1 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

‘ว่างงานระยะยาว’ New Normal ตลาดแรงงาน เมื่อโลกมีคนพร้อมทำ แต่งานดีมีไม่พอ

‘ว่างงานระยะยาว’ เกิน 6 เดือน Now Normal ตลาดแรงงาน เมื่อโลกมีคนพร้อมทำ แต่งานดีมีไม่พอ ไทยติดกลุ่ม 'ทักษะสูง แต่โอกาสต่ำ' ส่วนตำแหน่งงานในเอเชียอาจเหลือเพียงแค่ 110 ล้านตำแหน่งในอีก 10 ปีข้างหน้า
ภายใต้ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะมั่นคงลวงตา แท้จริงแล้วตลาดแรงงานระดับโลกกำลังเผชิญกับคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่เรียกว่า “ภาวะว่างงานระยะยาว” (Long-term Unemployment) ปรากฏการณ์ที่ผู้หางานต้องใช้เวลาเกินกว่า 6 เดือนในการดิ้นรนเพื่อกลับเข้าสู่ระบบ
ซึ่งในปัจจุบัน สถิตินี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสั้น ๆ อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น ‘สถานการณ์ปกติใหม่’ (New Normal) ที่กัดกินทั้งความมั่นคงทางการเงินและสุขภาพจิตของผู้คน จนถูกเปรียบเปรยว่าเป็น “สงครามทางจิตวิทยา” ที่ผู้หางานต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวในแต่ละวัน
ความน่ากลัวคือ ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในซีกโลกตะวันตก แต่รายงานล่าสุดจาก ธนาคารโลก (World Bank) ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยมายังฝั่งเอเชียรวมถึง “ประเทศไทย” ว่ากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติเชิงโครงสร้าง ในลักษณะของประเทศที่ตกอยู่ในกลุ่ม "ทักษะสูง แต่โอกาสต่ำ"
📌 รายได้ ‘หลักแสน’ เหลือเพียงเศษเสี้ยว
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) นิยามคำว่า ‘ผู้ว่างงานระยะยาว’ คือผู้ที่ว่างงานและหางานทำมานานติดต่อกันตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
ปัจจุบัน 1 ใน 4 ของคนว่างงานในสหรัฐ หรือราว 1.8 ล้านคนกำลังติดอยู่ในกับดักนี้ ซึ่งส่วนใหญ่หมายความว่าพวกเขาใช้สิทธิ์รับเงินช่วยเหลือผู้ว่างงานจนครบกำหนดและหมดโควตาไปแล้ว โดยเงินช่วยเหลือนี้ทดแทนรายได้เดิมได้ไม่ถึง 40% เท่านั้น
เทกีลา เทอร์เนอร์วัย 47 ปี จากเมืองแคนซัสซิตี้ รัฐมิสซูรี คือหนึ่งในเหยื่อของระบบนี้ เธอได้รับเงินเดือนประจำงวดสุดท้ายในเดือนตุลาคม 2024 จากอดีตพนักงานประจำที่มั่นคงในฝ่ายไอทีของบริษัทที่มีรายได้ปีละเป็นหลักแสนดอลลาร์ วันนี้เธอต้องย้ายไปอาศัยอยู่กับเพื่อนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และต้องขับรถส่งอาหาร
เช่นเดียวกับ แอนดรูว์ โบฮาน (Andrew Bohan) อดีตผู้ช่วยทนายความที่ถูกเลิกจ้างในสิงหาคม 2024 และเงินประกันการว่างงานหมดลงในมีนาคม 2025 จนในที่สุดต้องยอมหอบกระเป๋าย้ายจากชิคาโกกลับไปอยู่กับครอบครัวที่บัลติมอร์เพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยโบฮานสะท้อนมุมมองว่า “ตัวการว่างงานน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอก ปัญหาที่แท้จริงคือการประคองสติและสุขภาพจิตของตัวเองต่างหาก”
📌 ทำไมโอกาสงานทั่วโลกถึง ‘ริบหรี่’ ลง?
คำถามสำคัญคือ เกิดอะไรขึ้นกับตลาดแรงงาน? ข้อมูลทางสถิติบงชี้ว่า สัญญาณเตือนภัยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2022 หลังจากช่วงที่ตลาดแรงงานบูมสุดขีดหลังยุคโรคระบาด หลังจากนั้น สถิติตำแหน่งงานว่าง การจ้างงานใหม่ และการยื่นใบลาออกโดยสมัครใจต่างลดลงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ตลอดทั้งปี 2025 นายจ้างในสหรัฐ เพิ่มตำแหน่งงานรวมกันเพียง 181,000 ตำแหน่ง ซึ่งดิ่งลงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับปี 2024 ที่มีการเพิ่มถึง 1.46 ล้านตำแหน่ง ซ้ำร้ายกว่านั้น ข้อมูลระบุว่าเฉพาะในเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทต่าง ๆ มีการประกาศเลิกจ้างพนักงานรวมกันสูงถึง 108,435 คน
นิโคล บาชูด (Nicole Bachaud) นักเศรษฐศาสตร์ด้านแรงงานจากเว็บไซต์หางานชื่อดัง ZipRecruiter วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ หยุดขยายตำแหน่งงานเพิ่มแล้ว และกำลังทยอยลดขนาดองค์กรลงเพื่อแก้ไขปัญหา “การจ้างงานเกินความจำเป็น” (Overhiring) ในอดีต
“สถานการณ์แรงงานตอนนี้เรียกได้ว่าชะงักงันในทุกด้าน ทั้งฝั่งคนงานและนายจ้าง... การว่างงานกำลังกลายเป็นสถานะถาวรหรือความปกติใหม่ มากกว่าจะเป็นแค่ช่วงเปลี่ยนผ่านสั้น ๆ สำหรับคนตกงานในยุคนี้” บาชูด กล่าว
เธอยังเสริมอีกว่า ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจลดการจ้างงานมาจากความท้าทายรอบด้าน ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่สูง ภาวะเงินเฟ้อที่ยังค้างเติ่ง ความไม่แน่นอนทางนโยบายภาษีนำเข้าใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนเป้าหมายธุรกิจไปลงทุนในเทคโนโลยี AIแทนการจ้างมนุษย์ และจากข้อมูลของ BLS ที่วิเคราะห์โดย Indeed พบว่า จำนวนผู้หางานมีมากกว่าตำแหน่งงานว่างในระบบสูงถึงประมาณ 1 ล้านคน
โฆษณา