่ถูกกล่าวขานในแง่ทรงพลังและดุดันที่สุดในประวัติศาสตร์ พระองค์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฉายา "ยึลดือรึม" (Yıldırım) ซึ่งแปลว่า "สายฟ้าฟาด" หรืออัสนีบาต
2
แต่ก่อนที่พระองค์จะก้าวเป็นสุลต่านที่ทำให้ทั้งยุโรปและเอเชียต้องสั่นสะเทือนชีวิตในวัยเยาว์และบทบาทในฐานะเจ้าชายของพระองค์นั้นเต็มไปด้วยการฝึกฝนทางยุทธวิธีและการเมืองที่เข้มข้น
🟥เจ้าชายบาเยซิดประสูติเมื่อราวปี ค.ศ. 1360 (หรือ 1354 ตามบางบันทึก) ที่เมืองเอดีร์แน พระองค์เป็นพระราชโอรสของ สุลต่านมูรัดที่ 1 (Murad I) และพระสนมกึลชีเชก ฮาตุน ซึ่งมีเชื้อสายกรีก
🟥ในฐานะเจ้าชายแห่งออตโตมัน บาเยซิดไม่ได้รับอนุญาตให้เติบโตมาอย่างสุขสบายในราชสำนัก พระองค์ถูกส่งตัวไปศึกษาหลักศาสนาอิสลาม นิติศาสตร์ (ชารีอะห์) ปรัชญา และที่สำคัญที่สุดคือ วิชาการทหารและการขี่ม้า จากนักปราชญ์และแม่ทัพที่เก่งกาจที่สุดในยุคนั้น
3
บาเยซิดกับการศึกษาสมัยยังทรงพระเยาว์
🟥เมื่อเติบโตขึ้นออตโตมันมีธรรมเนียมส่งเจ้าชายออกไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด (Sancakbeyi) เพื่อฝึกการปกครองจริง บาเยซิดในวัยหนุ่มถูกส่งไปปกครองเมืองสำคัญในอนาโตเลีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานอำนาจและกองทหารที่จงรักภักดีต่อพระองค์โดยตรง
เจ้าชายที่มีความพร้อมะถูกส่งไปหัวเมืองต่างๆ เพื่อฝึกการปกครองสร้างฐานอำนาจของตนเอง
🟩การแต่งงานที่ได้มาซึ่งอาณาจักร
ผลงานชิ้นแรกๆ ของบาเยซิดไม่ใช่การรบ แต่เป็นการเสียสละเพื่อยุทธศาสตร์ชาติของพระบิดาในยุคนั้น ออตโตมันกำลังขยายอำนาจในอนาโตเลีย สุลต่านมูรัดที่ 1 ได้จัดการอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายบาเยซิด กับ เดฟเลทชาห์ ฮาตุน (Devletşah Hatun) เจ้าหญิงแห่งรัฐเกอร์มิยาน (Germiyanids) ซึ่งเป็นรัฐเติร์กเพื่อนบ้านที่ร่ำรวย
3
อภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายบาเยซิด กับ เดฟเลทชาห์ ฮาตุน
🟩แทนที่จะเป็นเงินทอง สินสอดที่ออตโตมันได้รับจากการแต่งงานครั้งนี้คือ "ดินแดนและเมืองสำคัญหลายแห่ง" รวมถึงเมืองคูตาห์ยา (Kütahya) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้า บาเยซิดจึงได้ย้ายไปเป็นผู้ปกครองคูตาห์ยา และใช้เมืองนี้เป็นฐานที่มั่นในการควบคุมชายแดนตะวันออก
⚔️ ผลงานการรบ: การตื่นขึ้นของ "อัสนีบาต"
🟪สิ่งที่ทำให้บาเยซิดโดดเด่นเหนือพี่น้องคนอื่นๆ ไม่ใช่สายเลือด แต่คือ "ความรวดเร็วและเด็ดขาด" ในสนามรบ ซึ่งพระองค์ได้พิสูจน์ให้เห็นใน 2 สมรภูมิประวัติศาสตร์
3
🟪ผลงานที่ 1: ยุทธการเฟรนเคยาซิซี (1387) - กำเนิดฉายาสายฟ้าฟาด 🐎⚡
เมื่อรัฐคารามัน (Karamanids) แทงข้างหลังออตโตมัน สุลต่านมูรัดได้ยกทัพกลับมาปราบปรามในศึกนี้เจ้าชายบาเยซิดได้รับความไว้วางใจให้บัญชาการทหารม้าปีกซ้าย
🟪เมื่อแนวรบของทั้งสองฝ่ายกำลังยันกัน บาเยซิดได้ตัดสินใจนำทหารม้าเข้าชาร์จทำลายแนวรบของศัตรูด้วยความเร็วและความดุดันอย่างเหลือเชื่อ การโจมตีที่รวดเร็วปานสายฟ้านี้ทำให้ทัพคารามันแตกพ่ายยับเยิน
กลับไปอ่านแบบเต็ม ในตอนที่ 24 ยุทธการเฟรนเคยาซิซี (1387)
บาเยซิคในยุทธการ ยุทธการเฟรนเคยาซิซี 1387
🟪ความเก่งกาจในวันนั้นทำให้พระบิดาและกองทัพต่างพร้อมใจกันขนานนามพระองค์ว่า "ยึลดือรึม" (อัสนีบาต) ซึ่งกลายเป็นชื่อที่สร้างความหวาดผวาไปทั่วแคว้น
🟧ผลงานที่ 2: ยุทธการโคโซโว (1389) - บททดสอบเลือดและการตัดสินใจอันเหี้ยมโหด 🦅🩸
🟧ในศึกชี้ชะตากับพันธมิตรเซอร์เบีย บาเยซิดรับหน้าที่คุมปีกขวาของกองทัพ เมื่อปีกซ้าย (คุมโดยเจ้าชายยาคุบน้องชาย) กำลังเพลี่ยงพล้ำ บาเยซิดเป็นผู้นำทัพเข้าตีโต้กลับจนพลิกสถานการณ์ได้
3
บาเยซิดนำทหารม้าปีกขวาเข้าทำลายแนวรบของเจ้าชายลาซาร์
🟧ระหว่างการรบ สุลต่านมูรัดที่ 1 ถูกลอบสังหารกะทันหัน กองทัพออตโตมันตกอยู่ในสภาวะหัวกุดและเสี่ยงต่อการพังทลาย
ในวินาทีวิกฤต บาเยซิดไม่แสดงความอ่อนแอ พระองค์เข้าควบคุมกองทัพทั้งหมดทันที ปกปิดข่าวการสวรรคต และสั่งการให้บุกทำลายทัพเซิร์บจนแตกพ่าย
🟧สิ่งที่แสดงถึงความเหี้ยมโหดทางการเมืองคือ ทันทีที่รบชนะ พระองค์สั่งให้คนไปตาม เจ้าชายยาคุบ (Yakub Çelebi) น้องชายของตนมาพบ และ "สั่งรัดคอประหารชีวิตน้องชายแท้ๆ ทันที" เพื่อป้องกันสงครามกลางเมืองและการแย่งชิงบัลลังก์ นี่คือจุดเริ่มต้นของธรรมเนียมการประหารพี่น้อง (Fratricide) ในราชวงศ์ออตโตมัน
3
การสำเร็จโทษเจ้าชายยาคุบ เป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากสุลต่านมูรัดที่ 1 เสียชีวิตกระทันหันสิทธิการสืบทอดจึงไม่ชัดเจน
🇹🇷บทสรุป เส้นทางสู่บัลลังก์สุลต่าน
🟥ทันทีที่ควันปืนและฝุ่นเลือดในทุ่งโคโซโวจางลง เจ้าชายบาเยซิดในวัยไม่ถึง 30 ปี ก็ได้ก้าวขึ้นเหยียบศพศัตรูและน้องชายของตนเอง สถาปนาขึ้นเป็น "สุลต่านบาเยซิดที่ 1" กลางสนามรบ
3
🟥 ช่วงชีวิตก่อนเป็นของสุลต่านบาเยซิด แสดงให้เห็นภาพของชายผู้ถูกหล่อหลอมด้วยวินัยทหาร มีไหวพริบทางการเมือง และพร้อมทำทุกอย่างแม้กระทั่งนองเลือดครอบครัวเพื่อรักษาเสถียรภาพของจักรวรรดิ
🟥คุณสมบัติเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ในเวลาต่อมา พระองค์สามารถบดขยี้กองทัพครูเสดยุโรปในศึกนิโคโพลิส และเกือบจะพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้สำเร็จ ก่อนจะไปพบกับคู่ปรับที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตอย่าง "ติมูร์"
สุลต่านบาเยซิดในยุทธการอังการ 1402
เมื่อเรารู้จักกับเส้นทางก่อนขึ้นรับตำแหน่งสุลต่านบาเยซิดแห่งจักรวรรดิออตโตมัน ผู้เขียนก็อยากอธิบายภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไปหลังยุทธการโคโซโว 1389 กำลังสร้างโจทย์ใหม่ ศัตรูใหม่ ที่จักรวรรดิออตโตมันจะต้องฝ่าฟันเพื่อผงาดเป็นมหาอำนาจสองทวีปในลำดับถัดไป
3
ตอนที่ 30 ภูมิรัฐศาสตร์สี่ทิศสมัยสุลต่านบาเยซิดที่1 "อัสนีบาต" กลางวงล้อมมหาอำนาจ
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
แนวคิด
2 บันทึก
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Rise of Ottoman empire
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย