Laura Cooper นักกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกและหัวหน้าฝ่าย Macro Credit ที่ Nuveen สรุปได้น่าฟังว่า ผลตอบแทนที่สูงขึ้นไม่ได้สะท้อนแค่ความผันผวนของเงินเฟ้อเท่านั้น แต่กำลังสะท้อน “ความเสี่ยงทางการคลัง” ที่กลับมาอีกครั้ง และตลาดพันธบัตรมีขีดความสามารถจำกัดในการรองรับการใช้จ่ายภาครัฐในระดับผลตอบแทนปัจจุบัน โดยไม่ต้องการค่าตอบแทนเพิ่ม
🔻 หุ้นปรับฐาน Bull Market สะดุดหรือเปล่า?
ผลกระทบที่ตามมาก็คือ ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงทุกดัชนีหลักค่ะ S&P 500 ลดลง 0.7% ทำให้เกิดสตรีคติดลบยาวที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม Nasdaq 100 ลดลง 0.6% และ Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.6% เช่นกัน ส่วน MSCI World Index ที่สะท้อนภาพหุ้นทั่วโลกก็ลดลง 0.4%
Matt Maley จาก Miller Tabak ให้ความเห็นไว้แบบตรงไปตรงมาว่า ประเด็นเรื่อง Bond Yields ที่สูงขึ้นยังคงเป็นเรื่องที่อาจสร้างปัญหาให้กับตลาดหุ้นในปัจจุบัน ซึ่งราคาแพงอยู่แล้ว
ที่น่าสนใจมากในมุมของนิคกี้ก็คือ เรื่องนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ผลสำรวจของ Bank of America บอกว่า ผู้จัดการกองทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ Michael Hartnett จาก BofA บอกว่า ระดับการลงทุนนี้ใกล้จะส่งสัญญาณขาย (Sell Signal) แล้ว และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ 73% ของผู้ตอบแบบสอบถามถือสถานะ Long ในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้กลุ่มนี้ถูกระบุว่าเป็น “Most-Crowded Trade” หรือธีมที่นักลงทุนแห่กันไปลงทุนมากที่สุด
ทีม JPMorgan Market Intelligence นำโดย Andrew Tyler ให้คำแนะนำที่นิคกี้คิดว่าเป็นการวางตัวที่ระมัดระวัง พวกเขาบอกว่ายังคงมีมุมมองเชิงบวกในเชิงกลยุทธ์ระยะสั้น แต่จะไม่ถือสถานะ Long แบบสุดตัว เพราะมีโอกาสค่อนข้างสูงที่หุ้นจะพักฐาน นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม การย่อตัวก็มีแนวโน้มที่จะมีแรงซื้อกลับ
ความผันผวนในกลุ่มชิปก็ชัดเจนค่ะ ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ของ Philadelphia Stock Exchange (SOX) ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากที่ระหว่างวันเคยลงไปแรงถึง 3.6% ซึ่งสะท้อนความผันผวนรุนแรงในกลุ่มนี้หลังจากที่ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องจากกระแส AI ที่กลับมาบูม
อีกตัวที่นิคกี้อยากให้สังเกตคือ Russell 2000 ดัชนีของบริษัทขนาดเล็กที่มักจะมีหนี้สูงและทำกำไรน้อยกว่าบริษัทใหญ่ ปรับตัวลงประมาณ 1% ในวันเดียว และทำให้การลดลงในช่วงสามวันลึกถึง 4% ซึ่งสะท้อนว่าหุ้นขนาดเล็กไวต่อสถานการณ์ดอกเบี้ยสูงเป็นพิเศษ
Benjamin Schroeder นักกลยุทธ์อาวุโสด้านอัตราดอกเบี้ยที่ ING บอกว่า ตลาดได้เปลี่ยนเป็นมุมมองการขึ้นดอกเบี้ยอย่างชัดเจน เพราะนักลงทุนกังวลว่าแรงกดดันด้านราคาพลังงานจะกลายเป็นอะไรที่มากกว่าแค่ช่วงเงินเฟ้อระยะสั้น
การเปลี่ยนแปลงในใจตลาดนี้กำลังจะต้องเผชิญหน้ากับ Kevin Warsh ที่จะเข้ามาเป็นประธาน Fed คนใหม่ ซึ่งจะต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบาก คือเงินเฟ้อที่กลับมา แต่เศรษฐกิจที่อาจจะชะลอตัวจาก Bond Yields ที่สูง
ปิดท้ายด้วยข่าวบริษัทที่น่าสนใจในรอบนี้ค่ะ Google ของ Alphabet กำลังออกแบบใหม่กล่องค้นหาที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ และเพิ่มเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI ใหม่ๆ ซึ่งเป็นขั้นตอนล่าสุดในการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ของบริษัทเพื่อขยายอิทธิพลในยุค AI
Mark Patterson ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Cisco Systems เตือนว่า บริษัทจะเห็น “ขึ้นๆ ลงๆ” กับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เมื่อบริษัทผลักดันเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งนิคกี้มองว่าเป็นการเตือนที่จริงใจมาก เพราะการลงทุนใน AI ใช้ทุนสูงและกินมาร์จิ้น