1 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าวรอบโลก

💥 พลุแตกแน่! รายงาน In Gold We Trust มั่นใจ ทองคำเตรียมทะยานสู่ $8,900 สิ้นทศวรรษนี้!

.
หลังจากที่ราคาทองคำทำสถิติทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงต้นปี 2026 จนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $5,595 ต่อออนซ์ ตามมาด้วยช่วงเวลาแห่งความผันผวนและการพักฐานในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่เป็นบทพิสูจน์ว่าทองคำกำลังทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในฐานะสินทรัพย์ทางการเงินหลักของโลก
.
โดยรายงานประจำปี In Gold We Trust ฉบับครบรอบ 20 ปี ภายใต้ชื่อ “Back to the Monetary Future” ได้ชี้ให้เห็นว่า การพุ่งขึ้นอย่างประวัติศาสตร์ของทองคำในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งเติบโตสูงถึง 64.4% ในปี 2025 นั้น ไม่ใช่กระแสการเก็งกำไรระยะสั้นที่เกิดขึ้นลอยๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ใหญ่ที่เรียกว่า Remonetization หรือการที่ทองคำกำลังกลับมามีบทบาทสำคัญในฐานะเงินตราอีกครั้ง ท่ามกลางระบบเงินกระดาษ (Fiat Currency) ที่เริ่มแสดงสัญญาณเหนื่อยล้าอย่างเด่นชัด
.
กระแสการกลับมาของทองคำในครั้งนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเชิงโครงสร้างระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กระแสการลดการพึ่งพาดอลลาร์ ความผันผวนของเงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นในระบบการเงินเดิมที่กำลังสั่นคลอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านของระเบียบโลกเก่าหรือ Pax Americana ที่นำโดยสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 1945 ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนจากความต้องการทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องถึง 863 ตันในปี 2025
.
นอกจากนี้ ในแวดวงการเมืองของสหรัฐฯ เองก็เริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการปรับมูลค่าทางบัญชีของทองคำสำรองของประเทศใหม่ ซึ่งปัจจุบันยังคงบันทึกไว้ด้วยราคาในอดีตที่เพียง $42.22 ต่อออนซ์ ทั้งที่ราคาตลาดจริงพุ่งไปไกลใกล้ระดับ $4,600 แล้ว
.
แม้ว่ามูลค่าของทองคำจะเติบโตขึ้นอย่างมหาศาลกว่า 600% ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์จาก Incrementum AG ยืนยันว่า ตลาดกระทิงรอบนี้ยังห่างไกลจากคำว่าสิ้นสุด และเพิ่งจะเข้าสู่ช่วงที่มวลชนเริ่มเข้ามามีส่วนร่วม (Public Participation Phase) ซึ่งเป็นเฟสที่ยาวนานและทรงพลังที่สุด
.
โดยปัจจุบันทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีผู้ครอบครองน้อยมาก หรือคิดเป็นเพียง 2.7% ของสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกเท่านั้น เปรียบเสมือนงานปาร์ตี้ที่แขกกลุ่มแรกเพิ่งจะเริ่มเดินทางมาถึง ความต้องการในเฟสถัดไปกำลังจะเปลี่ยนมือจากธนาคารกลางไปสู่นักลงทุนทั่วไปและสถาบันการเงิน ที่กำลังมองหาแหล่งพักความมั่งคั่งเพื่อหลีกหนีจากวิกฤตหนี้สาธารณะทั่วโลกที่พุ่งทะยานสู่ $348 ล้านล้านดอลลาร์ และปัญหาผลตอบแทนที่แท้จริงของพันธบัตรรัฐบาลที่ยังคงติดลบเพราะพิษเงินเฟ้อ
.
ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ ทำให้นักวิเคราะห์ตัดสินใจปรับเป้าหมายราคาระยะยาวใหม่ จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ในปี 2020 ว่าราคาจะไปถึง $4,800 ภายในปี 2030 ซึ่งได้กลายเป็นความจริงไปแล้วในปี 2026 นี้ พวกเขาจึงเบนเข็มไปสู่ฉากทัศน์ทางเลือกในกรณีที่เงินเฟ้อรุนแรง โดยตั้งเป้าหมายถัดไปไว้ที่ $8,900 ต่อออนซ์ภายในสิ้นทศวรรษ
.
อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่เป้าหมายดังกล่าวจะยังคงมีความผันผวนสูง โดยในระยะสั้นจนถึงช่วงต้นฤดูร้อนนี้ คาดว่าราคาจะแกว่งตัวออกข้างในกรอบ $4,500 – $4,950 จากแรงกดดันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและสภาพคล่องในตลาด ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ทุกๆ การย่อตัวของราคาในระยะสั้นนี้ ไม่ใช่สัญญาณอันตราย แต่เป็นโอกาสทองในการเข้าซื้อสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่มองเห็นอนาคตใหม่ของระบบการเงินโลก
โฆษณา