20 พ.ค. เวลา 04:59 • ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 32 การปิดล้อมกรุงคอนสแตนติโนเปิล (1394-1402): เมื่ออัศนีบาตบังคับรัดคอจักรวรรดิโรมันตะวันออก

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 จักรวรรดิไบแซนไทน์ (โรมันตะวันออก) ที่เคยยิ่งใหญ่ เหลือแผ่นดินเพียงแค่กรุงคอนสแตนติโนเปิลและพื้นที่ปริมณฑลเพียงหยิบมือเปรียบเสมือนเกาะเล็กๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรสีเขียวของจักรวรรดิออตโตมัน
2
สุลต่านบาเยซิดที่ 1 (Bayezid I) ทรงเบื่อหน่ายกับเกมการเมืองของจักรพรรดิไบแซนไทน์ที่มักยุยงให้แว่นแคว้นอื่นต่อต้านออตโตมัน พระองค์จึงตัดสินใจลงมือขั้นเด็ดขาดในปี ค.ศ. 1394 นำไปสู่การปิดล้อมเมืองที่ยาวนานถึง 8 ปี!
🎯 วัตถุประสงค์ของการปิดล้อม
บาเยซิดไม่ได้ต้องการแค่รบชนะ แต่ต้องการ "ฮุบ" มหานครแห่งนี้ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ:
🟨ประการที่1 คอนสแตนติโนเปิลตั้งอยู่ตรงช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย รวมถึงทะเลดำและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หากยึดได้ ออตโตมันจะควบคุมเส้นทางการค้าโลกได้อย่างเบ็ดเสร็จ
คอนสแตนติโนเปิล ประตูที่เชื่อมระหว่างยุโรปและเอเชีย
🟨ประการที่2 ไบแซนไทน์มักเป็นข้ออ้างให้ชาวยุโรปชาติต่างๆ ส่งกองทัพครูเสดมาโจมตีออตโตมัน หากไม่มีเมืองนี้ ยุโรปก็ไม่มีข้ออ้างในการเข้ามาแทรกแซง
🟨ประการที่ 3 ก่อนการปิดล้อม บาเยซิดบีบบังคับให้จักรพรรดิมานูเอลที่ 2 (Manuel II Palaiologos) ยอมรับเงื่อนไขสุดโต่ง เช่น ต้องสร้างมัสยิดในเมือง, ต้องมีผู้พิพากษาศาสนาอิสลาม (Kadi) ประจำเมือง และต้องเพิ่มเครื่องบรรณาการ เมื่อมานูเอลที่ 2 ปฏิเสธ บาเยซิดที่หัวอุ่นอยู่แล้วจึงสั่งลุยทันที
🗺️ กลยุทธ์และแนวทาง: ปิดประตูตีแมวและตัดเสบียง
กำแพงเมือง "เธโอโดเซียน" ปราการแห่งคอนสแตนติโนเปิล
กำแพงเมือง "เธโอโดเซียน" (Theodosian Walls) ของคอนสแตนติโนเปิลนั้นสูงตระหง่านหนาแน่นและตีแตกยากที่สุดในโลก บาเยซิดรู้ดีว่าการเอาทหารไปปีนกำแพงคือการฆ่าตัวตาย พระองค์จึงเลือกใช้ วิธีที่บรรพบุรุษอยากออร์ฮันชอบใช้ "สงครามบั่นทอนกำลัง" หรือการปิดล้อมให้อดตาย
🟥กองทัพออตโตมันตั้งค่ายล้อมรอบแนวกำแพงเมืองฝั่งตะวันตก (ฝั่งแผ่นดินยุโรป) ห้ามไม่ให้มีใครเข้าออก ตัดขาดเส้นทางเสบียงที่มาจากแคว้นเทรซ
ฝ่ายออตโตมันสร้างป้อมอนาโดลูฮิซารึ เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงเสบียง
🟥 สร้างป้อมปราการปิดทางน้ำ บาเยซิดสั่งให้สร้าง "อนาโดลูฮิซารึ" (Anadolu Hisarı) หรือ ป้อมปราการแห่งอนาโตเลีย ขึ้นที่ฝั่งเอเชียของช่องแคบบอสฟอรัส ป้อมนี้มีปืนใหญ่คอยยิงสกัดเรือสินค้าทุกรำที่จะขนส่งเสบียงหรือข้าวสาลีจากทะเลดำเข้าสู่คอนสแตนติโนเปิล
อนาโดลูฮิซารึ ป้อมควบคุมการสัญจรทางเรือ และปิดกั้นไม่ให้กองเรือจากทะเลดำ
🟥กลยุทธ์คือการรอให้ชาวเมืองอดอยากจนทนไม่ไหวและต้องเปิดประตูเมืองยอมแพ้ไปเอง
🏆 ผลลัพธ์แห่งการปิดล้อม: เมืองที่รอวันตาย สภาพการณ์ในกรุงคอนสแตนติโนเปิลเลวร้ายลงเรื่อยๆ
🟦 เสบียงร่อยหรอ ชาวเมืองต้องรื้อถอนบ้านเรือนที่ทำจากไม้มาทำเป็นฟืนเพื่อประทังความหนาวเย็น ประชากรจำนวนมากล้มตายหรือหลบหนีออกจากเมือง
ความเลวร้ายภายในกรุงคอนสแตนติโนเปิลช่วงปิดล้อม
🟦 ในตอนแรก ยุโรปตะวันตกทนดูไม่ไหวจึงส่งกองทัพอัศวินครูเสดมาช่วย แต่บาเยซิดก็ถอนกำลังส่วนหนึ่งไปบดขยี้ทัพครูเสดจนพินาศที่สมรภูมินิโคโพลิส (1396) ทำให้ความหวังของไบแซนไทน์ดับวูบลง
🟦 ด้วยความสิ้นหวัง จักรพรรดิมานูเอลที่ 2 ถึงกับต้องฝากเมืองไว้กับผู้สำเร็จราชการ แล้วนั่งเรือฝ่าการปิดล้อมเดินทางไปทั่วยุโรป (อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ) เพื่อกราบกรานขอเงินและกองทหารมาช่วยกู้ชาติ (ซึ่งชาวยุโรปก็ให้แต่คำสัญญาปากเปล่า)
เมืองใกล้จะยอมจำนนเต็มที ผู้สำเร็จราชการ (จอห์นที่ 7) เตรียมที่จะมอบกุญแจเมืองให้บาเยซิดอยู่แล้ว... แต่ทว่า ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น!
เมื่อคอนสแตนติโนเปิลกำลังจะแตก มหาอำนาจจากตะวันออกอย่าง "ติมูร์เลง" (Timur) ได้บุกเข้าโจมตีอนาโตเลีย (แนวหลังของออตโตมัน)
ออตโตมันยกเลิกการปิดล้อมกรุงคอนสแตนติโนเปิล
🟪บาเยซิดไม่มีทางเลือก ต้องสั่งยกเลิกการปิดล้อมกรุงคอนสแตนติโนเปิลที่ทำมาถึง 8 ปี เพื่อรีบยกทัพกลับไปป้องกันบ้านเกิด ก่อนที่พระองค์จะพ่ายแพ้และถูกจับเป็นเชลยในยุทธการอังการา (Battle of Ankara 1402)
🟪 การถอนทัพของบาเยซิดทำให้จักรวรรดิไบแซนไทน์รอดพ้นจากการสูญสิ้นชาติอย่างฉิวเฉียด ออตโตมันเข้าสู่ยุคสงครามกลางเมือง (ยุคไร้กษัตริย์) ทำให้ไบแซนไทน์มีเวลาหายใจต่อไปได้อีกถึงครึ่งศตวรรษ
🟪เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า กำแพงเธโอโดเซียนคือปราการที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก หากไม่มีปืนใหญ่ขนาดมหึมา (ซึ่งจะถูกคิดค้นในอีก 50 ปีต่อมา) การจะตีเมืองนี้ให้แตกนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
บทสรุป 🚩
แม้การปิดล้อมจะจบลงด้วยความล้มเหลวของสุลต่านบาเยซิดที่ 1 แต่ก็ด้วยของเหตุผลเดียวคือ ยังไม่มีอุปกรณ์ตีเมืองที่จะทำลายกำแพงเธโอโดเซียนเท่านั้น ฝ่ายออตโตมันพร้อมขยี้ไบแซนไทน์ให้แหลกได้ทุกเมื่อถ้ามีความพร้อม
การล้อมกรุงคอนสแตนติโนเปิล สมัยมูรัดที่ 2
นับแต่นั้น การยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิล จึงกลายเป็นเป้าหมายอันดับแรกๆ ที่สุลต่านรุ่นต่อๆมาจะเลือกใช้เพื่อสร้างชื่อหรือสร้างความชอบธรรม (ก่อนจะถูกหลานของบาเยซิด คือ "สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2" มาพิชิตอย่างราบคาบในปี 1453)
ตอนถัดไป ดูเหมือนสุลต่านอัศนีบาตของเราก็ยังหัวอุ่นไม่พอพระองค์จึงเปิดศึกกับ อาณาจักรวอลเลเชีย (โรมาเนียในปัจจุบัน) ที่จะทำให้กองทัพออตโตมันที่เคยไร้พ่าย Winrate ไม่ใช่ 100% อีกต่อไป
ตอนที่ 33 ยุทธการโรวิเน่ (1395)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา