Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 08:18 • ประวัติศาสตร์
ปาฏิหาริย์แห่งการให้ เรื่องราวของ “ไมเคิล แจ็กสัน (Michael Jackson)” และเด็กชายชาวฮังการี
*ภาพประกอบเพื่ออรรถรสในเนื้อหา
ในปีค.ศ.1994 (พ.ศ.2537) ระหว่างที่ “ไมเคิล แจ็กสัน (Michael Jackson)” เดินทางไปถ่ายทำมิวสิกวิดีโอที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เขาและ “ลิซา มารี เพรสลีย์ (Lisa Marie Presley)” ภรรยาในขณะนั้น ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลเด็กเบเธสดา (Bethesda Children's Hospital) และได้พบกับ "เบลา ฟาร์คัส (Bela Farkas)” เด็กชายวัยเพียงสี่ขวบ
แพทย์เล่าให้ทั้งคู่ฟังด้วยความสลดใจว่า เบลาถูกแม่แท้ๆ ทอดทิ้งตั้งแต่แรกเกิด ส่วนผู้เป็นพ่อก็แทบไม่เคยมาเยี่ยมเลย ทำให้เด็กน้อยต้องใช้ชีวิตเติบโตมาในโรงพยาบาลแห่งนี้เพียงลำพัง
เรื่องราวของเบลาทำให้ไมเคิลและลิซา มารีตื้นตันและสะเทือนใจมากจนต้องเดินทางกลับมาหา และใช้เวลาร่วมกับเด็กน้อยอีกหลายชั่วโมงในวันถัดมา
เบลานั้นป่วยเป็นโรคตับโตแต่กำเนิด ส่งผลให้ผิวพรรณเปลี่ยนสีผิดปกติและร่างกายไม่สามารถย่อยอาหารได้ และแพทย์ได้วินิจฉัยว่า หากไม่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งปี
แต่ทว่าการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูงเช่นนี้ต้องทำในโรงพยาบาลฝั่งตะวันตกเท่านั้น และมีค่าใช้จ่ายสูงถึงราว 120,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 270,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8.8 ล้านบาท) ตามค่าเงินปัจจุบัน อีกทั้งยังต้องหาตับมาเปลี่ยนให้ได้ด้วย
เมื่อรับทราบดังนั้น ไมเคิลจึงออกตัวที่จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดผ่านมูลนิธิ Heal the World ของเขาเอง โดยเขาได้กล่าวแก่คณะแพทย์และพยาบาลว่า
“ผมจะไม่ยอมให้เด็กคนนี้ตายเด็ดขาด ไม่ว่าจะต้องทำยังไง ผมจะหาตับมาให้เด็กคนนี้ให้ได้“
จากนั้น ไมเคิลและมูลนิธิ Heal the World ก็พยายามทำทุกวิถีทางในการหาตับมาเปลี่ยนให้เบลา ซึ่งก็มีอุปสรรคหลายอย่าง แต่ไมเคิลยังคงยืนกรานว่ายังไงก็จะไม่ยอมให้เบลาต้องเสียชีวิต
สุดท้ายไมเคิลทำได้สำเร็จ เขาไม่เพียงแต่ช่วยจัดหาผู้บริจาคอวัยวะและออกค่าผ่าตัดให้ทั้งหมดเท่านั้น แต่เขายังคงสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษาต่อเนื่องของเบลามาโดยตลอดอีกร่วม 10 ปี โดยไมเคิลและเบลายังคงติดต่อกันเรื่อยมาจนกระทั่งไมเคิลเสียชีวิต โดยไมเคิลมักจะส่งการ์ดอวยพรและของขวัญมาให้ ส่วนเบลาก็ตอบแทนด้วยภาพวาดและรูปถ่ายของเขา
ในวันที่ไมเคิลจากโลกนี้ไปเมื่อปีค.ศ.2009 (พ.ศ.2552) เบลาร้องไห้ฟูมฟายราวกับว่าเขาได้สูญเสียพ่อแท้ๆ ไปจริงๆ โดยเบลาพูดสั้นๆ เพียงว่า
“เขาช่วยชีวิตผม ถ้าไม่มีเขา ผมก็ตายไปแล้ว”
แม้แพทย์เคยคาดการณ์ไว้ว่าเบลาอาจจะมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 18 ปี แต่ปาฏิหาริย์และการดูแลเอาใจใส่ก็ทำให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นมาได้ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2014 (พ.ศ.2557) เบลาในวัย 24 ปี ได้กลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ โดยภรรยาของเบลาได้ให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อยที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และในปัจจุบันเขาก็ยังคงมีชีวิตที่ดีและแข็งแรงดี
ประวัติศาสตร์
ข่าวรอบโลก
บันทึก
7
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย