22 พ.ค. เวลา 02:54 • ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 34 ยุทธการนิโคโปลิส (1396) ความเย่อหยิ่งของอัศวินและความพินาศของทัพครูเสดสุดท้าย

ยุทธการนิโคโปลิส เกิดขึ้นในวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 1396 ที่เมืองนิโคโปลิส (ปัจจุบันอยู่ในประเทศบัลแกเรีย) ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ
3
นี่คือการปะทะกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างกองทัพนานาชาติครูเสดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรปในรอบศตวรรษ กับกองทัพจักรวรรดิออตโตมันภายใต้การนำของ สุลต่านอัสนีบาตบาเยซิดที่ 1
3
🚩 สาเหตุแห่งยุทธการ
ความขัดแย้งนี้เกิดจากความตื่นตระหนกของยุโรปที่เห็นออตโตมันกลืนกินบอลข่าน ด้วยจิตสำนึกร่วมความเชื่อหากไม่รีบยับยั้งการรุกคืบของออตโตมัน สักวันปัญหาจะยากเกินแก้
🟧 ตั้งแต่ปี 1394 สุลต่านบาเยซิดกำลังปิดล้อมกรุงคอนสแตนติโนเปิลอย่างหนักหน่วง จักรพรรดิไบแซนไทน์จึงส่งสาส์นไปทั่วยุโรปเพื่อขอความช่วยเหลือด่วน
🟧 กษัตริย์ซิกิสมุนด์ (Sigismund) แห่งฮังการี ตระหนักว่าหากบัลแกเรียและวอลเลเชียตกเป็นของออตโตมันโดยสมบูรณ์ ฮังการีจะเป็นรายต่อไป พระองค์จึงเรียกร้องให้จัดตั้งทัพครูเสด
🟧พระสันตะปาปาโบนิเฟสที่ 9 ได้ประกาศ "สงครามครูเสด" ทำให้ชนชั้นสูงและอัศวินจากฝรั่งเศส เบอร์กันดี อังกฤษ และเยอรมัน ต่างกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมเพื่อแสวงหาเกียรติยศ
3
กองทัพครูเสดนานาชาติในรอบศตวรรษ
⚔️กำลังรบแต่ละฝ่าย (โดยประมาณการจากนักประวัติศาสตร์ยุคใหม่)
ตัวเลขในพงศาวดารเก่ามักอ้างว่ามีทหารหลักแสน แต่ในความเป็นจริงกำลังรบของทั้งสองฝ่ายสูสีกันมาก
✝️ กองทัพพันธมิตรครูเสด (ประมาณ 12,000 - 16,000 นาย):
- นำโดย กษัตริย์ซิกิสมุนด์แห่งฮังการี และ จอห์นผู้ปราศจากความกลัว (John the Fearless) ทายาทแห่งแคว้นเบอร์กันดีและฝรั่งเศส
🟩 ประกอบด้วย: ทหารม้าเกราะหนักชั้นยอดจากฝรั่งเศส/เบอร์กันดี, กองทัพฮังการี, ทหารวอลเลเชีย (นำโดยเจ้าชายมีร์เชีย), อัศวินฮอสปิทัลเลอร์ และทหารรับจ้างจากทั่วอิตาลีและเยอรมนี
🌙กองทัพออตโตมันและพันธมิตร (ประมาณ 15,000 - 20,000 นาย):
- นำโดย สุลต่านบาเยซิดที่ 1
🟩ประกอบด้วย: ทหารราบเยนิเชรี, ทหารม้าสิปาฮี, ทหารม้าเบาอากินจี และที่สำคัญที่สุดคือ กองทหารม้าเกราะหนักชาวเซิร์บ นำโดย สเตฟาน ลาซาเรวิช (เจ้าชายเซอร์เบียที่ตกเป็นรัฐบรรณาการและเป็นน้องเขยของบาเยซิด)
แนวทางยุทธการ: ความเย่อหยิ่งนำไปสู่ความตาย
ทัพครูเสดเดินทัพมาถึงเมืองนิโคโปลิสและทำการปิดล้อมเมือง แต่บาเยซิดเดินทัพมาด้วยความเร็วระดับ "สายฟ้า" ชนิดที่ทัพครูเสดไม่ทันตั้งตัว
🟦1. เจ้าชายมีร์เชียแห่งวอลเลเชีย (ผู้เคยรบกับออตโตมัน) เสนอให้ใช้ทหารม้าเบาวอลเลเชียเข้าโจมตีหยั่งเชิงก่อน แต่ทัพอัศวินฝรั่งเศสที่หยิ่งยโสปฏิเสธอย่างรุนแรง พวกเขามองว่าการให้ทหารม้าเบาหรือทหารบ้านไปรบก่อน เป็นการแย่งชิง "เกียรติยศ" ของอัศวิน
การโต้เถียงในเต็นท์บัญชาการ ที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสของเหล่าอัศวิน
🐎2. เมื่อถึงเวลาออกสึก อัศวินฝรั่งเศสและเบอร์กันดีตัดสินใจควบม้าเกราะหนักพุ่งชาร์จเข้าใส่แนวรบออตโตมันโดยไม่รอคำสั่งของกษัตริย์ซิกิสมุนด์ และไม่รอกองทัพฮังการีที่อยู่ด้านหลัง
3. กับดักขวากไม้ (Stakes): ทัพฝรั่งเศสทะลวงผ่านทหารม้าเบาของออตโตมันไปได้อย่างง่ายดาย แต่ไปเจอกับแนวทหารราบเยนิเชรีที่ปัก "ขวากไม้" แหลมกันม้าไว้ อัศวินฝรั่งเศสต้องลงจากม้ามาสู้ด้วยเท้า แต่ก็ยังสามารถตีฝ่าแนวเยนิเชรีไปได้
"ขวากไม้" ทำให้การรุกคืบของทหารม้าฝรั่งเศษด้อยประสิทธิภาพ
⚡4. การตีโต้ของสายฟ้า: เมื่ออัศวินฝรั่งเศสทะลวงขึ้นมาถึงเนินเขา พวกเขาก็ต้องช็อกเมื่อพบกับ "กองทัพหลักของบาเยซิด" ที่ซุ่มรออยู่ ทัพฝรั่งเศสที่เหนื่อยล้าจากการวิ่งขึ้นเขาในชุดเกราะหนัก ถูกทหารม้าสิปาฮีล้อมกรอบและบดขยี้จนพินาศ
"กองทัพหลักของบาเยซิด" ที่ซุ่มรออยู่
🛡️ 5. จุดจบของศึก: กษัตริย์ซิกิสมุนด์นำทัพฮังการีเข้ามาช่วยและกำลังปะทะกับออตโตมันอย่างสูสี
การปะทะกันของพันธมิตรครูเสด และ ออตโตมัน
แต่จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อ สเตฟาน ลาซาเรวิช นำทหารม้าหนักชาวเซิร์บ 1,500 นาย ชาร์จเข้าใส่ปีกของทัพฮังการี ทำให้ทัพครูเสดแตกพ่ายอย่างสมบูรณ์
การเข้าชาร์จของ สเตฟาน ลาซาเรวิช ทหารม้าหนักชาวเซิร์บเป็นจุดตัดสินแพ้ชนะ
🩸ผลลัพธ์และความสูญเสีย: ทะเลเลือดที่นิโคโปลิส
นี่คือหนึ่งในความพ่ายแพ้ที่ย่อยยับที่สุดของโลกคริสเตียนตะวันตก
ยุทธการจบด้วยความพ่ายแพ้ของพันธมิตรครูเสด
🟪ความพินาศของฝรั่งเศส: อัศวินและขุนนางฝรั่งเศส/เบอร์กันดีถูกสังหารหรือจับเป็นเชลยแทบทั้งหมด กษัตริย์ซิกิสมุนด์ต้องกระโดดลงเรือเล็กหนีล่องไปตามแม่น้ำดานูบเอาชีวิตรอดอย่างหวุดหวิด
กษัตริย์ซิกิสมุนด์ขณะล่องเรือหลบหนีการตามล่า
🟪ก่อนหน้ายุทธการนี้ ทัพครูเสดได้สังหารหมู่เชลยชาวมุสลิมที่เมืองราโฮโว (Rahovo) เมื่อบาเยซิดทราบเรื่องและเห็นความสูญเสียของทหารฝั่งตน พระองค์จึงสั่ง ประหารชีวิตเชลยทัพครูเสดระดับล่างราว 3,000 นาย ด้วยการตัดหัวต่อหน้าพระพักตร์
ภาพเชลยหลับจบยุทธการนิโคโปลิส
🟪 บาเยซิดไว้ชีวิตเฉพาะขุนนางชั้นสูง (เช่น จอห์นผู้ปราศจากความกลัว) เพื่อนำไปเรียกค่าไถ่จากราชสำนักฝรั่งเศสและเบอร์กันดี ซึ่งต้องจ่ายทองคำมหาศาลจนแทบจะทำให้แคว้นเบอร์กันดีล้มละลาย
ผลกระทบที่ส่งถึงแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
1. ฝ่ายยุโรปตะวันตก (ฝรั่งเศส, เบอร์กันดี, ฮังการี)
🟦 อวสานสงครามครูเสดนานาชาติ: ข่าวความพ่ายแพ้สร้างความช็อกและโศกเศร้าไปทั่วยุโรป (ที่ฝรั่งเศสถึงกับมีการจัดงานไว้อาลัยระดับชาติ) ยุโรปตะวันตกเข็ดขยาดและ ไม่เคยส่งกองทัพครูเสดขนาดใหญ่มาช่วยบอลข่านอีกเลย
กษัตริย์ซิกิสมุนด์เปลี่ยนนโยบายจากการรุก เป็นการสร้างแนวป้อมปราการรับมือตามแนวชายแดนฮังการีแทน
2. ฝ่ายจักรวรรดิออตโตมัน:
🟩เกียรติภูมิสูงสุด: ชัยชนะนี้ทำให้บาเยซิดกลายเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมุสลิม พระองค์ยึดบัลแกเรียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของออตโตมันอย่างสมบูรณ์
ความมั่งคั่งจากค่าไถ่และชุดเกราะอาวุธที่ยึดได้ ถูกนำมาใช้บำรุงกองทัพและสร้างสิ่งก่อสร้างใหญ่โตในเมืองบูร์ซา (Bursa)
เมื่อไร้เสี้ยนหนามจากยุโรป บาเยซิดจึงหันกลับไปบีบรัดกรุงคอนสแตนติโนเปิลให้หนักขึ้นกว่าเดิม
3. 🏛️ ฝ่ายจักรวรรดิไบแซนไทน์:
🟪ความสิ้นหวัง: เมื่อทัพครูเสดถูกทำลาย ความหวังสุดท้ายของคอนสแตนติโนเปิลก็ดับสูญ จักรพรรดิไบแซนไทน์ต้องหนีออกไปทั่วยุโรปเพื่อขอทานความช่วยเหลือ ไบแซนไทน์เหลือเพียงรอวันตาย
ชัยชนะ ณ นิโคโปลิสเป็นจุดสูงสุดของชีวิตสุลต่านบาเยซิดที่1 พระองค์ได้รับชื่อเสียง และเกียรติภูมิอย่างสูงในโลกอิสลามแต่ชัยชนะครั้งนี้ ได้สร้างจุดตายที่จะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อพระองค์ในอนาคต จุดตาย นั้นมีชื่อว่า "ความทะนงและจองหอง"
ทะนงตนไปเรื่อยๆ... เถอะบาเยชิดเอ๋ยพายุจากตะวันออกกำลังก่อตัวแล้ว
ตอนที่ 35 เส้นทางเลือดของ "ติมูร์": มหาพายุแห่งเอเชียก่อนปะทะอัสนีบาต

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา