7 ชั่วโมงที่แล้ว • ประวัติศาสตร์

ย้อนรอยโศกนาฏกรรมส้.ว.ม.ถล่มปี 1184 ดับ 60 ขุนนาง จมกองอนาถ

*ภาพจำลองโดย AI เพื่อความสวยงาม
โศกนาฏกรรมส้วมแตกแห่งแอร์ฟวร์ทปีค.ศ.1184 (พ.ศ.1727) ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่มีส่วนผสมอันแปลกประหลาดระหว่างความเศร้าสลดและตลกร้าย แม้บันทึกทางประวัติศาสตร์จะค่อนข้างคลุมเครือ แต่ก็ได้เล่าถึงเรื่องราวการประชุมของกลุ่มขุนนางที่ลงเอยด้วยความล้มเหลว เมื่อพวกเขาร่วงหล่นลงไปจมสิ่งปฏิกูลเสียชีวิตภายในโบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่รู้จักในภาษาเยอรมันว่า “Erfurter Latrinensturz” ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติอันเหลือเชื่อที่ไม่มีใครคาดคิด
เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร ผมจะเล่าให้ฟังครับ
“แอร์ฟวร์ท (Erfurt)” เป็นเมืองเก่าแก่ของเยอรมนีที่มีประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงสมัยศตวรรษที่ 8 และเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ โดยมี “ป้อมปราการปีเตอร์สเบิร์ก (Petersberg Citadel)” อันเลื่องชื่อ ผูกพันอย่างลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์ของเมืองนี้
ในบรรดาสิ่งปลูกสร้างที่รอดพ้นผ่านยุคแรกเริ่มของป้อมปราการมาได้คือ "โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Church)" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมส้วมแตกแห่งแอร์ฟวร์ทในสมัยศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นเหตุการณ์อันโชคร้ายทว่ากลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก
อุบัติเหตุในครั้งนั้นเกิดขึ้นกับเหล่าขุนนางและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จำนวนมาก ผู้ต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายเมื่อพื้นโบสถ์เกิดพังทลายลงเนื่องจากรองรับน้ำหนักไม่ไหว ส่งผลให้พวกเขาร่วงดิ่งลงสู่บ่อสิ่งปฏิกูลที่อยู่เบื้องล่าง
ทว่าก่อนจะเจาะลึกถึงรายละเอียดของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์รอบตัวเหตุการณ์อันน่าสลดนี้เสียก่อน
ในเวลานั้น เมืองแอร์ฟวร์ทอยู่ภายใต้การปกครองของ “จักรพรรดิไฮน์ริชที่ 6 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Henry VI, Holy Roman Emperor)” แห่งราชวงศ์โฮเอินชเตาเฟิน โดยพระองค์ทรงเป็นหนึ่งในกษัตริย์เยอรมันที่ปกครองดินแดนแถบนี้ในช่วงยุคกลาง ซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงจากการแย่งชิงอำนาจระหว่างขุนนางในระบอบฟิวดัลและผู้นำทางศาสนาแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก
จักรพรรดิไฮน์ริชที่ 6 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Henry VI, Holy Roman Emperor)
หนึ่งในความขัดแย้งที่ปะทุขึ้น คือศึกระหว่าง “คอนราดแห่งวิทเทลส์บัค (Conrad of Wittelsbach)” อาร์ชบิชอปแห่งไมนซ์ กับ “ลุดวิกที่ 3 ผู้ครองแคว้นทูริงเกีย (Louis III, Landgrave of Thuringia)”
แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าอะไรคือชนวนเหตุของความบาดหมาง แต่ก็น่าจะหนีไม่พ้นข้อพิพาทเรื่องดินแดนหรือสิทธิ์ในการควบคุมพื้นที่
แต่ไม่ว่าปัญหาจะเกิดจากอะไร เชื่อกันว่าจักรพรรดิไฮน์ริชที่ 6 ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะยุติข้อพิพาทระหว่างทั้งสองฝ่ายให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยในระหว่างที่พระองค์เสด็จผ่านดินแดนแถบนั้น จึงทรงเรียกประชุมขุนนางและข้าราชการระดับสูงในภูมิภาค โดยคาดหวังให้บางส่วนเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ย
โดยที่ทั้งองค์กษัตริย์และเหล่าผู้ติดตามไม่มีใครคาดคิดเลยว่า การประชุมในครั้งนี้จะลงเอยด้วยการ "ดิ่งพสุธา" สู่ความตายอันน่าสลด
รายละเอียดทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการประชุมสภาขุนนางที่เมืองแอร์ฟวร์ทในศตวรรษที่ 12 นั้น ยังคงมีความคลุมเครือ โดยบันทึกส่วนใหญ่ระบุว่าการประชุมจัดขึ้นบนชั้นใดชั้นหนึ่งของโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แต่อีกหลายกระแสก็อ้างว่าเกิดขึ้นที่อื่น แต่อย่างไรก็ตาม คงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์ในวันนั้นจะลงเอยเช่นไร
คาดกันว่ามีกลุ่มชนชั้นนำของจักรวรรดิจำนวนมากมารวมตัวกันในห้องประชุมห้องหนึ่งของโบสถ์ แต่ทันทีที่การประชุมในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1184 (พ.ศ.1727) เริ่มต้นขึ้น พื้นห้องกลับพังครืนลงสู่บ่อสิ่งปฏิกูลของอารามอย่างกะทันหัน
มีบันทึกว่าผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมากได้ร่วงดิ่งลงสู่บ่อเกรอะชั้นล่าง ทำให้มีขุนนางเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อย่างน้อย 60 คน และมีการประเมินว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงอาจสูงเกือบ 100 คน ส่วนท่านลุดวิก คู่กรณีคนสำคัญที่มีข้อพิพาทกับอาร์ชบิชอป รอดชีวิตมาได้ด้วยความโชคดีล้วนๆ
ในขณะเดียวกัน องค์จักรพรรดิและอาร์ชบิชอปก็รอดชีวิตมาได้เช่นกัน เนื่องจากทั้งสองได้ปลีกตัวไปยังมุมห้องที่ห่างออกไปเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นการเมืองในขณะนั้น ทำให้ทั้งคู่สามารถเกาะลูกกรงเหล็กของหน้าต่างเอาไว้ได้จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือ
เป็นการยากที่จะระบุให้แน่ชัดว่า เหล่าขุนนางที่จบชีวิตในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เสียชีวิตจากการกระแทกตอนพื้นถล่ม หรือขาดอากาศหายใจจากการจมลงไปในบ่อของเสียกันแน่ แต่หลายคนเชื่อว่าน่าจะเป็นข้อหลังมากกว่า
ต้องบอกเพิ่มเติมว่าในยุคกลาง ระบบระบายสิ่งปฏิกูลของส้วมในยุโรปนั้นห่างไกลจากความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวเหมือนห้องน้ำในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง โดยส้วมในยุคนั้นมักสร้างขึ้นในพื้นที่ว่างใดๆ ก็ตามที่พอจะเจียดได้ ด้วยระบบที่เรียบง่ายที่สุด นั่นคือการขุดหลุมหรือบ่อลึกแล้วปล่อยให้สิ่งปฏิกูลตกลงไปโดยตรง
แม้ระบบส้วมในอาคารหรูหราอย่างโบสถ์เซนต์ปีเตอร์จะดูล้ำสมัยกว่าทั่วไปเล็กน้อย ทว่าส่วนที่ใช้เป็นส้วมนั้นก็มักจะสร้างให้ยื่นออกไปจากผนังด้านนอกของตัวอาคาร ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้บ่อยตามปราสาทต่างๆ เพื่อให้ช่องทิ้งสิ่งปฏิกูลอยู่ตรงกับพื้นดินหรือคูเมืองรอบอาคารพอดี แต่นั่นก็หมายความว่าบ่อเกรอะเหล่านี้แทบจะไม่เคยถูกตักไปทำความสะอาดเลย เพราะการระบายถูกออกแบบมาให้ปล่อยทิ้งสู่ภายนอกอยู่แล้ว
เคราะห์ร้ายที่ในกรณีของเมืองแอร์ฟวร์ท บ่อเกรอะสำหรับกักเก็บสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นกลับตั้งอยู่ตรงใต้ห้องประชุมของเหล่าขุนนางพอดี
ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าความขัดแย้งระหว่างชายทั้งสองที่เป็นชนวนเหตุของการประชุมได้รับการคลี่คลายหรือไม่ ทว่าโศกนาฏกรรมส้วมแตกแห่งแอร์ฟวร์ทก็ได้ถูกจารึกไว้ในฐานะหนึ่งในภัยพิบัติที่แปลกประหลาดที่สุด และแน่นอนว่า "โสโครก" ที่สุดครั้งหนึ่งในยุโรปยุคกลาง
จากตัวกลางหย่าศึก สู่ผู้ประสบภัยดิ่งพสุธาสิ่งปฏิกูล เห็นประวัติศาสตร์หน้านี้แล้ว รู้สึกโชคดีขึ้นมาทันทีเลยไหมครับที่เกิดมาในยุคที่มีส้วมซึมและชักโครก?
ใครมีอุบัติเหตุห้องน้ำที่พีคกว่านี้ ลองมาอวดกันในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ
โฆษณา