Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Bigmama ชวนอ่าน
•
ติดตาม
19 พ.ค. เวลา 15:28 • ข่าวรอบโลก
‼️ สงครามกระทบทุกคนบนโลก ทะเลเพลิงจากช่องแคบฮอร์มุซ กับ ‘คลื่นลูกที่สอง’
ที่กระเป๋าตังค์เรายังไม่ได้เตรียมใจ 🔥
เมื่อสงครามส่งผลกระทบทางอ้อม...
สิ่งแรกที่พังทลายไม่ใช่แค่แนวรบ แต่คือ "ค่าครองชีพ" ของคนทั้งโลก
นี่คือภาพสะท้อนความจริงอันโหดร้ายจากกราฟล่าสุดของ Charlie Bilello (Creative Planning) ที่แสดงให้เห็นว่า
นับตั้งแต่ชนวนสงครามปะทุขึ้น สินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก พุ่งทะยานขึ้นเป็นหน้ากระดานเรียงหนึ่ง
และนี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทยอีกต่อไป เพราะต้นทุนทุกอย่างกำลังถูกส่งต่อมาถึงเราในฐานะ "ผู้บริโภคปลายน้ำ"
⸻
📌 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้
1 วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz): จุดยุทธศาสตร์ที่น้ำมันโลกกว่า 20% และปุ๋ยเคมีกว่า 1 ใน 3 ของโลกต้องหมุนเวียนผ่าน เมื่อพื้นที่นี้กลายเป็นเขตสงคราม ซัพพลายเชนจึงเกิดการ "ช็อก" ทันที
2 Energy Shock เกิดขึ้นแล้ว: พลังงานคือต้นทุนแรกที่ตอบสนองไวที่สุด ต้นทุนการขนส่งและภาคผลิตพุ่งกระฉูดไปเรียบร้อย
3 Food Shock กำลังตามมา: สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่คือ "ปุ๋ยและสารเคมี" ที่แพงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรในฤดูกาลถัดไป ยอดขายในซูเปอร์มาร์เก็ตปลายปีนี้อาจเห็นเอฟเฟกต์ที่แท้จริง
⸻
📊 เจาะสถิติ: สินค้าอะไรพุ่งแรงที่สุด? (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2026)
จากข้อมูลระบุว่ากลุ่มพลังงานและสารตั้งต้นอุตสาหกรรมบวกขึ้นอย่างน่ากลัว โดยแบ่งกลุ่มความรุนแรงได้ดังนี้:
🌋 กลุ่มที่ 1: สารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ (บวกโหดเหมือนโกรธใครมา)
Sulfur (ซัลเฟอร์/กำมะถัน): +97% (พุ่งเกือบเท่าตัว! ตัวนี้คือหัวใจหลักในการผลิตปุ๋ยเคมีและอุตสาหกรรมหนัก)
⛽ กลุ่มที่ 2: มหันตภัยพลังงาน (Energy Shock +50% ขึ้นไปทุกตัว)
WTI Crude Oil (น้ำมันดิบสหรัฐฯ): +60%
Jet Fuel (น้ำมันเครื่องบิน): +58%
Heating Oil (น้ำมันทำความร้อน): +55%
European Natural Gas (แก๊สธรรมชาติยุโรป): +54%
Gasoline (น้ำมันเบนซิน): +52%
Diesel (ดีเซล): +50%
Brent Crude Oil (น้ำมันดิบเบรนท์): +50%
🌾 กลุ่มที่ 3: ปากท้อง สิ่งทอ และอุตสาหกรรมฐานราก
Cotton (ฝ้าย): +28%
Urea (ยูเรีย): +24% (สารหลักในการทำปุ๋ยเร่งโต)
Rice (ข้าวสาร): +23%
Fertilizer (ปุ๋ยสำเร็จรูป): +20%
Palm Oil (น้ำมันปาล์ม): +12%
Iron Ore (สินแร่เหล็ก): +12%
Coal (ถ่านหิน): +11%
⸻
🧠 ชวนคิด : คลื่นลูกที่สองกำลังจะมาจริงไหม?
สิ่งที่มุมมองนี้พยายามเตือนเราก็คือ "สงครามนี้เพิ่งเริ่มต้น แต่ผลกระทบมันมี Time Lag (ระยะเวลาส่งผ่านตัวเลข)" ลองจินตนาการตามดู:
วันนี้ราคาน้ำมันและปุ๋ยพุ่งขึ้นทันที (ตลาดเก็งกำไรและสะท้อนต้นทุนดิบ)
เกษตรกรทั่วโลกเริ่มแบกรับต้นทุนปุ๋ยที่แพงขึ้น 20% หรือยูเรียที่แพงขึ้น 24% ไม่ไหว
ผลลัพธ์คืออะไร? บางส่วนอาจลดปริมาณการใส่ปุ๋ยลง ส่งผลให้ "ผลผลิตต่อไร่ (Yield) ลดลง" ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวหน้า
เมื่อผลผลิตน้อยลง แต่ความต้องการกินข้าวกินปลาของประชากรโลกเท่าเดิม ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ราคาอาหารบนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงปลายปี 2026 ไปจนถึงปี 2027 จะเป็นอย่างไร?
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมตัวเลขในชาร์ตนี้ อาจไม่ใช่ "จุดสูงสุด" แต่เป็นเพียง "จุดเริ่มต้น" ของภาวะเงินเฟ้อรอบใหม่ที่โลกต้องเจอ
⸻
📝 สรุป
สงครามไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ในสนามรบอีกต่อไป ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน
ต้นทุนซัลเฟอร์และน้ำมันดิบที่พุ่งเกินครึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ กำลังทำหน้าที่เป็นโดมิโนตัวแรกที่จะผลักให้ค่าครองชีพ อาหาร และของใช้รอบตัวเราแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การตื่นตระหนก
แต่คือการบริหารกระแสเงินสดและจับตาดูว่านโยบายการเงินโลกจะรับมือกับคลื่นเงินเฟ้อลูกที่สองนี้อย่างไร
เพื่อนๆ ล่ะ มองว่าราคาอาหารรอบตัวเริ่มขยับตามกราฟนี้หรือยัง? หรือคิดว่าตลาดได้ซับแรงกระแทกไปหมดแล้ว? คอมเมนต์คุยกันได้เลย! 👇
⸻
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References):
รายงานสถิติและกราฟวิเคราะห์ดัชนีโภคภัณฑ์ โดย Charlie Bilello, Creative Planning
(ข้อมูลอัปเดต ณ พฤษภาคม 2026)
บทวิเคราะห์สถานการณ์เงินเฟ้อและผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยสถาบันการเงิน Morgan Stanley
#LadyCrypto #เศรษฐกิจโลก #สงคราม #เงินเฟ้อ #น้ำมันแพง #วิเคราะห์การลงทุน #สาระการเงิน #MewLadyCrypto
โดย : Lady Crypto
https://www.facebook.com/share/1NWdLoKxAa/
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย