21 พ.ค. เวลา 04:33 • ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 33 ยุทธการโรวิเน่ (1395) มหาศึกแห่งหนองน้ำและการปะทะฝีมือของสองจอมทัพ

ยุทธการโรวิเน่ เกิดขึ้นในวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1395 เป็นการปะทะกันระหว่างจักรวรรดิออตโตมันนำโดย สุลต่านบาเยซิดที่ 1 (Bayezid I) และอาณาจักรวอลเลเชีย (โรมาเนียในปัจจุบัน) นำโดย เจ้าชายมีร์เชียที่ 1 ผู้ยิ่งใหญ่ (Mircea the Elder)
3
สมรภูมินี้เป็นที่เลื่องลือในแง่ของการใช้ยุทธวิธีจรยุทธ์และภูมิประเทศเพื่อเอาชนะกองทัพที่เหนือกว่า
🚩 สาเหตุแห่งยุทธการ
ความขัดแย้งนี้เกิดจากการแผ่อำนาจของทั้งสองฝ่ายที่มาชนกันที่เส้นแบ่งเขตแดนธรรมชาติอย่างแม่นยำ
🟨 เจ้าชายมีร์เชียแห่งวอลเลเชีย ทรงแผ่อิทธิพลข้ามแม่น้ำดานูบลงมาทางใต้ (แคว้นโดบรุดจา) และเข้าไปแทรกแซงการเมืองในบัลแกเรีย ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลที่ออตโตมันเพิ่งยึดครองมาได้
เจ้าชายมีร์เชียที่ 1 ผู้ยิ่งใหญ่ กำลังจับจ้องทัพออตโตมันอีกฝากของแม่น้ำ
🟨 มีร์เชียไปจับมือเป็นพันธมิตรกับอาณาจักรฮังการี (ภายใต้กษัตริย์ซิกิสมุนด์) ซึ่งเป็นศัตรูเบอร์หนึ่งของออตโตมันในยุโรปกลาง
🟨 สุลต่านหัวอุ่นบาเยซิดที่ 1 ต้องการกวาดล้างเสี้ยนหนามทางตอนเหนือของแม่น้ำดานูบให้สิ้นซากเพื่อป้องกันไม่ให้วอลเลเชียและฮังการีรวมหัวกันโจมตีออตโตมันพระองค์จึงระดมทัพใหญ่ข้ามแม่น้ำดานูบบุกวอลเลเชียโดยตรง
🗺️ แนวทางยุทธการ: ป่าทึบ หนองน้ำ และกลยุทธ์จรยุทธ์
สมรภูมินี้ต่างจากทุ่งเปิดโล่งอย่างโคโซโว เพราะภูมิประเทศคืออาวุธที่อันตรายที่สุด
🟥 บาเยซิดนำกองทัพขนาดมหึมามาด้วย ซึ่งรวมถึง "กองทัพของรัฐบรรณาการชาวเซิร์บ" ที่ถูกบังคับให้มาร่วมรบ (นำโดย สเตฟาน ลาซาเรวิช และ เจ้าชายมาร์โค) ในขณะที่มีร์เชียมีกองกำลังที่เล็กกว่ามาก
กองทัพออตโตมันขนาดมหึมา
🟥 มีร์เชียรู้ดีว่าสู้ซึ่งหน้าไม่ได้ จึงสั่งอพยพผู้คน เผาทำลายเสบียงอาหาร และวางยาพิษในบ่อน้ำตลอดเส้นทางที่ออตโตมันเดินทัพ ทำให้ทัพออตโตมันเหนื่อยล้าและหิวโหย
ทหารวอลเลเชียเริ่มเผาทำลายเสบียงอาหาร
🟥: คำว่า "โรวิเน่" (Rovine) แปลว่า หนองน้ำ หรือ ที่ลุ่ม มีร์เชียล่อให้กองทัพออตโตมันเดินทัพเข้ามาในพื้นที่ป่าทึบและหนองน้ำที่เคลื่อนตัวลำบาก ทำให้กองทหารม้าชั้นยอดของออตโตมันไร้ประโยชน์
พื้นที่ป่าทึบและหนองน้ำเป็นยุทธวิธีที่ออตโตมันไม่เคยมีประสบการณ์
ในขณะที่ทัพออตโตมันติดหล่มและเสียกระบวน ทหารวอลเลเชียได้ทำการซุ่มโจมตีอย่างหนักหน่วงด้วยพลธนูและยุทธวิธีตีหัวเข้าบ้าน (Hit-and-run) ก่อให้เกิดความสูญเสียมหาศาล
กลยุทธ์จรยุทธ์ เป็นข้อจำกัดที่ฝ่ายออตโตมันรับมือโดยไม่มีประสบการณ์มาก่อน
🏆 ผลลัพธ์แห่งยุทธการ
🟦สมรภูมินี้เป็น ชัยชนะทางยุทธวิธีของฝ่ายวอลเลเชีย (แม้บางบันทึกของออตโตมันจะอ้างว่าเสมอกัน)
🟦กองทัพของบาเยซิดสูญเสียไพร่พลไปอย่างหนักหน่วงจนไม่สามารถรุกคืบต่อไปได้ และต้องตัดสินใจถอยทัพกลับข้ามแม่น้ำดานูบ
งบาเยซิดสูญเสียไพร่พลอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องตัดสินใจถอยทัพกลับ
🟦สิ่งที่น่าเศร้าและเป็นที่จดจำที่สุดในศึกนี้คือ เจ้าชายมาร์โค (Prince Marko) อดีตผู้นำเซอร์เบียที่ต้องจำใจมารบให้ออตโตมัน ได้เสียชีวิตลงในสมรภูมินี้ ตำนานเล่าว่าก่อนตายพระองค์ตรัสว่า
เจ้าชายมาร์โค (Prince Marko)
"ข้าขอให้พระเจ้าประทานชัยชนะแก่ชาวคริสเตียน แม้ข้าจะต้องเป็นคนแรกที่ตายในสงครามนี้ก็ตาม"
เจ้าชายมาร์โค (Prince Marko)
🌍ผลกระทบที่ส่งถึงแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ยุทธการโรวิเน่ส่งผลกระทบต่อเนื่องทางการเมืองในบอลข่านอย่างลึกซึ้ง
🟪1. ฝ่ายอาณาจักรวอลเลเชีย (โรมาเนีย)
รอดพ้นการถูกยึดครอง: ชัยชนะครั้งนี้พิสูจน์ความสามารถของเจ้าชายมีร์เชีย และทำให้วอลเลเชียรักษาสถานะความเป็นรัฐอิสระไว้ได้ ไม่ถูกผนวกเป็นมณฑลหนึ่งของออตโตมัน
🏃 การเมืองที่พลิกผัน: แม้จะชนะศึก แต่บาเยซิดได้สนับสนุน วลาดที่ 1 ผู้ช่วงชิง (Vlad I the Usurper) ให้ก่อกบฏยึดอำนาจในภายหลัง ทำให้มีร์เชียต้องลี้ภัยไปฮังการีชั่วคราว ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากกษัตริย์ซิกิสมุนด์ให้กลับมาทวงบัลลังก์คืนได้สำเร็จ
🟪2. ฝ่ายจักรวรรดิออตโตมัน
🛑 ลิมิตของการขยายอำนาจ: บาเยซิดได้เรียนรู้ว่าดินแดนเหนือแม่น้ำดานูบ (วอลเลเชีย) นั้นเต็มไปด้วยป่าและหนองน้ำที่รับมือยาก พระองค์จึงเปลี่ยนนโยบายจาก "การพยายามยึดครองเบ็ดเสร็จ" มาเป็น "การบีบให้ยอมจ่ายบรรณาการ" แทน
⚔️ ชนวนสู่สงครามครูเสดนิโคโพลิส: ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ออตโตมันต้องถอยกลับไปตั้งหลัก ในขณะเดียวกันก็ทำให้กษัตริย์ฮังการีและชาวยุโรปฮึกเหิม เชื่อว่าออตโตมันสามารถถูกเอาชนะได้ นำไปสู่การจัดตั้งทัพครูเสดครั้งใหญ่ในปีถัดมา (1396)
🟪3. ฝ่ายรัฐบรรณาการเซอร์เบีย
🥀จุดจบของขั้วอำนาจเก่า: การตายของเจ้าชายมาร์โค ทำให้สายเลือดราชวงศ์ดั้งเดิมที่ปกครองเซอร์เบียตอนใต้สิ้นสุดลง ดินแดนของพระองค์ถูกผนวกเข้ากับออตโตมันโดยตรง ในขณะที่เจ้าชายมาร์โคเองได้กลายมาเป็น "วีรบุรุษในตำนาน (Epic Hero)" ของชาวสลาฟใต้ ที่เล่าขานกันว่าพระองค์เป็นผู้ปกป้องชาวคริสต์แม้จะตกเป็นเมืองขึ้นก็ตาม
บทสรุป🚩
ยุทธการโรวิเน่ แสดงถึงข้อจำกัดของทัพออตโตมันที่โดดเด่นในพื้นที่โล่ง + ทุ่งหญ้าแต่ด้อยประสิทธิภาพในพื้นที่ลุ่มน้ำ และสงครามพร่ากำลังเป็นโจทย์ใหม่ที่ทัพออตโตมันจะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน
แม้จะต้องถอนกำลังแต่ฝั่งออตโตมันไม่มีเวลาให้ถอดบทเรียนนานนัก เครือข่ายสายลับแจ้งมาอย่างชัดเจนว่า มีการรวบรวมกำลังชาวคริสต์เพื่อทำสงครามครูเสดครั้งใหม่ อัสนิบาต จึงต้องระดมพลและเตรียมรับมือทัพครูเสดครั้งใหม่
บาเยชิตทราบข่าวการรวบรวมกองทัพครูเสดนานาชาติ เพื่อขับไล่ชาวมุสลิม
นี่คือฉากการปะทะระหว่างทัพสองศาสนาที่ลือลั่นอีกครั้งใน...
ตอนที่ 34 ยุทธการนิโคโปลิส (1396)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา